ในการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลกของการเทรด Forex มือใหม่หลายคนมักจะมุ่งเน้นไปที่การหาสัญญาณเทรดหรือเทคนิคการดูกราฟเพียงอย่างเดียว จนละเลยพื้นฐานสำคัญที่เป็นกลไกเบื้องหลังของทุกๆ ออเดอร์ นั่นคือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับราคาซื้อขายและหน่วยการเทรด หากคุณเคยสงสัยว่าทำไมเมื่อกดเปิดออเดอร์ปุ๊บ พอร์ตของคุณถึงแสดงผลติดลบทันที หรือทำไมกำไรที่ควรจะได้กลับไม่เป็นไปตามคาด คำตอบทั้งหมดซ่อนอยู่ในคำว่า Bid, Ask, Spread และ Lot ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการบริหารจัดการความเสี่ยงและต้นทุนการเทรด
เริ่มต้นเทรด Forex ต้องรู้จัก 3 คำนี้: Bid Ask และ Spread
หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด การเทรด Forex ก็เหมือนกับการเดินเข้าไปใน ร้านทอง หรือ เคาน์เตอร์แลกเงิน ที่เราจะเห็นป้ายประกาศราคาสองราคาเสมอ คือราคาที่ร้านรับซื้อและราคาที่ร้านขายออก ในตลาด Forex ก็เช่นกัน โบรกเกอร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งคำสั่งซื้อขายของคุณไปยังตลาดโลก ดังนั้นราคาสกุลเงินที่คุณเห็นบนหน้าจอจึงมีสองสถานะเสมอ การเข้าใจความหมายของราคาเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนจุดเข้าซื้อและจุดขายทำกำไรได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องมานั่งสงสัยภายหลังว่าทำไมราคาถึงไม่ตรงกับที่คิดไว้
Bid และ Ask คืออะไร? ต่างกันตรงไหน
ในตลาดการเงิน ราคาจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งเสมอ โดยอ้างอิงจากมุมมองของสภาพคล่องในตลาดหรือโบรกเกอร์ ดังนี้
- Bid (ราคาเสนอซื้อ): คือราคาที่โบรกเกอร์ ยินดีซื้อ สกุลเงินจากคุณ หรือพูดง่ายๆ คือหากคุณต้องการเปิดออเดอร์ Sell (Short) คุณจะได้ราคานี้ และเมื่อคุณต้องการปิดออเดอร์ Buy คุณก็จะต้องปิดที่ราคานี้เช่นกัน
- Ask (ราคาเสนอขาย): คือราคาที่โบรกเกอร์ ยินดีขาย สกุลเงินให้กับคุณ หรือหากคุณต้องการเปิดออเดอร์ Buy (Long) คุณจะต้องซื้อในราคานี้ ซึ่งโดยปกติแล้วราคา Ask จะสูงกว่าราคา Bid เสมอ
กฎเหล็กที่ต้องจำ: ราคา Ask มากกว่า ราคา Bid เสมอ ส่วนต่างตรงนี้เองคือสิ่งที่เราเรียกว่า ค่าธรรมเนียม หรือต้นทุนในการเทรดเบื้องต้นนั่นเอง
Spread คืออะไร? ทำไมเปิดออเดอร์แล้วติดลบทันที
อาการ เปิดปุ๊บ แดงปั๊บ หรือการที่พอร์ตติดลบทันทีที่เริ่มเทรด ไม่ได้หมายความว่าคุณโดนโกง แต่มันคือผลกระทบจาก Spread (ค่าส่วนต่างราคา) นั่นเอง
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Ask และราคา Bid (Spread = Ask – Bid) ตัวอย่างเช่น หากคู่เงิน EUR/USD มีราคา Bid อยู่ที่ 1.0850 และราคา Ask อยู่ที่ 1.0852 นั่นหมายความว่า Spread คือ 2 Pips ทันทีที่คุณกด Buy ที่ราคา 1.0852 ราคาในตลาด (ซึ่งมักจะแสดงด้วยราคา Bid บนกราฟ) ยังอยู่ที่ 1.0850 ทำให้คุณขาดทุนทันที 2 Pips ตั้งแต่ออกตัว
สำหรับนักเทรดสาย Scalping ที่เน้นเก็บกำไรระยะสั้น Spread คือปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะหากเลือกคู่เงินที่มีค่า Spread สูงเกินไป อาจทำให้เป้าหมายกำไรถูกกลืนกินไปกับค่าธรรมเนียมจนหมด หรือที่ในวงการเรียกว่า ติดดอย ตั้งแต่เริ่มเปิดออเดอร์
ประเภทของ Spread และจังหวะที่ควรระวัง
ในตลาด Forex โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีรูปแบบ Spread อยู่ 2 ประเภทหลัก:
- Fixed Spread (สเปรดคงที่): ไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร ค่า Spread จะคงที่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการคำนวณต้นทุนที่แน่นอน
- Variable Spread หรือ Floating Spread (สเปรดลอยตัว): ค่า Spread จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพคล่องของตลาด ในช่วงเวลาปกติอาจจะต่ำมาก (บางครั้ง 0.0 Pips) แต่ในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก เช่น ช่วงประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ (Non-farm Payroll) หรือช่วงตลาดเปิด-ปิด ค่า Spread อาจถ่างออกกว้างกว่าปกติหลายเท่า
ข้อควรระวัง: ช่วงเวลาประมาณ 04:00 น. – 05:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (ช่วง Market Rollover) จะเป็นช่วงที่สภาพคล่องต่ำที่สุด ทำให้ Spread ของทุกคู่เงินถ่างกว้างมาก มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์ในช่วงนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยง
Lot คืออะไร? เข้าใจหน่วยซื้อขายและวิธีคำนวณมูลค่า
ถ้า Bid/Ask คือราคา Lot ก็คือ ปริมาณ หรือหน่วยในการซื้อขาย ในตลาด Forex เราไม่ได้ซื้อเงินเป็นแบงค์จริง ๆ แต่เราซื้อเป็นสัญญาขนาดมาตรฐานที่เรียกว่า Standard Lot
เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าการเทรดในแต่ละครั้งคิดเป็นมูลค่าสัญญาเท่าไหร่เมื่อเทียบเป็นเงินบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณที่ 1 USD = 35 บาท) สามารถดูได้จากตารางด้านล่างนี้:
| ประเภท Lot | ขนาดสัญญา (Unit) | มูลค่าสัญญา (USD) | มูลค่าสัญญา (THB) |
| Standard Lot (1.00) | 100,000 | 100,000 USD | 3,500,000 บาท |
| Mini Lot (0.10) | 10,000 | 10,000 USD | 350,000 บาท |
| Micro Lot (0.01) | 1,000 | 1,000 USD | 35,000 บาท |
การเข้าใจเรื่อง Lot มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำ Money Management (MM) เพราะขนาด Lot จะเป็นตัวกำหนดว่า เมื่อราคาขยับ 1 จุด คุณจะได้กำไรหรือขาดทุนกี่บาท
วิธีคำนวณความสัมพันธ์ระหว่าง Lot และ Spread
เพื่อให้เห็นภาพรวมของต้นทุนจริงเมื่อคุณเปิดออเดอร์ ลองมาดูวิธีคำนวณค่า Spread เป็นตัวเงินไทย (THB) โดยอ้างอิงเรท 1 USD = 35 บาท หากคู่เงินที่คุณเทรดมี Spread 2 Pips:
- ถ้าออก 0.01 Lot (Micro Lot):
- ติดลบเริ่มต้น: 0.20 USD
- คิดเป็นเงินบาท: ประมาณ 7 บาท
- ถ้าออก 0.10 Lot (Mini Lot):
- ติดลบเริ่มต้น: 2.00 USD
- คิดเป็นเงินบาท: ประมาณ 70 บาท
- ถ้าออก 1.00 Lot (Standard Lot):
- ติดลบเริ่มต้น: 20.00 USD
- คิดเป็นเงินบาท: ประมาณ 700 บาท
สูตรลัดคำนวณเอง: (ค่า Spread x ขนาด Lot x 10) x 35 (เรทบาท) = ต้นทุนเริ่มต้น (บาท)
มือใหม่ควรเลือกเทรด Lot เท่าไหร่ เพื่อกันพอร์ตแตก
ความผิดพลาดส่วนใหญ่ที่นำไปสู่ภาวะ พอร์ตแตก (Blown Account) คือการ Overlot หรือการออกสัญญาที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าเงินทุนจะรองรับไหวเมื่อราคาลากไปผิดทาง
หลักการที่ปลอดภัยสำหรับมือใหม่คือ:
- ใช้กฎ 1-2%: ในการเทรดแต่ละครั้ง ไม่ควรเสี่ยงขาดทุนเกิน 1-2% ของเงินทุนรวม
- เริ่มที่ 0.01 Lot: สำหรับผู้ที่มีทุนต่ำกว่า 1,000 USD การเริ่มต้นที่ 0.01 Lot เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อรักษาต้นทุน Spread ให้อยู่ในระดับหลักหน่วย (7-10 บาท)
- เผื่อระยะลาก: ตรวจสอบ Margin ของคุณเสมอว่าสามารถทนการขยับของราคาผิดทางได้กี่จุด อย่าปล่อยให้ความโลภทำให้คุณกด Lot หนักจน ตกรถ เมื่อราคากลับมาในทิศทางที่ถูกแต่เงินทุนของคุณหมดไปเสียก่อน
แนวทางการเทรดด้วยความเข้าใจ Bid Ask Spread และ Lot
การเข้าใจพื้นฐานทั้ง 3 ส่วนนี้คือหัวใจของการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ การรู้ว่า Bid และ Ask ทำงานอย่างไรจะช่วยให้คุณไม่สับสนกับราคาบนกราฟ การเข้าใจ Spread จะทำให้คุณรู้ต้นทุนที่แท้จริงและหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ตลาดมีความเสี่ยงสูง และการเลือกขนาด Lot ที่เหมาะสมจะช่วยรักษาเงินทุนในพอร์ตของคุณให้ยั่งยืน
จำไว้ว่าในตลาด Forex “ความรู้คือเครื่องมือลดความเสี่ยงที่ดีที่สุด” การเทรดโดยมีการคำนวณล่วงหน้าเป็นเงินบาทจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของกำไรและขาดทุนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และช่วยลดการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเทรดได้อย่างดีเยี่ยม
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือวิชาชีพใด ๆ ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ปรากฏไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนจาก Moneta Markets หรือผู้เขียน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจลงทุน

