คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. พื้นฐาน CFD

Q1:สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) คืออะไร

สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD, Contract for Difference) เป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่ง คุณกับโบรกเกอร์ตกลงชำระราคากันตามความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อ้างอิง โดยรับหรือรับภาระส่วนต่างระหว่างราคาตอนเปิดสถานะกับราคาตอนปิดสถานะ ไม่ได้ซื้อหรือขายตัวสินทรัพย์นั้นจริง


4 คุณสมบัติของการเทรด CFD

  • ไม่ได้ถือสินทรัพย์อ้างอิง:การเทรด CFD คือการคาดการณ์ทิศทางราคา ไม่มีการซื้อขายตัวสินทรัพย์จริง จึงไม่มีสิทธิ์ในฐานะผู้ถือหุ้นด้วย
  • เทรดได้ทั้งขาขึ้นและขาลง:คาดว่าราคาจะขึ้นก็เปิดสถานะฝั่งซื้อ (Long) คาดว่าจะลงก็เปิดสถานะฝั่งขาย (Short) มีโอกาสเทรดได้ทั้งสองทิศทาง
  • เทรดด้วยหลักประกัน:วางเงินเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสถานะเป็นหลักประกันก็เปิดสถานะได้ ทำให้เข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ได้ด้วยเงินที่น้อยกว่า
  • สินทรัพย์อ้างอิงหลากหลาย:ฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี หุ้น CFD ETF และพันธบัตร เทรดผ่าน CFD ได้ทั้งหมด Moneta Markets มีสินค้าให้เลือกมากกว่า 1,000 รายการ

CFD ต่างจากการซื้อหุ้นตรง ๆ อย่างไร

เวลาซื้อหุ้น คุณถือหุ้นของบริษัทนั้นจริง มีสิทธิ์ในฐานะผู้ถือหุ้น และจะได้กำไรก็ต่อเมื่อราคาหุ้นปรับขึ้นเท่านั้น ส่วนการเทรดหุ้น CFD คุณไม่ได้ถือหุ้น แต่เปิดสถานะได้ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย และใช้หลักประกันขยายขนาดสถานะได้


ต้นทุนและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนเทรด CFD

ต้นทุนหลักของ CFD คือสเปรดและค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Swap) แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเลเวอเรจขยายทั้งกำไรและขาดทุนไปพร้อมกัน ในจังหวะที่ตลาดผันผวนรุนแรง หากใช้เลเวอเรจสูงเกินไปและไม่ได้ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ ก็มีโอกาสขาดทุนเป็นจำนวนมาก CFD เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อน และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะขาดทุนอย่างรวดเร็วจากผลของเลเวอเรจ คุณอาจสูญเสียเงินมากกว่าเงินลงทุนตั้งต้น และคุณไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงหรือมีสิทธิ์ใด ๆ ในสินทรัพย์นั้น ก่อนเริ่มเทรดโปรดตรวจสอบว่าคุณเข้าใจกลไกการทำงานของ CFD และรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ รายละเอียดฉบับเต็มดูได้ที่เอกสาร Risk Warning Notice ในหน้าเอกสารทางกฎหมาย

Q2:ราคาเสนอขาย (Ask) และราคาเสนอซื้อ (Bid) คืออะไร

สินค้าทางการเงินทุกตัวมีราคาสองราคาพร้อมกันเสมอ ราคาเสนอขาย (Ask) คือราคาที่คุณจ่ายเวลาซื้อ ส่วนราคาเสนอซื้อ (Bid) คือราคาที่คุณได้รับเวลาขาย ราคาเสนอขายจะสูงกว่าราคาเสนอซื้อเสมอ และส่วนต่างของสองราคานี้ก็คือสเปรด


ใช้ราคาไหนตอนไหน

ราคาเสนอขาย (Ask)ราคาเสนอซื้อ (Bid)
นิยามราคาต่ำสุดที่ฝั่งขายยอมรับได้ราคาสูงสุดที่ฝั่งซื้อยอมจ่าย
ตอนคุณซื้อใช้ราคานี้ในการจับคู่คำสั่งไม่เกี่ยวข้อง
ตอนคุณขายไม่เกี่ยวข้องใช้ราคานี้ในการจับคู่คำสั่ง
สถานะฝั่งซื้อ (Long)ราคาเปิดสถานะราคาปิดสถานะ
สถานะฝั่งขาย (Short)ราคาปิดสถานะราคาเปิดสถานะ

ทำไมเพิ่งเปิดสถานะแล้วขึ้นว่าขาดทุนทันที

เป็นเรื่องปกติที่เกิดจากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย ไม่ใช่ระบบผิดพลาด ยกตัวอย่างฝั่งซื้อ คุณเปิดสถานะด้วยราคาเสนอขาย (Ask) ซึ่งสูงกว่า แต่ระบบคำนวณมูลค่าปิดสถานะ ณ ปัจจุบันด้วยราคาเสนอซื้อ (Bid) ซึ่งต่ำกว่า ส่วนต่างตรงนั้นคือต้นทุนสเปรดที่คุณจ่ายไปแล้ว ต่อเมื่อราคาเคลื่อนไปในทิศทางที่คุณคาดไว้จนเกินสเปรด สถานะถึงจะพลิกเป็นกำไร


ดูตรงไหนบนแพลตฟอร์ม

หน้าต่าง Market Watch ของ MT4/MT5 แสดงราคาเสนอขายและราคาเสนอซื้อของสินค้าแต่ละตัวพร้อมกัน ระยะห่างระหว่างสองคอลัมน์นั้นคือสเปรดตามเวลาจริง ณ ขณะนั้น

Q3:สเปรดคืออะไร คำนวณอย่างไร

สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอขาย (Ask) กับราคาเสนอซื้อ (Bid) คำนวณจาก สเปรด = ราคาเสนอขาย (Ask) - ราคาเสนอซื้อ (Bid) เป็นต้นทุนการเทรดที่คุณจ่ายไปตั้งแต่วินาทีที่เปิดสถานะ และคิดหน่วยเป็น "จุด"


สเปรดจริงของ Moneta Markets

สเปรดเป็นแบบลอยตัว เปลี่ยนไปตามสภาพคล่องและความผันผวนของตลาด ข้อมูลบางส่วนที่ประกาศบนเว็บไซต์:

สินค้าECN ต่ำสุด / เฉลี่ยSTP ต่ำสุด / เฉลี่ย
EURUSD0.10 / 0.261.20 / 1.36
GBPUSD0.10 / 0.561.30 / 1.76
USDJPY0.20 / 0.301.40 / 1.50
XAUUSD (ทองคำ)0.10 / 1.551.30 / 2.65
NAS1000.00 / 8.650.00 / 8.65

สเปรดตามเวลาจริงของสินค้าครบทั้ง 1,000+ รายการ ให้ยึดตามที่ประกาศไว้ในหน้า สเปรดและค่าคอมมิชชัน


สเปรดคือค่าธรรมเนียมหรือเปล่า

สเปรดไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่หักออกมาต่างหาก แต่เป็นต้นทุนที่รวมอยู่ในราคาที่แสดงอยู่แล้ว โครงสร้างการคิดค่าใช้จ่ายของสองบัญชีต่างกัน:

  • บัญชี Standard STP:ไม่คิดค่าคอมมิชชัน ต้นทุนการเทรดทั้งหมดสะท้อนอยู่ในสเปรด สเปรดจึงสูงกว่า
  • บัญชี ECN:สเปรดต่ำกว่า แต่คิดค่าคอมมิชชันเพิ่มตามจำนวนล็อต

เวลาเทียบต้นทุนรวมของสองบัญชี ต้องแปลงค่าคอมมิชชันของ ECN ให้เป็นหน่วยจุดก่อน แล้วบวกเข้ากับสเปรด จากนั้นค่อยเอาไปเทียบกับสเปรดของ STP


ทำไมสเปรดถึงขยับ

ราคาของ Moneta Markets มาจากผู้ให้สภาพคล่องหลายราย เมื่อสภาพคล่องในตลาดมีเพียงพอ สเปรดจะแคบลง แต่ในช่วงก่อนและหลังการประกาศตัวเลขสำคัญ หรือช่วงเปิด-ปิดตลาดที่สภาพคล่องลดลง สเปรดจะกว้างขึ้น ส่วนดัชนีและสินค้าบางรายการมีสเปรดเท่ากันไม่ว่าจะใช้บัญชีประเภทใด


ดูสเปรดตามเวลาจริงตรงไหน

บน MT4 เลือกเมนู View จากนั้นคลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch เลือก Symbols เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วกด Properties เพื่อดูสเปกสัญญา ส่วนหน้าต่าง Market Watch เองก็แสดงราคาเสนอขายและราคาเสนอซื้อพร้อมกันอยู่แล้ว ระยะห่างของสองราคานั้นคือสเปรดตามเวลาจริง ณ ขณะนั้น

Q4:สถานะฝั่งซื้อ (Long) และสถานะฝั่งขาย (Short) คืออะไร

สถานะฝั่งซื้อ (Long) คือสถานะที่เปิดไว้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น ส่วนสถานะฝั่งขาย (Short) คือสถานะที่เปิดไว้เมื่อคาดว่าราคาจะลง CFD เทรดได้ทั้งสองทิศทาง ตลาดขึ้นหรือลงจึงมีโอกาสทำกำไรได้ทั้งคู่


ราคาเปิดและราคาปิดของ 2 สถานะ

สถานะฝั่งซื้อ (Long)สถานะฝั่งขาย (Short)
เปิดเมื่อไหร่คาดว่าราคาจะขึ้นคาดว่าราคาจะลง
ราคาเปิดสถานะราคาเสนอขาย (Ask)ราคาเสนอซื้อ (Bid)
ราคาปิดสถานะราคาเสนอซื้อ (Bid)ราคาเสนอขาย (Ask)
ได้กำไรเมื่อไหร่ราคาเสนอซื้อตอนปิดสูงกว่าราคาตอนเปิดราคาเสนอขายตอนปิดต่ำกว่าราคาตอนเปิด

ราคาลงแล้วได้กำไรได้อย่างไร

ตอนเปิดสถานะฝั่งขาย คุณเปิดด้วยราคาเสนอซื้อ (Bid) ที่สูงกว่าก่อน แล้วรอให้ราคาลงจึงปิดสถานะด้วยราคาเสนอขาย (Ask) ที่ต่ำกว่า ส่วนต่างของสองราคานั้นคือกำไรหรือขาดทุน นี่คือความต่างสำคัญที่สุดข้อหนึ่งระหว่าง CFD กับการถือสินทรัพย์โดยตรง - คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นก่อน ก็เทรดในจังหวะที่ราคาเป็นขาลงได้


CFD เปิดฝั่งขายได้หรือเปล่า ติดข้อจำกัดเหมือนการชอร์ตหุ้นหรือเปล่า

ได้ การเปิดสถานะฝั่งขายด้วย CFD ไม่ต้องยืมหลักทรัพย์ และไม่ติดกฎแบบตลาดหุ้น ทั้งวงเงินการยืมหุ้นและข้อห้ามขายชอร์ตในราคาที่ต่ำกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด วิธีเปิดสถานะทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายเหมือนกันหมด แต่สถานะฝั่งขายก็ยังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องหลักประกันเช่นเดียวกัน และถ้าถือข้ามคืนก็มีโอกาสเกิดค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Swap) เหมือนกัน


2 เรื่องที่ต้องระวังไม่ว่าจะเปิดฝั่งไหน

  • เลเวอเรจปฏิบัติกับทั้งสองทิศทางเหมือนกัน - ถ้าคาดการณ์ผิด ผลขาดทุนก็ถูกขยายเท่ากัน
  • สถานะฝั่งขายจะขาดทุนเมื่อราคาขึ้น - การควบคุมความเสี่ยงและการตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) สำคัญไม่ต่างกัน

2. ต้นทุนการเทรดและสเปกสัญญา

Q5:เทรด CFD หนึ่งครั้งมีต้นทุนอะไรบ้าง

ต้นทุนของการเทรด CFD หนึ่งครั้งมี 3 ประเภท คือสเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Swap) สเปรดเกิดขึ้นทุกครั้งที่เทรด ค่าคอมมิชชันคิดเฉพาะบัญชี ECN ส่วนค่าธรรมเนียมข้ามคืนคิดเฉพาะตอนถือสถานะข้ามคืน


ต้นทุน 3 ประเภท

ต้นทุนเกิดขึ้นเมื่อไหร่บัญชี Standard STPบัญชี ECN
สเปรดทันทีที่เปิดสถานะสูงกว่า เพราะต้นทุนรวมอยู่ในสเปรดต่ำกว่า
ค่าคอมมิชชันตอนเปิดสถานะและตอนปิดสถานะ อย่างละครั้งไม่คิดคิดตามสกุลเงินของบัญชี
ค่าธรรมเนียมข้ามคืนเมื่อถือสถานะข้ามเวลาตัดรอบประจำวันคิดคิด

ค่าคอมมิชชันคิดยังไง

บัญชี Standard STP ไม่คิดค่าคอมมิชชันในทุกสกุลเงินของบัญชี ส่วนบัญชี ECN คิดค่าคอมมิชชันฟอเร็กซ์ตามสกุลเงินของบัญชี โดยคิดต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน (100,000 หน่วยของสกุลเงินหลักในคู่เงิน):

สกุลเงินของบัญชีค่าคอมมิชชันไป-กลับ ต่อ 1 ล็อต
USD6 ดอลลาร์สหรัฐ
AUD6 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
CAD6 ดอลลาร์แคนาดา
NZD6.50 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
EUR5 ยูโร
GBP4 ปอนด์
SGD7 ดอลลาร์สิงคโปร์
JPY550 เยน

ถ้าเทรดที่ 0.01 ล็อต บัญชีสกุลดอลลาร์สหรัฐจะเสียขาละ 0.03 ดอลลาร์ ไป-กลับรวม 0.06 ดอลลาร์ หุ้น CFD ของสหรัฐฯ ไม่คิดค่าคอมมิชชัน ส่วนหุ้น CFD ของตลาดอื่นและค่าคอมมิชชันฉบับเต็มของสินทรัพย์แต่ละประเภท ให้ยึดตามที่ประกาศไว้ในแท็บค่าคอมมิชชันของหน้า สเปรดและค่าคอมมิชชัน


เทรด EURUSD 1 ล็อต ต้นทุนประมาณเท่าไหร่

คำนวณจากบัญชีสกุลดอลลาร์สหรัฐ EURUSD 1 ล็อตมาตรฐาน โดยใช้สเปรดเฉลี่ย (1 จุดมีมูลค่าประมาณ 10 ดอลลาร์):

  • บัญชี ECN:สเปรดเฉลี่ย 0.26 จุด ประมาณ 2.6 ดอลลาร์ บวกค่าคอมมิชชันไป-กลับ 6 ดอลลาร์ รวมประมาณ 8.6 ดอลลาร์
  • บัญชี Standard STP:สเปรดเฉลี่ย 1.36 จุด ประมาณ 13.6 ดอลลาร์ ไม่คิดค่าคอมมิชชันเพิ่ม

ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณเพื่อให้เห็นภาพ โดยอ้างอิงสเปรดเฉลี่ยและค่าคอมมิชชันที่ประกาศบนเว็บไซต์ ต้นทุนจริงให้ยึดตามราคาตามเวลาจริง ณ วินาทีที่คำสั่งถูกจับคู่ และถ้าถือข้ามคืนจะมีค่าธรรมเนียมข้ามคืนคิดเพิ่มต่างหาก


มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงไหม

สเปรดและค่าคอมมิชชันของ Moneta Markets ประกาศไว้ในหน้า สเปรดและค่าคอมมิชชัน ทั้งหมด ตรวจสอบได้ทีละสินค้า นอกจากนั้นค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นคือค่าธรรมเนียมข้ามคืนจากการถือสถานะข้ามคืน ส่วนรายการค่าใช้จ่ายอื่นฉบับเต็มและเงื่อนไขการเรียกเก็บ ให้ยึดตามหน้า นโยบายการฝากและถอนเงิน และเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับตอนเปิดบัญชี


ดูค่าใช้จ่ายตามเวลาจริงตรงไหน

  • สเปรดและค่าคอมมิชชัน:หน้า สเปรดและค่าคอมมิชชัน
  • อัตราค่าธรรมเนียมข้ามคืน:บน MT4 เลือกเมนู View คลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch เลือก Symbols เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วกด Properties

ทั้งหมดนี้ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement และเงื่อนไขบัญชีที่คุณยอมรับไว้

Q6:ค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Swap) คำนวณยังไง วันไหนคิด 3 เท่า

ค่าธรรมเนียมข้ามคืน (Swap) คือดอกเบี้ยจากการต่ออายุสถานะที่จ่ายหรือได้รับ เมื่อถือสถานะข้ามเวลาตัดรอบประจำวัน อาจเป็นรายจ่ายหรือรายรับก็ได้ ขึ้นอยู่กับสินค้าและทิศทางที่คุณถืออยู่


อัตราค่าธรรมเนียมมาจากไหน

อัตราค่าธรรมเนียมข้ามคืนของ Moneta Markets มาจากผู้ให้สภาพคล่องที่เป็นพันธมิตร ปรับปรุงทุกสัปดาห์ และคำนวณตามสภาพตลาด สินค้าตัวเดียวกันมีอัตราฝั่งซื้อกับฝั่งขายไม่เท่ากัน และเปลี่ยนไปตามภาวะอัตราดอกเบี้ย จึงแนะนำให้ตรวจสอบอัตราของสัปดาห์นั้นก่อนเปิดสถานะ อย่าใช้ตัวเลขเก่า


วิธีคำนวณ

ค่าธรรมเนียมข้ามคืน = จำนวนล็อต × ขนาดสัญญา × อัตราค่าธรรมเนียมข้ามคืนของวันนั้น จำนวนเงินจริงขึ้นอยู่กับสินค้า ทิศทาง และจำนวนล็อต ยิ่งถือสถานะนาน ต้นทุนหรือรายรับข้ามคืนที่สะสมไว้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ตรงนี้เป็นความต่างด้านโครงสร้างต้นทุนข้อสำคัญข้อหนึ่งระหว่างการเทรดระยะสั้นกับระยะยาว


วันไหนคิด 3 เท่า

ตลาดฟอเร็กซ์ปิดทำการช่วงสุดสัปดาห์ แต่ดอกเบี้ยคิดตามวันปฏิทิน ในแต่ละสัปดาห์จึงมีอยู่วันหนึ่งที่คิดค่าธรรมเนียมข้ามคืนรวด 3 วันในครั้งเดียว เรียกกันทั่วไปว่า วันคิด 3 เท่า (Triple Swap) เวลาตัดรอบประจำวันและวันที่คิด 3 เท่าของแต่ละสินค้าไม่เหมือนกัน ให้ยึดตามที่แสดงในหน้าคุณสมบัติของสินค้าบนแพลตฟอร์ม


ดูอัตราค่าธรรมเนียมข้ามคืนใน MT4 ตรงไหน

  • เลือกเมนู View
  • คลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Symbols
  • เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วกด Properties
  • ในหน้าต่างคุณสมบัติจะเห็นอัตราค่าธรรมเนียมข้ามคืนทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย พร้อมวันที่คิด 3 เท่า

MT5 ทำแบบเดียวกัน หน้าจอเดียวกันนี้ยังดูสเปกสัญญาและเวลาซื้อขายของสินค้านั้นได้ด้วย


ลดต้นทุนข้ามคืนยังไง

  • ปิดสถานะภายในวัน:ไม่ถือสถานะข้ามเวลาตัดรอบก็ไม่เกิดค่าธรรมเนียมข้ามคืน
  • ตรวจอัตราก่อนเปิดสถานะ:สินค้าบางตัวมีอัตราเป็นบวกในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แปลว่าถือแล้วได้รับดอกเบี้ย
  • ระวังวันคิด 3 เท่า:สถานะที่ถือข้ามวันนั้นจะถูกคิดเป็น 3 เท่าของวันปกติ
  • ตัวเลือกที่ไม่มีค่าธรรมเนียมข้ามคืน:บัญชีทุกประเภทมีบัญชีอิสลาม (Swap-Free) ให้เลือก รายละเอียดดูที่หน้า บัญชี Swap-Free

ทั้งหมดนี้ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement และเงื่อนไขบัญชีที่คุณยอมรับไว้

Q7:หุ้น CFD จัดการเรื่องเงินปันผลและคอร์เปอเรตแอ็กชันยังไง

การถือหุ้น CFD ไม่ได้แปลว่าคุณถือหุ้นของบริษัทนั้น จึงไม่ได้รับเงินปันผลโดยตรง และไม่มีสิทธิ์ในฐานะผู้ถือหุ้นอย่างสิทธิ์ออกเสียง เมื่อหุ้นอ้างอิงขึ้นเครื่องหมาย XD (Ex-Dividend) หรือเกิดคอร์เปอเรตแอ็กชัน (การแตกหุ้น รวมหุ้น จ่ายปันผล และรายการอื่นในลักษณะเดียวกัน) สถานะของคุณจะได้รับผลกระทบ วิธีปรับปรุงที่ใช้จริงให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับตอนเปิดบัญชี และตามที่ระบุในรายละเอียดบัญชี


หุ้น CFD ต่างจากการถือหุ้นจริงยังไง

ถือหุ้นจริงหุ้น CFD
ความเป็นเจ้าของถือหุ้นของบริษัทไม่ได้ถือ
สิทธิ์ผู้ถือหุ้นสิทธิ์ออกเสียง เข้าประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิประโยชน์ผู้ถือหุ้นไม่มี
เงินปันผลได้รับโดยตรงไม่ได้รับโดยตรง
การเปิดฝั่งขายติดข้อจำกัดตามกฎของตลาดเปิดสถานะฝั่งขายได้ทันที

ตอนขึ้นเครื่องหมาย XD เกิดอะไรขึ้น

เมื่อหุ้นอ้างอิงเข้าสู่วันขึ้นเครื่องหมาย XD ราคาหุ้นมักปรับลดลงในจำนวนที่เท่ากับเงินปันผล การเปลี่ยนแปลงนี้จะสะท้อนอยู่ในราคาของสินค้าตัวนั้น และส่งผลต่อสถานะฝั่งซื้อกับฝั่งขายในทิศทางตรงข้ามกัน

ส่วนที่ว่าสถานะ CFD จะเกิดการปรับปรุงเป็นเงินสดหรือไม่ คำนวณอย่างไร และบันทึกเข้าบัญชีเมื่อไหร่ ให้ยึดตามที่ระบุในเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้ ถ้าวันนั้นมีรายการปรับปรุงเกิดขึ้น จะแสดงอยู่ในรายละเอียดบัญชี

วิธีตรวจสอบ - เข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้าหรือแพลตฟอร์มเทรด แล้วดูรายการรับเข้าและหักออกของวันนั้นในประวัติบัญชีหรือรายการเงินในบัญชี


การแตกหุ้น รวมหุ้น เพิกถอน จัดการยังไง

คอร์เปอเรตแอ็กชันอย่างการแตกหุ้น การรวมหุ้น การเข้าซื้อกิจการ และการเพิกถอนออกจากตลาด จะเปลี่ยนจำนวนหุ้นหรือฐานราคาของหุ้นอ้างอิง เมื่อเกิดขึ้น สเปกสัญญา ราคา หรือสถานะที่ถืออยู่ของสินค้า CFD ที่เกี่ยวข้องอาจถูกปรับตาม หรืออาจหยุดการเทรดก่อนถึงวันที่มีผลบังคับ

สินค้าที่ได้รับผลกระทบและกำหนดการดำเนินการจริงจะประกาศไว้ในหน้า การแจ้งเตือน และให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้ ระหว่างที่ถือสถานะเหล่านี้อยู่ แนะนำให้ติดตามประกาศและการแจ้งเตือนบนแพลตฟอร์ม


ก่อนเทรดหุ้น CFD ควรดูอะไรบ้าง

  • สเปกสัญญาและเวลาซื้อขายของสินค้าตัวนั้น (ดู Q8)
  • วิธีคิดค่าคอมมิชชันของสินค้าตัวนั้น (ดู Q5)
  • มีหน้าแจ้งเรื่องคอร์เปอเรตแอ็กชันที่เกี่ยวกับสินค้าตัวนั้นแล้วหรือยัง
  • ช่วงนี้ใกล้วันขึ้นเครื่องหมาย XD หรือเปล่า

Q8:ขนาดล็อตขั้นต่ำและสเปกสัญญาดูตรงไหน

บัญชีทุกประเภทของ Moneta Markets มีปริมาณการเทรดขั้นต่ำที่ 0.01 ล็อต และเพิ่มทีละ 0.01 ล็อต ส่วนขนาดสัญญา อัตราหลักประกัน และอัตราค่าธรรมเนียมข้ามคืนของแต่ละสินค้าไม่เท่ากัน ตรวจสอบได้ในหน้าคุณสมบัติของสินค้าบนแพลตฟอร์มเทรด


สินค้าที่สามารถเทรด

ประเภทจำนวน
คู่เงินฟอเร็กซ์44
ดัชนี16
สินค้าโภคภัณฑ์19
หุ้น CFD700+
ETF50+
พันธบัตร7

รวมมากกว่า 1,000 รายการ และบัญชีทุกประเภทเทรดสินค้าทั้งหมดข้างต้นได้


ดูสเปกสัญญาของสินค้าแต่ละตัวใน MT4/MT5 ตรงไหน

  • เลือกเมนู View
  • คลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก Symbols
  • เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วกด Properties

หน้าต่างคุณสมบัติจะแสดงขนาดสัญญา ปริมาณการเทรดขั้นต่ำและสูงสุด อัตราหลักประกัน อัตราค่าธรรมเนียมข้ามคืนทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย และเวลาซื้อขายของสินค้าตัวนั้น


ทำไมต้องดูสเปกสัญญาก่อน

ปริมาณ 1 ล็อตเท่ากัน แต่มูลค่าสถานะจริงของแต่ละสินค้าต่างกันมาก และมันส่งผลโดยตรงต่อหลักประกันที่ต้องใช้และกำไรขาดทุนต่อจุด ตรวจสอบขนาดสัญญาก่อนเปิดสถานะจึงเป็นเงื่อนไขของการประเมินความเสี่ยงให้ถูกต้อง:

Q9:เวลาซื้อขายคือช่วงไหน

ตลาดฟอเร็กซ์เปิดเทรดเกือบ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ และปิดทำการช่วงสุดสัปดาห์ เวลาซื้อขายจริงของแต่ละสินค้าไม่เหมือนกัน ดูตารางเวลาฉบับเต็มของสินค้ากว่า 1,000 รายการได้ทีละตัวที่หน้า เวลาซื้อขาย


แปลงเวลาเซิร์ฟเวอร์เป็นเวลาไทย

เวลาเซิร์ฟเวอร์และเวลาบนกราฟของ Moneta Markets คือ GMT+2 และเป็น GMT+3 ในช่วงเวลาออมแสง ส่วนประเทศไทยคือ GMT+7 ดังนั้น:

ช่วงเวลาเซิร์ฟเวอร์แปลงเป็นเวลาไทย
ช่วงปกติ (GMT+2)บวก 5 ชั่วโมงเซิร์ฟเวอร์ 00:00 = ไทย 05:00
ช่วงเวลาออมแสง (GMT+3)บวก 4 ชั่วโมงเซิร์ฟเวอร์ 00:00 = ไทย 04:00

เวลาของแท่งเทียนบนกราฟ MT4/MT5 คือเวลาเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่เวลาในประเทศที่คุณอยู่ ตอนตั้งคำสั่งตั้งรอหรืออ่านเวลาเปิด-ปิดตลาด ให้ระวังการแปลงเวลาตรงนี้


ดูเวลาซื้อขายของสินค้าแต่ละตัวตรงไหน

  • เว็บไซต์:หน้า เวลาซื้อขาย มีตารางเวลาของสินค้าครบทุกตัว
  • แพลตฟอร์มเทรด:เลือกเมนู View คลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch เลือก Symbols เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วกด Properties

วันหยุดของตลาดทำยังไง

ในช่วงวันหยุดของตลาดแต่ละประเทศ สินค้าที่เกี่ยวข้องอาจปิดทำการก่อนเวลาปกติหรือหยุดทั้งวัน Moneta Markets จะประกาศการปรับเวลาซื้อขายช่วงวันหยุดไว้ในหน้า การแจ้งเตือน โดยระบุสินค้าที่ได้รับผลกระทบและเวลาเปิด-ปิดจริงของวันนั้น ก่อนเทรดแนะนำให้ตรวจสอบประกาศของเดือนนั้นก่อน

ถ้าส่งคำสั่งหรือแก้ไขคำสั่งนอกเวลาซื้อขาย แพลตฟอร์มจะขึ้นข้อความ Market Closed รายละเอียดดูที่ Q40

3. เลเวอเรจและการบริหารความเสี่ยง

Q10:เลเวอเรจคืออะไร หลักประกันคำนวณยังไง

เลเวอเรจทำให้คุณวางเงินเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสถานะเป็นหลักประกันก็เปิดสถานะได้ อัตรา 1:200 หมายความว่าหลักประกัน 1 หน่วยควบคุมสถานะได้ 200 หน่วย โดย Moneta Markets ให้เลเวอเรจสูงสุดที่ 1000:1


สูตรคำนวณหลักประกัน

หลักประกันที่ต้องใช้ = (ขนาดสัญญา × จำนวนล็อต × ราคาตลาด) ÷ อัตราเลเวอเรจ

ยกตัวอย่าง EURUSD 1 ล็อต (ขนาดสัญญา 100,000) ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1.1000:

เลเวอเรจหลักประกันที่ต้องใช้
1:1001,100 ดอลลาร์
1:200550 ดอลลาร์
1:500220 ดอลลาร์
1:1000110 ดอลลาร์

เลเวอเรจยิ่งสูง หลักประกันที่ต้องใช้เปิดสถานะขนาดเท่ากันก็ยิ่งน้อยลง แต่ขนาดสถานะและการคำนวณกำไรขาดทุนไม่เปลี่ยน พูดอีกแบบคือ เลเวอเรจเปลี่ยนประสิทธิภาพการใช้เงิน ไม่ได้เปลี่ยนความเสี่ยง


หลักประกันเริ่มต้นกับหลักประกันรักษาสถานะ

  • หลักประกันเริ่มต้น (Initial Margin):จำนวนเงินที่ต้องวางตอนเปิดสถานะ
  • หลักประกันรักษาสถานะ (Maintenance Margin):เงินที่ต้องเติมเข้าไปเพื่อรักษาสถานะไว้ เมื่อผลขาดทุนขยายตัว

เมื่อ Margin Level (ระดับหลักประกัน) ของบัญชีลดลงถึงระดับหนึ่ง จะเกิดการแจ้งเตือนเรียกหลักประกันเพิ่มหรือการบังคับปิดสถานะ รายละเอียดดูที่ Q11 และ Q12


เลเวอเรจสูงสุดของบัญชีแต่ละประเภท

ประเภทบัญชีเลเวอเรจสูงสุด
Standard STP1000:1
ECN1000:1
Ultra ECN500:1

เลเวอเรจที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับนิติบุคคลที่บัญชีของคุณสังกัด ประเภทสินค้า และสภาพตลาด ณ ขณะนั้น ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้ ในบางช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนมากขึ้น เลเวอเรจสูงสุดจะถูกปรับลดชั่วคราว รายละเอียดดูที่ Q13


2 ความจริงของเลเวอเรจสูง

  • เลเวอเรจขยายทั้งกำไรและขาดทุนตามสัดส่วนเดียวกัน - ที่เลเวอเรจ 1000:1 ตลาดเคลื่อนสวนทางเพียง 0.1% ก็อาจกินหลักประกันทั้งหมดจนหมด
  • มีเลเวอเรจสูงไม่ได้แปลว่าต้องใช้เต็มเพดาน - การใส่หลักประกันเข้าไปมากขึ้นในการเทรดครั้งเดียวกัน คือการลดเลเวอเรจที่ใช้จริงของตัวเองลง

เครื่องมือคำนวณ - เว็บไซต์มีเครื่องคำนวณการเทรด คำนวณหลักประกันที่ต้องใช้และมูลค่าต่อจุดได้ตามสินค้า จำนวนล็อต และเลเวอเรจ

ทั้งหมดนี้ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement และเงื่อนไขบัญชีที่คุณยอมรับไว้

Q11:Margin Level (ระดับหลักประกัน) คืออะไร คำนวณยังไง

Margin Level คืออัตราส่วนระหว่าง Equity ของบัญชีกับหลักประกันที่ใช้ไป แสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์ คำนวณจาก: Margin Level = (Equity ÷ Margin) × 100% ตัวเลขยิ่งสูงแปลว่าบัญชียิ่งปลอดภัย ยิ่งต่ำก็ยิ่งเข้าใกล้การเรียกหลักประกันเพิ่มหรือการบังคับปิดสถานะ


ตัวเลข 2 ตัวในสูตรคืออะไร

ช่องความหมาย
Equityเงินรวมทั้งหมดในบัญชี ประกอบด้วยเงินที่ฝากเข้ามา เครดิตโบนัส และกำไรขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ของทุกสถานะที่ถืออยู่
Margin (หลักประกันที่ใช้ไป)จำนวนหลักประกันที่ถูกใช้อยู่เพื่อรักษาสถานะที่เปิดค้างไว้

Equity ขยับตามกำไรขาดทุนที่ยังไม่รับรู้แบบเรียลไทม์ ส่วน Margin ถูกล็อกไว้ตั้งแต่ตอนเปิดสถานะ ดังนั้นถึงจะไม่ได้เทรดเพิ่มเลย Margin Level ก็ขึ้นลงตามความผันผวนของตลาดอยู่ดี


ตัวเลขจริงหน้าตาเป็นยังไง

สมมติ Equity 2,000 ดอลลาร์ และ Margin 500 ดอลลาร์:
Margin Level = (2,000 ÷ 500) × 100% = 400%

ถ้าสถานะที่ถืออยู่ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ 1,000 ดอลลาร์ Equity จะลดลงเหลือ 1,000 ดอลลาร์:
Margin Level = (1,000 ÷ 500) × 100% = 200%


เท่าไหร่ถึงจะเข้าเกณฑ์แจ้งเตือน

เกณฑ์ระดับเกิดอะไรขึ้น
การเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call)50%ได้รับการแจ้งเตือน ให้ฝากเงินเพิ่มหรือลดขนาดสถานะ
การบังคับปิดสถานะ (Stop Out)20%ระบบปิดสถานะให้อัตโนมัติเพื่อควบคุมความเสี่ยง

บัญชีทั้ง 3 ประเภทใช้เกณฑ์เดียวกัน กลไกฉบับละเอียดดูที่ Q12


ดูตรงไหน

บรรทัดสรุปบัญชีของ MT4/MT5 แสดง Balance Equity Margin Free Margin และ Margin Level แบบเรียลไทม์ Free Margin (หลักประกันที่เหลือ) คือ Equity หักด้วย Margin ซึ่งก็คือจำนวนเงินที่คุณยังใช้เปิดสถานะใหม่ได้ ทั้งหมดนี้ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement และเงื่อนไขบัญชีที่คุณยอมรับไว้

Q12:การเรียกหลักประกันเพิ่มและการบังคับปิดสถานะคืออะไร

เมื่อ Margin Level ของบัญชีลดลง ระบบจะทำงาน 2 ขั้นตามลำดับ - ลดลงถึง 50% จะเกิดการแจ้งเตือนเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) และลดลงถึง 20% จะเกิดการบังคับปิดสถานะ (Stop Out) โดยระบบปิดสถานะให้อัตโนมัติเพื่อควบคุมความเสี่ยง


2 เกณฑ์ที่ต้องรู้

ขั้นMargin Levelระบบทำอะไรคุณทำอะไรได้
การเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call)50%ส่งการแจ้งเตือนฝากเงินเพิ่มให้หลักประกันพอ หรือลดขนาดสถานะ ปิดบางสถานะออกไปเอง
การบังคับปิดสถานะ (Stop Out)20%ปิดสถานะอัตโนมัติขั้นนี้ระบบเป็นผู้ดำเนินการ เลือกไม่ได้ว่าจะปิดสถานะไหน

บัญชี Standard STP, ECN และ Ultra ECN ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้ง 3 ประเภท


ทำไม Margin Level ถึงตกลงมา

Margin ถูกล็อกไว้ตั้งแต่ตอนเปิดสถานะแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนคือ Equity เมื่อขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ของสถานะขยายตัว Equity ก็ลดลง และ Margin Level ก็ไหลลงตาม ดังนั้นถึงคุณจะไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย ตลาดที่วิ่งไปทางเดียวก็พาบัญชีจากโซนปลอดภัยเข้าสู่โซนเตือนได้

3 สถานการณ์ที่มักทำให้เกิดการบังคับปิดสถานะ:

  • ขนาดสถานะใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับเงินในบัญชี ตลาดสวนทางเล็กน้อยก็กัดกินหลักประกันแล้ว
  • ไม่ได้ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ผลขาดทุนจึงขยายไปเรื่อย ๆ
  • มีการประกาศตัวเลขสำคัญหรือเกิดช่องว่างราคา (Gap) ตอนเปิดตลาด ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงในเวลาสั้น ๆ (ดู Q16)

ราคาที่บังคับปิดสถานะไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ 20% พอดี

การบังคับปิดสถานะทำงานที่ราคาที่ซื้อขายได้จริงในตลาด ณ วินาทีที่ถูกทริกเกอร์ ในจังหวะที่เกิดช่องว่างราคาหรือสภาพคล่องไม่เพียงพอ ราคาที่จับคู่ได้จริงอาจแย่กว่าราคาตอนที่เงื่อนไขถูกทริกเกอร์ เงินที่เหลือในบัญชีหลังปิดสถานะจึงอาจต่ำกว่าตัวเลขที่คำนวณจากเกณฑ์ 20%

นี่คือเหตุผลที่ไม่แนะนำให้ใช้การบังคับปิดสถานะเป็นเครื่องมือควบคุมความเสี่ยง - มันคือแนวป้องกันสุดท้ายของระบบ ไม่ใช่กลยุทธ์ตัดขาดทุนของคุณ การจัดการยอดเงินคงเหลือในบัญชีหลังจากนั้น ให้ยึดตามที่ระบุในเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้


ลดโอกาสถูกบังคับปิดสถานะยังไง

  • คุมขนาดสถานะ:อย่าใช้หลักประกันที่มีอยู่จนเกือบหมดในครั้งเดียว เหลือพื้นที่กันชนไว้
  • ตั้งจุดตัดขาดทุนเอง:ให้ผลขาดทุนหยุดที่ราคาที่คุณเลือก ไม่ใช่รอให้ระบบเป็นคนตัดสิน (ดู Q15)
  • ระวังช่วงที่ผันผวนสูง:ก่อนและหลังการประกาศตัวเลขสำคัญ ช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ และก่อนปิดตลาดวันศุกร์ ซึ่งเป็นช่วงที่เลเวอเรจแบบปรับอัตโนมัติทำงานด้วย (ดู Q13)
  • ติดตาม Margin Level ต่อเนื่อง:บรรทัดสรุปบัญชีของ MT4/MT5 แสดงค่านี้แบบเรียลไทม์ (ดู Q11)
  • เลี่ยงการถือเต็มพอร์ตเป็นเวลานาน:การถือสถานะข้ามสุดสัปดาห์หรือวันหยุดคือช่วงที่ความเสี่ยงจากช่องว่างราคาสูงที่สุด

หลังถูกบังคับปิดสถานะแล้ว

เงินที่เหลือยังอยู่ในบัญชี คุณฝากเงินเพิ่มแล้วกลับมาเทรดใหม่ได้ หรือจะยื่นถอนเงินตามขั้นตอนก็ได้ (ดู Q28) ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับรายการปิดสถานะ เรียกดูประวัติการเทรดได้ในระบบหลังบ้านลูกค้า และติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้ช่วยตรวจสอบได้ (ดู Q45)

ทั้งหมดนี้ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement และเงื่อนไขบัญชีที่คุณยอมรับไว้

Q13:เลเวอเรจแบบปรับอัตโนมัติทำงานตอนไหน กระทบสินค้าอะไรบ้าง

เลเวอเรจแบบปรับอัตโนมัติคือกลไกที่ปรับลดเลเวอเรจสูงสุดลงชั่วคราวในช่วงที่ตลาดผันผวนมากขึ้น แล้วกลับสู่ระดับปกติของบัญชีเองเมื่อพ้นช่วงนั้น ช่วงที่ใช้กลไกนี้ได้แก่ ก่อนและหลังการประกาศตัวเลขสำคัญ หลังเปิดตลาดวันจันทร์ และก่อนปิดตลาดวันจันทร์ถึงวันศุกร์


5 ช่วงเวลาที่กลไกนี้มีผล

ช่วงเวลาระยะเวลาที่ปรับลด
การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญตั้งแต่ 15 นาทีก่อนประกาศ ถึง 5 นาทีหลังประกาศ
ก่อนปิดตลาดวันศุกร์3 ชั่วโมงก่อนสินค้านั้นปิดตลาด
ก่อนปิดตลาดวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี30 นาทีก่อนสินค้านั้นปิดตลาด
หลังเปิดตลาดวันจันทร์30 นาทีหลังสินค้านั้นเปิดตลาด
ช่วงก่อนและหลังวันหยุดสำคัญของตลาดถ้าวันถัดไปเป็นวันหยุดเต็มวัน ใช้กฎเดียวกับวันศุกร์ ถ้าวันก่อนหน้าเป็นวันหยุดเต็มวัน ใช้กฎเดียวกับวันจันทร์ สินค้าที่เข้าเงื่อนไขคือทองคำ โลหะเงิน น้ำมันดิบ ฟอเร็กซ์ Nas100 SP500 DJ30 และ US2000

ตัวเลขไหนกระทบสินค้าอะไร

ประเภทตัวเลขสินค้าที่ได้รับผลกระทบ
ตัวเลขที่เกี่ยวกับดอลลาร์สหรัฐฟอเร็กซ์ ทองคำ โลหะเงิน ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์
ตัวเลขที่เกี่ยวกับน้ำมันดิบน้ำมันดิบ สินค้าโภคภัณฑ์
ตัวเลขอื่น ๆฟอเร็กซ์

เลเวอเรจสูงสุดระหว่างช่วงที่ปรับลด

สินค้าเลเวอเรจสูงสุดระหว่างช่วงที่ปรับลด
ฟอเร็กซ์1:200
ทองคำ1:100
ดัชนี1:100
โลหะเงิน1:50
น้ำมันดิบ1:10
สินค้าโภคภัณฑ์1:5

ตารางข้างบนคือค่าที่ใช้อยู่ปัจจุบัน กฎและตัวเลขของเลเวอเรจแบบปรับอัตโนมัติจะปรับตามสภาพตลาด เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจะประกาศไว้ในหน้า การแจ้งเตือน ให้ยึดตามประกาศฉบับล่าสุด


สัปดาห์หน้ามีตัวเลขไหนที่เข้าเงื่อนไขบ้าง

Moneta Markets ประกาศตารางกำหนดการเลเวอเรจแบบปรับอัตโนมัติของสัปดาห์ถัดไปไว้ในหน้า การแจ้งเตือน ทุกสัปดาห์ โดยไล่รายการทีละตัวว่ามีวันที่ เวลา ชื่อตัวเลข สกุลเงินที่เกี่ยวข้อง เวลาเริ่ม-สิ้นสุดของการปรับลด และประเภทสินค้าที่ได้รับผลกระทบ ก่อนถือสถานะแนะนำให้ดูตารางของสัปดาห์นั้นก่อน เวลาที่ประกาศระบุเป็น GMT+3 เวลาไทยต้องบวกเพิ่ม 4 ชั่วโมง (เช่น ประกาศ 15:30 ก็คือ 19:30 ตามเวลาไทย) วิธีแปลงเวลาเซิร์ฟเวอร์ดูรายละเอียดที่ Q9


ผลกระทบต่อการเทรดจริง

  • เปิดสถานะใหม่ระหว่างช่วงที่ปรับลด - หลักประกันที่ต้องใช้จะคำนวณจากเลเวอเรจหลังปรับลด นั่นคือต้องใช้หลักประกันมากขึ้น
  • สถานะที่ถืออยู่แล้วจะไม่ถูกบังคับปิด - แต่ฐานการคำนวณ Margin Level เปลี่ยนไป ทำให้ Free Margin ลดลง
  • ถ้าบัญชีเข้าใกล้เกณฑ์เรียกหลักประกันเพิ่มอยู่แล้ว ความเสี่ยงในช่วงที่ปรับลดจะสูงขึ้นชัดเจน (ดู Q12)

สิ่งที่แนะนำให้ทำ - ก่อนถึงช่วงที่ผันผวนสูง ตรวจสอบก่อนว่า Free Margin เพียงพอไหม หรือลดขนาดสถานะลงก่อน

ทั้งหมดนี้ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement และเงื่อนไขบัญชีที่คุณยอมรับไว้

4. คำสั่งและเครื่องมือคุมความเสี่ยง

Q14:มีคำสั่งประเภทไหนบ้าง

การส่งคำสั่งบนแพลตฟอร์มของ Moneta Markets แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ - คำสั่งราคาตลาดจับคู่ทันทีที่ราคาปัจจุบัน ส่วนคำสั่งตั้งรอคือการตั้งราคาไว้ล่วงหน้าแล้วรอให้ตลาดวิ่งมาถึงจึงจับคู่อัตโนมัติ คำสั่งตั้งรอมี 4 รูปแบบ และตั้งจุดตัดขาดทุนกับจุดทำกำไรประกอบเข้าไปได้ด้วย


คำสั่งราคาตลาด (Market Order)

ซื้อหรือขายทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน เป็นวิธีเข้าตลาดที่เร็วที่สุด เหมาะกับการจับจังหวะที่เกิดขึ้นเดี๋ยวนั้น ฝั่งซื้อจับคู่ที่ราคาเสนอขาย (Ask) ส่วนฝั่งขายจับคู่ที่ราคาเสนอซื้อ (Bid)


คำสั่งตั้งรอ 4 แบบ (Pending Order)

ตั้งราคาที่ต้องการไว้ เมื่อราคาตลาดวิ่งมาถึงจุดนั้นจะจับคู่ให้อัตโนมัติ

ประเภทคำสั่งตั้งราคาไว้ที่ใช้ทำอะไร
Buy Limitต่ำกว่าราคาปัจจุบันซื้อที่ราคาถูกลง รอให้ย่อตัวลงมาก่อนเข้า
Sell Limitสูงกว่าราคาปัจจุบันขายที่ราคาสูงขึ้น รอให้ดีดกลับขึ้นไปก่อนเปิดฝั่งขาย
Buy Stopสูงกว่าราคาปัจจุบันซื้อตามขึ้นไป เข้าตามแนวโน้มหลังราคาเบรกขึ้น
Sell Stopต่ำกว่าราคาปัจจุบันขายตามลงไป เข้าตามแนวโน้มหลังราคาหลุดลงมา

Buy Stop กับ Buy Limit ต่างกันตรงไหน

ทั้งคู่เป็นคำสั่งซื้อเหมือนกัน ต่างกันที่ทิศทางที่คุณคาดไว้:

  • Buy Limit ตั้งไว้ใต้ราคาปัจจุบัน คุณคาดว่าราคาจะลงก่อนแล้วค่อยขึ้น จึงอยากเข้าที่ราคาถูกกว่า
  • Buy Stop ตั้งไว้เหนือราคาปัจจุบัน คุณคาดว่าถ้าราคาเบรกผ่านจุดใดจุดหนึ่งไปได้จะขึ้นต่อ จึงเข้าเมื่อเบรกผ่านแล้วเท่านั้น

Sell Limit กับ Sell Stop ใช้ตรรกะเดียวกันแต่กลับทิศทาง วิธีจำ: Limit คือรอราคาที่ดีกว่า Stop คือรอให้แนวโน้มยืนยันก่อน


จุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไร

จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และจุดทำกำไร (Take Profit) ไม่ใช่คำสั่งเข้าตลาดที่แยกออกมาต่างหาก แต่เป็นคำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติที่แนบไว้กับสถานะที่ถืออยู่ เมื่อผลขาดทุนหรือกำไรถึงราคาที่คุณตั้งไว้ ระบบจะปิดสถานะให้เอง ตั้งพร้อมกันตอนเปิดสถานะได้ และหลังถือสถานะแล้วก็แก้ได้ตลอด (ดู Q15)


2 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับคำสั่งตั้งรอ

  • คำสั่งตั้งรอไม่รับประกันว่าจะจับคู่ที่ราคาที่ตั้งไว้ - ตอนตลาดผันผวนรุนแรงหรือเกิดช่องว่างราคาตอนเปิดตลาด ราคาอาจข้ามราคาที่คุณตั้งไว้ไปเลย คำสั่งจะจับคู่ที่ราคาแรกที่ซื้อขายได้จริงหลังช่องว่างนั้น (ดู Q16)
  • คำสั่งตั้งรอกำหนดวันหมดอายุได้ - ถ้าไม่ได้กำหนด คำสั่งจะมีผลไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจับคู่ได้หรือคุณลบทิ้งเอง

ส่งคำสั่งและจัดการคำสั่งตรงไหน

บน MT4/MT5 ดับเบิลคลิกที่สินค้าในหน้าต่าง Market Watch เพื่อเปิดหน้าต่างส่งคำสั่ง แล้วเลือกที่ช่อง Type ว่าจะใช้คำสั่งราคาตลาดหรือคำสั่งตั้งรอ คำสั่งตั้งรอที่สร้างไว้แล้วจะแสดงอยู่ในแท็บ Trade คลิกขวาเพื่อแก้ไขหรือลบได้

ฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Trailing Stop มีไม่เหมือนกันในแต่ละเวอร์ชันของแพลตฟอร์ม ตัวเลือกที่ใช้ได้จริงให้ยึดตามที่แสดงบนหน้าจอแพลตฟอร์มที่คุณใช้อยู่

Q15:ตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรยังไง

จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และจุดทำกำไร (Take Profit) ตั้งได้ตั้งแต่ตอนเปิดสถานะ และแก้ได้ตลอดหลังจากถือสถานะแล้ว ทั้งคู่เป็นคำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติที่แนบอยู่กับสถานะ เมื่อราคาแตะค่าที่ตั้งไว้ ระบบจะปิดสถานะนั้นให้เอง


ตั้งตอนเปิดสถานะ

กรอกราคาเป้าหมายในช่อง Stop Loss และ Take Profit บนหน้าต่างส่งคำสั่ง แล้วส่งคำสั่งได้เลย เว้นว่างไว้แปลว่าไม่ตั้ง และเติมทีหลังได้


แก้หรือเพิ่มหลังถือสถานะแล้ว

บน MT4/MT5 เวอร์ชันเดสก์ท็อป:

  • เปิดแท็บ Trade (คีย์ลัด Ctrl + T)
  • คลิกขวาที่สถานะที่ต้องการแก้ แล้วเลือก Modify or Delete Order
  • กรอกราคาใหม่ในช่อง Stop Loss และ Take Profit
  • กด Modify เพื่อยืนยัน

เวอร์ชันมือถือและแพลตฟอร์มอื่นมีทางเข้าไม่เหมือนกัน แก้ได้ที่หน้ารายละเอียดของสถานะนั้น ขั้นตอนจริงให้ยึดตามหน้าจอของแพลตฟอร์มที่คุณใช้อยู่


ทิศทางการตั้งของฝั่งซื้อและฝั่งขาย

สถานะตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ตั้งจุดทำกำไรไว้
สถานะฝั่งซื้อ (Long)ใต้ราคาที่เปิดสถานะเหนือราคาที่เปิดสถานะ
สถานะฝั่งขาย (Short)เหนือราคาที่เปิดสถานะใต้ราคาที่เปิดสถานะ

ถ้าตั้งกลับทิศ แพลตฟอร์มจะไม่รับราคานั้น


ตั้งจุดตัดขาดทุนไม่ได้ทำยังไง

ถ้าตั้งไม่ได้หรือคำสั่งถูกปฏิเสธ มักมาจาก 3 สาเหตุนี้:

  • ตั้งราคากลับทิศ - เทียบกับตารางข้างบนว่าฝั่งซื้อหรือฝั่งขาย
  • ตั้งใกล้ราคาปัจจุบันเกินไป - แต่ละสินค้ามีระยะห่างขั้นต่ำของจุดตัดขาดทุน ราคาที่ตั้งต้องไม่อยู่ในระยะนั้น ค่าจริงดูได้ในหน้าคุณสมบัติของสินค้าบนแพลตฟอร์ม
  • ตลาดปิดแล้ว - นอกเวลาซื้อขายแก้ไขคำสั่งไม่ได้ (ดู Q40)

ตั้งจุดตัดขาดทุนแล้วจะได้ราคานั้นแน่นอนไหม

ไม่แน่นอน จุดตัดขาดทุนเป็นคำสั่งแบบทริกเกอร์ เมื่อถูกทริกเกอร์แล้วจะทำงานที่ราคาที่ซื้อขายได้จริงในตลาด ณ ขณะนั้น ในจังหวะที่เกิดช่องว่างราคาหรือสภาพคล่องไม่เพียงพอ ราคาที่จับคู่ได้จริงอาจแย่กว่าราคาที่คุณตั้งไว้ เรียกภาวะนี้ว่าสลิปเพจ (ดู Q16)

จุดตัดขาดทุนไม่รับประกันเพดานของผลขาดทุน แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือควบคุมความเสี่ยงพื้นฐานที่สุด เพราะถ้าไม่ตั้งจุดตัดขาดทุนไว้เลย ปลายทางของผลขาดทุนคือการบังคับปิดสถานะของระบบ (ดู Q12) ซึ่งราคานั้นตลาดเป็นคนกำหนด ไม่ใช่คุณ


2 ข้อแนะนำจากการใช้งานจริง

  • ตั้งพร้อมกันตั้งแต่ตอนเปิดสถานะ อย่ารอให้ขาดทุนขยายตัวก่อนแล้วค่อยไปเติม เพราะตอนราคาวิ่งเร็วมักจะทำไม่ทัน
  • ตำแหน่งของจุดตัดขาดทุนควรมาจากกลยุทธ์การเทรดและความผันผวนของสินค้าตัวนั้น ไม่แนะนำให้ใช้จำนวนเงินหรือจำนวนจุดค่าเดียวกับทุกสินค้า

Q16:สลิปเพจและช่องว่างราคาคืออะไร

สลิปเพจคือส่วนต่างระหว่างราคาที่คำสั่งจับคู่ได้จริงกับราคาที่คุณขอไว้ ส่วนช่องว่างราคาคือการที่ราคากระโดดข้ามช่วงราคาหนึ่งไปเลยโดยไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นตรงกลาง ทั้งสองอย่างเกิดจากการที่ราคาตลาดเปลี่ยนเร็วและจากสภาพคล่อง ณ ขณะนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับทุกแพลตฟอร์มการเทรด


สลิปเพจ (Slippage)

ระหว่างที่คุณส่งคำสั่งไปจนถึงตอนที่คำสั่งถูกดำเนินการ มีช่วงเวลาสั้น ๆ คั่นอยู่ ถ้าราคาตลาดขยับไปแล้วในช่วงเวลานั้น ราคาที่จับคู่ได้ก็จะต่างจากราคาที่ขอไว้

  • สลิปเพจเป็นผลดีกับคุณก็ได้ เป็นผลเสียก็ได้ - ถ้าราคาที่จับคู่ได้ดีกว่าราคาที่ขอ เรียกว่าสลิปเพจเชิงบวก ถ้าแย่กว่าเรียกว่าสลิปเพจเชิงลบ
  • พบบ่อยในช่วงก่อนและหลังการประกาศตัวเลขสำคัญ ช่วงเปิดและปิดตลาด และในสินค้าที่มีสภาพคล่องต่ำ
  • ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงเดียวกับที่สเปรดกว้างขึ้นและเลเวอเรจแบบปรับอัตโนมัติทำงาน (ดู Q3 และ Q13)

ช่องว่างราคา (Gap)

ราคากระโดดจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งโดยตรง ช่วงราคาตรงกลางไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นเลย พบบ่อยที่สุดตอนเปิดตลาดวันจันทร์หลังปิดทำการช่วงสุดสัปดาห์ และหลังมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น

เพราะในช่วงของช่องว่างราคาไม่มีราคาซื้อขายอยู่จริง คำสั่งใดก็ตามที่ตั้งไว้ในช่วงนั้นจึงจับคู่ที่ราคาที่ตั้งไว้ไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือจับคู่ที่ราคาแรกที่ซื้อขายได้จริงหลังช่องว่างนั้น


ทำไมจุดตัดขาดทุนไม่ได้ราคาที่ตั้งไว้

จุดตัดขาดทุนเป็นคำสั่งแบบทริกเกอร์ ไม่ใช่การรับประกันราคาที่จะจับคู่ได้ เมื่อราคาแตะจุดตัดขาดทุนของคุณ ระบบจะเริ่มดำเนินการปิดสถานะ แต่ราคาที่จับคู่ได้จริงขึ้นอยู่กับราคาที่ซื้อขายได้ในตลาดตอนนั้น

  • ในภาวะตลาดปกติ ราคาที่จับคู่ได้มักใกล้เคียงกับค่าที่ตั้งไว้
  • ตอนเกิดช่องว่างราคา ราคาจะข้ามจุดตัดขาดทุนไปเลย คำสั่งจะทำงานที่ราคาแรกที่ซื้อขายได้จริงหลังช่องว่าง ผลขาดทุนจริงจึงอาจมากกว่าที่คุณคาดไว้
  • ในช่วงที่ผันผวนสูง ราคาเคลื่อนไหวเร็ว ขนาดของสลิปเพจก็มีโอกาสกว้างขึ้น

แปลว่าจุดตัดขาดทุนช่วยให้คุณทำตามวินัยที่วางไว้ได้ แต่ไม่รับประกันเพดานของผลขาดทุนแบบตายตัว


ราคาที่ได้ไม่ตรงกับที่กด ผิดปกติหรือเปล่า

ไม่จำเป็น คำสั่งราคาตลาดโดยธรรมชาติแล้วคือ "ทำงานที่ราคาดีที่สุดที่ซื้อขายได้ ณ ขณะนั้น" ไม่ใช่ "ทำงานที่ราคาที่ฉันเห็น" เมื่อราคาเปลี่ยนเร็วกว่าความเร็วในการส่งคำสั่งและจับคู่ ก็จะเกิดส่วนต่างขึ้น

ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องราคาที่จับคู่ได้ของรายการใด เรียกดูประวัติการเทรดในระบบหลังบ้านลูกค้า จดหมายเลขคำสั่งและเวลาที่จับคู่ไว้ แล้วติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้ช่วยตรวจสอบ (ดู Q45)


ลดผลกระทบจากสลิปเพจและช่องว่างราคายังไง

  • เลี่ยงการเข้าตลาดในช่วงที่ผันผวนสูง - 15 นาทีก่อนและหลังการประกาศตัวเลขสำคัญคือช่วงที่ผันผวนรุนแรงที่สุด (ดูตารางกำหนดการใน Q13)
  • ใช้คำสั่งตั้งรอแทนคำสั่งราคาตลาด - คำสั่งกลุ่มจำกัดราคาควบคุมราคาที่จับคู่ได้ แลกกับความเสี่ยงที่อาจไม่ได้จับคู่เลย (ดู Q14)
  • ระวังการถือสถานะข้ามสุดสัปดาห์ - ช่วงสุดสัปดาห์เทรดไม่ได้ ความเสี่ยงจากช่องว่างราคาตอนเปิดตลาดวันจันทร์จึงป้องกันด้วยจุดตัดขาดทุนไม่ได้
  • คุมขนาดสถานะ - ผลขาดทุนจากช่องว่างราคาแปรผันตรงกับขนาดสถานะ และนี่คือตัวแปรเดียวที่ควบคุมล่วงหน้าได้

5. ประเภทบัญชี

Q17:Moneta Markets มีบัญชีทดลองประเภทไหนบ้าง

Moneta Markets มีบัญชีทดลอง 2 ประเภทคือ Standard STP และ ECN เปิดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน ใช้เงินจำลองฝึกเทรดบนราคาตลาดจริงได้เลย


สิ่งที่ตั้งค่าเองได้ตอนเปิดบัญชี

รายการรายละเอียด
ประเภทบัญชีStandard STP หรือ ECN
เงินจำลองตั้งต้น1,000 / 2,500 / 5,000 / 10,000 / 25,000 / 50,000 / 100,000 ดอลลาร์
เลเวอเรจเลือกได้หลายอัตรา
สกุลเงินของบัญชีเลือกได้หลายสกุล ตัวเลือกจริงให้ยึดตามที่แสดงบนหน้าเปิดบัญชี
แพลตฟอร์มเทรดMT4, MT5, PRO Trader, AppTrader

บัญชีทดลองต่างจากบัญชีจริงยังไง

บัญชีทดลองบัญชีจริง
เงินในบัญชีเงินจำลองเงินที่ฝากเข้ามาจริง
ราคาตลาดราคาจริงราคาจริง
กำไรขาดทุนไม่กระทบทรัพย์สินจริงกำไรขาดทุนจริง
เอกสารเปิดบัญชีไม่ต้องใช้ต้องยืนยัน POI และ POA (ดู Q22)
อายุการใช้งานมีกำหนดไม่มีกำหนด

สิ่งที่ต้องระวังคือ ในบัญชีทดลองไม่มีแรงกดดันจากเงินจริง การตัดสินใจจึงต่างจากสถานการณ์จริงได้ง่าย บัญชีทดลองเหมาะกับการทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มและทดสอบตรรกะของกลยุทธ์ แต่สะท้อนสภาพจิตใจและเงื่อนไขการจับคู่คำสั่งของการเทรดจริงได้ไม่ครบ


บัญชีทดลองหมดอายุไหม

หมด บัญชีทดลองมีอายุการใช้งาน เมื่อเลยกำหนดจะเข้าสู่ระบบไม่ได้ ตอนนั้นสร้างบัญชีทดลองใหม่อีกบัญชีก็ได้เลย ไม่กระทบบัญชีจริงของคุณ

ถ้าเข้าสู่ระบบแล้วขึ้นข้อความ Invalid Account บัญชีทดลองหมดอายุเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อย (ดู Q37)


วิธีใช้ที่แนะนำ

  • ใช้บัญชีทดลองทำความคุ้นเคยกับการส่งคำสั่ง การตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไร และการดูสเปกสินค้าก่อน
  • ทดสอบด้วยขนาดเงินที่ใกล้เคียงกับที่จะใช้เทรดจริง เพราะเงินจำลองที่ใหญ่เกินไปทำให้ความรู้สึกต่อความเสี่ยงเพี้ยน
  • ตอนทดสอบ EA หรือกลยุทธ์การเทรด ให้ระวังว่าเงื่อนไขการจับคู่คำสั่งของสภาพแวดล้อมจำลองกับของจริงอาจต่างกัน

Q18:บัญชี Standard STP คืออะไร

บัญชี Standard STP ใช้การส่งคำสั่งตรงสู่ตลาด (Straight Through Processing) คำสั่งถูกส่งตรงไปยังผู้ให้สภาพคล่อง ไม่คิดค่าคอมมิชชัน ต้นทุนการเทรดทั้งหมดรวมอยู่ในสเปรด เหมาะกับคนที่อยากได้โครงสร้างต้นทุนที่เรียบง่าย ไม่ต้องมาคิดค่าคอมมิชชันแยกอีกชั้น


สเปกบัญชี

รายการStandard STP
วิธีจับคู่คำสั่งSTP ส่งตรงสู่ตลาด
สเปรดเริ่มต้น 1.2 จุด
ค่าคอมมิชชันไม่มี
ฝากขั้นต่ำ50 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่า
ปริมาณการเทรดขั้นต่ำ0.01 ล็อต
เลเวอเรจสูงสุด1000:1
เรียกหลักประกันเพิ่ม / บังคับปิดสถานะ50% / 20%
การเปิดสถานะสวนทางกัน (Hedging)รองรับ
บัญชีอิสลามรองรับ
แพลตฟอร์มเทรดPRO Trader, MT4, MT5, AppTrader
สินค้าที่เทรดได้บัญชีทุกประเภทเทรดได้ครบทุกสินค้า (ดู Q8)

จำนวนเงินฝากขั้นต่ำของแต่ละสกุลเงิน และตัวเลือกสกุลเงินของบัญชีฉบับเต็ม ให้ยึดตามที่แสดงบนหน้าเปิดบัญชี ส่วนเลเวอเรจที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับนิติบุคคลที่บัญชีสังกัดและประเภทสินค้า ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้


บัญชี STP มีค่าธรรมเนียมไหม

ไม่มีค่าคอมมิชชัน ต้นทุนการเทรดของคุณสะท้อนอยู่ในสเปรด และถูกคิดตั้งแต่วินาทีที่เปิดสถานะแล้ว ไม่มีการหักเงินออกจากบัญชีเพิ่มอีก ส่วนการถือสถานะข้ามคืนจะมีค่าธรรมเนียมข้ามคืนคิดต่างหาก (ดู Q6)

ยกตัวอย่าง EURUSD 1 ล็อต บัญชี STP มีสเปรดเฉลี่ยประมาณ 1.36 จุด ต้นทุนประมาณ 13.6 ดอลลาร์ ไม่คิดค่าคอมมิชชันเพิ่ม การเทรดรายการเดียวกันนี้ในบัญชี ECN คำนวณต้นทุนรวมด้วยวิธีที่ต่างออกไป วิธีเปรียบเทียบดูที่ Q20


STP เหมาะกับใคร

  • เทรดไม่ถี่ ไม่อยากคิดค่าคอมมิชชันแยกทุกรายการ
  • ชอบให้มีต้นทุนรายการเดียว ประเมินและบันทึกบัญชีง่าย
  • เพิ่งเริ่มเทรด อยากให้โครงสร้างต้นทุนเรียบง่ายที่สุด

ถ้าคุณเทรดถี่หรือเทรดทีละหลายล็อต สเปรดที่ต่ำกว่าของบัญชี ECN อาจคุ้มกว่า เปรียบเทียบทั้งสองแบบได้ที่ Q20

Q19:บัญชี ECN คืออะไร

บัญชี ECN เชื่อมตรงเข้ากับราคาตลาดที่ไม่ผ่านการบวกเพิ่ม สเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 จุด และคิดค่าคอมมิชชันแยกตามจำนวนล็อตที่เทรด เหมาะกับคนที่เทรดถี่ เทรดทีละหลายล็อต และให้น้ำหนักกับต้นทุนสเปรด


สเปกบัญชี

รายการECN
วิธีจับคู่คำสั่งECN
สเปรดเริ่มต้น 0.0 จุด
ค่าคอมมิชชันขาละ 3 ดอลลาร์ต่อล็อต (ไป-กลับ 6 ดอลลาร์)
ฝากขั้นต่ำ50 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่า
ปริมาณการเทรดขั้นต่ำ0.01 ล็อต
เลเวอเรจสูงสุด1000:1
เรียกหลักประกันเพิ่ม / บังคับปิดสถานะ50% / 20%
การเปิดสถานะสวนทางกัน (Hedging)รองรับ
บัญชีอิสลามรองรับ
แพลตฟอร์มเทรดPRO Trader, MT4, MT5, AppTrader
สินค้าที่เทรดได้บัญชีทุกประเภทเทรดได้ครบทุกสินค้า (ดู Q8)

เลเวอเรจที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับนิติบุคคลที่บัญชีสังกัดและประเภทสินค้า ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้


ค่าคอมมิชชันของ ECN คิดยังไง

คิดตามสกุลเงินของบัญชี โดยคิดต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน (100,000 หน่วยของสกุลเงินหลักในคู่เงิน) และคิดทั้งตอนเปิดสถานะและตอนปิดสถานะ อย่างละครั้ง:

สกุลเงินของบัญชีค่าคอมมิชชันไป-กลับ ต่อ 1 ล็อต
USD6 ดอลลาร์สหรัฐ
AUD6 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
CAD6 ดอลลาร์แคนาดา
NZD6.50 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
EUR5 ยูโร
GBP4 ปอนด์
SGD7 ดอลลาร์สิงคโปร์
JPY550 เยน

ถ้าเทรดที่ 0.01 ล็อต บัญชีสกุลดอลลาร์สหรัฐจะเสียขาละ 0.03 ดอลลาร์ ไป-กลับรวม 0.06 ดอลลาร์ หุ้น CFD ของสหรัฐฯ ไม่คิดค่าคอมมิชชัน ส่วนค่าคอมมิชชันของสินทรัพย์ประเภทอื่นให้ยึดตามแท็บค่าคอมมิชชันในหน้า สเปรดและค่าคอมมิชชัน


สเปรด ECN ต่ำถึง 0.0 จุดจริงไหม

"เริ่มต้น 0.0 จุด" คือค่าต่ำสุดเมื่อนับรวมสินค้าทั้งหมด ของจริงต่างกันไปตามสินค้า:

สินค้าสเปรดต่ำสุดของ ECN
DAX30, NAS100, SP5000.00
EURUSD, GBPUSD, XAUUSD0.10
USDJPY, AUDUSD0.20

สินค้ากลุ่มดัชนีบางตัวลงไปถึง 0.00 จุดได้จริง ส่วนคู่เงินหลักและทองคำเริ่มต้นที่ 0.10 จุด สเปรดเป็นราคาแบบลอยตัว เปลี่ยนไปตามสภาพคล่องและภาวะตลาด สเปรดของสินค้าครบทุกตัวให้ยึดตามหน้า สเปรดและค่าคอมมิชชัน


ECN เหมาะกับใคร

  • เทรดถี่ ต้นทุนสเปรดจึงสะสมจนเห็นผลชัด
  • เทรดทีละหลายล็อต ส่วนที่ประหยัดได้จากสเปรดต่ำมากกว่าค่าคอมมิชชันที่จ่ายเพิ่ม
  • ใช้กลยุทธ์ Scalping หรือเทรดอัตโนมัติด้วย EA ซึ่งอ่อนไหวกับสเปรด

วิธีตัดสินง่ายมาก - แปลงค่าคอมมิชชันเป็นหน่วยจุด บวกเข้ากับสเปรด แล้วเอาไปเทียบกับสเปรดของ STP ยกตัวอย่างบัญชีสกุลดอลลาร์สหรัฐ EURUSD 1 ล็อต ค่าคอมมิชชันไป-กลับ 6 ดอลลาร์เท่ากับประมาณ 0.6 จุด บวกสเปรดเฉลี่ย 0.26 จุด รวมต้นทุนประมาณ 0.86 จุด ขณะที่สเปรดเฉลี่ยของ STP อยู่ที่ 1.36 จุด เปรียบเทียบฉบับละเอียดดูที่ Q20

Q20:Standard STP กับ ECN เลือกยังไง

วิธีตัดสินมีทางเดียว - แปลงค่าคอมมิชชันของ ECN เป็นหน่วยจุด บวกเข้ากับสเปรด แล้วเอาต้นทุนรวมไปเทียบกับสเปรดของ STP บัญชีทั้งสองประเภทมีเงินฝากขั้นต่ำ ปริมาณการเทรดขั้นต่ำ เลเวอเรจ และสินค้าที่เทรดได้เหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันที่โครงสร้างต้นทุนเท่านั้น


เทียบสเปกทั้ง 2 บัญชี

รายการStandard STPECN
สเปรดเริ่มต้น 1.2 จุดเริ่มต้น 0.0 จุด
ค่าคอมมิชชันไม่มีขาละ 3 ดอลลาร์ต่อล็อต
ฝากขั้นต่ำ50 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่า50 ดอลลาร์ หรือเทียบเท่า
ปริมาณการเทรดขั้นต่ำ0.01 ล็อต0.01 ล็อต
เลเวอเรจสูงสุด1000:11000:1
เรียกหลักประกันเพิ่ม / บังคับปิดสถานะ50% / 20%50% / 20%
สินค้าที่เทรดได้ครบทุกสินค้าครบทุกสินค้า
ตำแหน่งตามที่เว็บไซต์ระบุเหมาะกับมือใหม่เหมาะกับคนเทรด Scalping และผู้ใช้ EA

อันไหนถูกกว่า ลองคำนวณจริงสักครั้ง

คำนวณจากบัญชีสกุลดอลลาร์สหรัฐ EURUSD 1 ล็อต โดยใช้สเปรดเฉลี่ยที่ประกาศบนเว็บไซต์ (EURUSD 1 จุดมีมูลค่าประมาณ 10 ดอลลาร์):

รายการECNStandard STP
สเปรดเฉลี่ย0.26 จุด ประมาณ 2.6 ดอลลาร์1.36 จุด ประมาณ 13.6 ดอลลาร์
ค่าคอมมิชชันไป-กลับ6 ดอลลาร์0
ต้นทุนรวมต่อรายการประมาณ 8.6 ดอลลาร์ประมาณ 13.6 ดอลลาร์

ในสินค้าอย่าง EURUSD ต้นทุนรวมของ ECN ต่ำกว่า แต่ข้อสรุปนี้เอาไปใช้กับทุกสินค้าตรง ๆ ไม่ได้:

  • ดัชนีและสินค้าบางตัวมีสเปรดเท่ากันไม่ว่าจะใช้บัญชีประเภทไหน เช่น NAS100 ที่สเปรดของสองบัญชีเท่ากัน กรณีนี้ถ้า ECN คิดค่าคอมมิชชันเพิ่ม ต้นทุนรวมจะกลับกลายเป็นสูงกว่า
  • สเปรดเป็นแบบลอยตัว ตารางข้างบนใช้ค่าเฉลี่ย ต้นทุนจริงคือสเปรดตามเวลาจริง ณ วินาทีที่คำสั่งถูกจับคู่

วิธีที่ถูกต้อง - เอาสินค้าที่คุณจะเทรดจริง ไปดูสเปรดของสินค้าตัวนั้นในหน้า สเปรดและค่าคอมมิชชัน แล้วคำนวณด้วยวิธีเดียวกัน


มือใหม่ควรเลือก STP หรือ ECN

เว็บไซต์วางตำแหน่งของ Standard STP ไว้ว่าเหมาะกับมือใหม่ ด้วยเหตุผลว่าโครงสร้างต้นทุนเรียบง่าย มีแค่สเปรดรายการเดียว รู้ต้นทุนตั้งแต่วินาทีที่เปิดสถานะ ไม่ต้องมาคำนวณค่าคอมมิชชันเพิ่ม

แต่ถ้าคุณแน่ใจแล้วว่าจะเทรดฟอเร็กซ์เป็นหลักและเทรดค่อนข้างถี่ ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนรวมของ ECN จะเห็นชัดมากเมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ

ข้อแนะนำจากการใช้งานจริง - เปิดบัญชีทดลองก่อน (ดู Q17) แล้วลองทั้งสองประเภทสักระยะ ดูว่าภายใต้สินค้าและความถี่ที่คุณเทรดจริง โครงสร้างต้นทุนแบบไหนเหมาะกว่า


มีบัญชีประเภทอื่นอีกไหม

นอกจากสองประเภทข้างต้น ยังมีบัญชี Ultra ECN สำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพและผู้จัดการเงินทุน โดยมีเงื่อนไขเงินฝากขั้นต่ำและค่าคอมมิชชันต่างจากบัญชีทั่วไป และต้องยื่นสมัครแยกต่างหาก เงื่อนไขและวิธีสมัครฉบับละเอียดดูที่หน้า เปรียบเทียบบัญชี


เปลี่ยนประเภทบัญชีได้ไหม

เปิดบัญชีเทรดหลายบัญชีภายใต้ระบบหลังบ้านลูกค้าเดียวกันได้ โดยใช้คนละประเภทบัญชี ไม่ต้องปิดบัญชีเดิม จำนวนบัญชีที่เปิดได้จริงและเส้นทางการใช้งาน ให้ยึดตามที่แสดงในระบบหลังบ้านลูกค้า

6. เปิดบัญชีและยืนยันตัวตน

Q21:เปิดบัญชีเทรดจริงใช้เวลานานแค่ไหน

การยืนยันบัญชีปกติเสร็จภายใน 1 วันทำการ ทั้งกระบวนการมี 4 ขั้น คือส่งใบสมัคร ตรวจสอบเอกสาร อนุมัติบัญชี และแจ้งผลทางอีเมล ถ้าเอกสารครบและชัดเจน บัญชีส่วนใหญ่จะเริ่มเทรดได้ภายในวันที่ส่งหรือวันทำการถัดไป


4 ขั้นตอนของการเปิดบัญชี

  • ส่งใบสมัคร:กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ให้ครบและอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตนกับเอกสารยืนยันที่อยู่ ส่งแล้วจะได้รับอีเมลยืนยัน
  • ตรวจสอบเอกสาร:ทีมงานตรวจว่าเอกสารตรงตามข้อกำหนดหรือไม่ ถ้าต้องส่งเอกสารเพิ่มจะแจ้งให้ทราบ ซึ่งอาจทำให้ใช้เวลานานขึ้น
  • อนุมัติบัญชี:เมื่อยืนยันเสร็จ บัญชีจะได้รับการอนุมัติ
  • แจ้งผลทางอีเมล:ได้รับแจ้งว่าบัญชีพร้อมใช้งาน จากนั้นฝากเงินและเริ่มเทรดได้เลย

ดูความคืบหน้าการเปิดบัญชีตรงไหน

เข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้าแล้วดูสถานะการเปิดบัญชีและรายการที่ต้องดำเนินการได้แบบเรียลไทม์ ถ้าระบบแจ้งว่าต้องส่งเอกสารเพิ่ม อัปโหลดตามที่แจ้งได้เลย ไม่ต้องสมัครใหม่


ทำยังไงให้ผ่านการตรวจสอบเร็วขึ้น

ความล่าช้าส่วนใหญ่มาจากตัวเอกสารเอง ตรวจเองก่อนได้:

  • ชื่อบนเอกสารยืนยันตัวตนและเอกสารยืนยันที่อยู่ ตรงกับชื่อที่กรอกในใบสมัครทุกตัวอักษร
  • เอกสารยังอยู่ในอายุที่ใช้ได้ และเอกสารยืนยันที่อยู่ออกมาไม่เกิน 6 เดือน
  • ถ่ายติดครบทั้ง 4 มุม ไม่มีส่วนที่ถูกตัด ไม่มีแสงสะท้อน ไม่มีอะไรบัง
  • ไฟล์เป็นนามสกุล .jpg .jpeg .png หรือ .pdf ขนาดไม่เกิน 5MB ต่อไฟล์
  • เอกสารที่มีสองหน้าต้องอัปโหลดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ข้อกำหนดของเอกสารฉบับละเอียดดูที่ Q22


เกิน 1 วันทำการแล้วยังไม่ได้รับแจ้ง

เช็คโฟลเดอร์อีเมลขยะและข้อความแจ้งสถานะในระบบหลังบ้านลูกค้าก่อน ส่วนใหญ่เป็นเพราะอีเมลแจ้งเตือนถูกกรองออกไป หรือระบบแจ้งขอเอกสารเพิ่มไว้แล้วแต่ไม่ทันสังเกต ถ้าตรวจแล้วไม่พบอะไรผิดปกติ ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้ช่วยตรวจสอบได้ (ดู Q45) ตอนติดต่อให้แจ้งอีเมลที่ใช้สมัครไปด้วย จะช่วยให้ค้นหาได้เร็วขึ้น

Q22:เปิดบัญชีต้องใช้เอกสารไหม ใช้อะไรบ้าง

ต้องใช้ ตามข้อกำหนดว่าด้วยการป้องกันการฟอกเงิน (AML) และการทำความรู้จักลูกค้า (KYC) การเปิดบัญชีจริงต้องส่งเอกสารยืนยันตัวตน (POI) และเอกสารยืนยันที่อยู่ (POA) อย่างละ 1 ฉบับ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ และต้องเป็นเอกสารคนละฉบับกัน


เอกสารยืนยันตัวตน (POI)

ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

  • หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ (รวมหน้าที่มีลายเซ็น)
  • ใบขับขี่
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • เอกสารแสดงตนอื่นที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ

ต้องเป็นไปตามนี้:

ข้อกำหนดรายละเอียด
ชื่อตรงกับข้อมูลในใบสมัครบัญชีทุกตัวอักษร
อายุอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
อายุเอกสารยังอยู่ในอายุที่ใช้ได้ ไม่หมดอายุ
รูปถ่ายมีรูปถ่ายของเจ้าของเอกสาร
ความคมชัดติดครบทั้ง 4 มุม อ่านตัวอักษรออก
เอกสารสองหน้าต้องส่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

เอกสารยืนยันที่อยู่ (POA)

ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

  • ใบแจ้งยอดหรือรายการเดินบัญชีธนาคาร
  • ใบแจ้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าโทรศัพท์ หรือค่าอินเทอร์เน็ต
  • เอกสารภาษีจากหน่วยงานรัฐ
  • หนังสือรับรองการเป็นพลเมือง

ต้องเป็นไปตามนี้:

ข้อกำหนดรายละเอียด
เนื้อหาแสดงชื่อ-นามสกุลเต็มและที่อยู่ที่พักอาศัยของคุณ
ประเภทที่อยู่ไม่รับที่อยู่แบบตู้ ปณ.
วันที่วันที่ออกเอกสารไม่เกิน 6 เดือน
ความคมชัดติดครบทั้ง 4 มุม
สีต้องเป็นเอกสารสี

ไม่มีใบแจ้งหนี้แบบกระดาษทำยังไง

ทุกวันนี้ใบแจ้งหนี้ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว ดาวน์โหลดไฟล์ PDF ต้นฉบับมาอัปโหลดได้เลย ไม่ต้องปริ้นออกมาแล้วถ่ายรูปซ้ำ รายการเดินบัญชีอิเล็กทรอนิกส์จากธนาคารออนไลน์และใบแจ้งค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ให้บริการโทรคมนาคมใช้ได้ทั้งหมด ขอแค่บนเอกสารแสดงชื่อ-นามสกุลเต็ม ที่อยู่ที่พักอาศัย และวันที่ภายใน 6 เดือน


รูปแบบไฟล์ที่อัปโหลดได้

รายการข้อกำหนด
นามสกุลไฟล์.jpg .jpeg .png .pdf
ขนาดต่อไฟล์ไม่เกิน 5MB
รูปแบบเอกสารรูปถ่าย ไฟล์สแกน หรือสำเนา ใช้ได้ทั้งหมด

สาเหตุที่ถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ชื่อไม่ตรงกัน เช่น ในเอกสารเป็นชื่อเต็ม แต่ในใบสมัครกรอกชื่อย่อ
  • เอกสารยืนยันที่อยู่เกิน 6 เดือน
  • ถ่ายแล้วมุมใดมุมหนึ่งถูกตัด หรือมีแสงสะท้อนบังข้อมูลสำคัญ
  • ใช้ที่อยู่แบบตู้ ปณ. เป็นเอกสารยืนยันที่อยู่
  • เอกสารสองหน้าแต่อัปโหลดมาแค่ด้านหน้า

ตรวจตามรายการนี้ด้วยตัวเองก่อน จะลดการส่งเอกสารกลับไปกลับมาได้มาก (ดู Q21)

Q23:ทำไมต้องยืนยันอีเมล

การยืนยันอีเมลคือการตรวจสอบว่าอีเมลที่คุณกรอกใช้งานได้จริงและสะกดถูกต้อง เพราะข้อมูลเข้าสู่ระบบ การแจ้งความคืบหน้าการเปิดบัญชี ความเคลื่อนไหวของเงิน และการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย จะถูกส่งไปที่อีเมลนี้ทั้งหมด ถ้าที่อยู่ผิดแม้แต่ตัวเดียว ข้อความเหล่านี้จะส่งไปไม่ถึง


หลังยืนยันแล้ว อีเมลนี้ใช้ทำอะไรบ้าง

การใช้งานรายละเอียด
ระบุตัวตนบัญชีระบบหลังบ้านลูกค้าใช้อีเมลที่ลงทะเบียนเป็นชื่อผู้ใช้สำหรับเข้าสู่ระบบ (ดู Q36)
รีเซ็ตรหัสผ่านเมื่อลืมรหัสผ่านระบบหลังบ้าน ลิงก์สำหรับตั้งรหัสใหม่จะถูกส่งมาที่อีเมลนี้
แจ้งเรื่องการเปิดบัญชีการขอเอกสารเพิ่มและการแจ้งอนุมัติบัญชี
แจ้งเรื่องเงินการแจ้งผลการดำเนินการเกี่ยวกับการฝากและถอนเงิน
แจ้งเตือนความปลอดภัยการแจ้งเหตุด้านความปลอดภัย เช่น การเข้าสู่ระบบที่ผิดปกติ

ไม่ยืนยันได้ไหม

ไม่ได้ ถ้ายังไม่ยืนยันอีเมลจะทำขั้นตอนการลงทะเบียนให้เสร็จไม่ได้ นี่เป็นมาตรการป้องกันด้วย - ถ้ากรอกอีเมลผิดโดยไม่มีใครสังเกต การแจ้งเตือนของบัญชีคุณจะถูกส่งไปยังอีเมลที่ไม่มีอยู่จริงหรืออีเมลของคนอื่น และการแก้ไขทีหลังต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบตัวตนเพิ่ม


ควรใช้อีเมลแบบไหน

  • ใช้อีเมลส่วนตัวที่คุณใช้อยู่ประจำและรับเมลได้สม่ำเสมอ
  • เลี่ยงอีเมลของบริษัทหรือสถานศึกษา เพราะอาจเข้าถึงไม่ได้หลังลาออกหรือจบการศึกษา
  • เลี่ยงบริการอีเมลชั่วคราว
  • ตรวจสอบว่าอีเมลนั้นไม่ได้ตั้งกฎกรองที่บล็อกผู้ส่งจากภายนอก

ไม่ได้รับอีเมลยืนยันทำยังไง

ส่วนใหญ่ถูกจัดเข้าโฟลเดอร์อีเมลขยะหรืออีเมลโฆษณา ขั้นตอนตรวจสอบฉบับเต็มดูที่ Q24


เปลี่ยนอีเมลที่ลงทะเบียนได้ไหม

อีเมลที่ลงทะเบียนเป็นข้อมูลระบุตัวตนของบัญชี การเปลี่ยนต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบตัวตน ถ้าต้องการเปลี่ยน ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้ช่วยดำเนินการ (ดู Q45) เอกสารและขั้นตอนที่ต้องใช้จริงให้ยึดตามที่ฝ่ายบริการลูกค้าแจ้ง

Q24:ลงทะเบียนแล้วไม่ได้รับรหัสยืนยันทำยังไง

ทำตาม 6 ขั้นตอนต่อไปนี้ตามลำดับ ส่วนใหญ่แก้ได้ภายใน 10 นาที สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคืออีเมลยืนยันถูกจัดเข้าโฟลเดอร์อีเมลขยะ ให้ตรวจตรงนั้นก่อนเป็นอันดับแรก


ขั้นตอนตรวจสอบ

  • ตรวจว่าสะกดอีเมลถูกต้อง:กลับไปที่หน้าลงทะเบียนแล้วเทียบอีเมลที่กรอกไว้ ระวังตัวอักษรที่พิมพ์ผิดง่ายเป็นพิเศษ เช่น gmail กับ gmai หรือ .com กับ .con
  • ดูโฟลเดอร์อีเมลขยะและอีเมลโฆษณา:ผู้ใช้ Gmail ให้ดูแท็บ "โปรโมชัน" และ "โซเชียล" ด้วย เมื่อเจอแล้วให้กด "ไม่ใช่อีเมลขยะ" เพื่อให้การแจ้งเตือนครั้งต่อไปเข้ากล่องจดหมายตามปกติ
  • รอ 5 ถึง 10 นาทีแล้วค่อยกดส่งใหม่:ระบบอาจส่งล่าช้าได้ การกดส่งใหม่รัว ๆ กลับจะไปกระตุ้นการจำกัดความถี่ในการส่ง ให้รอสักครู่แล้วค่อยลองอีกครั้ง
  • ตรวจกฎการกรองและรายชื่อบล็อกของอีเมล:ถ้าคุณเคยตั้งกฎกรองหรือบล็อกผู้ส่งจากภายนอกไว้ อีเมลจากทางบริษัทอาจถูกลบหรือถูกเก็บเข้าคลังอัตโนมัติ
  • ล้างแคชของเบราว์เซอร์หรือเปลี่ยนเบราว์เซอร์:ถ้าหน้าเว็บขึ้นว่าส่งแล้วแต่ระบบไม่ได้ส่งจริง อาจเป็นปัญหาแคชของหน้าเว็บ ให้เปลี่ยนไปใช้หน้าต่างไม่ระบุตัวตนหรือเบราว์เซอร์ตัวอื่นแล้วทำใหม่
  • เปลี่ยนไปใช้อีเมลอื่นลงทะเบียน:ถ้าทำครบแล้วยังไม่ได้ผล อาจเป็นเพราะนโยบายการรับเมลของผู้ให้บริการอีเมลรายนั้นบล็อกไว้ แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้อีเมลส่วนตัวที่ใช้ประจำตัวอื่น

รหัสยืนยันหมดอายุทำยังไง

รหัสยืนยันมีอายุจำกัด เมื่อเลยกำหนดให้กด "ส่งใหม่" เพื่อรับรหัสใหม่ได้เลย ไม่ต้องกรอกข้อมูลลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด


ไม่ได้รับรหัสยืนยันทาง SMS

ถ้าคุณใช้หมายเลขโทรศัพท์รับรหัสยืนยัน:

  • ตรวจว่ากรอกรหัสประเทศและหมายเลขโทรศัพท์ถูกต้อง หน้าหมายเลขไม่ต้องใส่ 0 ซ้ำอีก
  • ตรวจว่าสัญญาณโทรศัพท์ปกติ และไม่ได้เปิดฟังก์ชันกรอง SMS ไว้
  • ผู้ให้บริการเครือข่ายบางรายจัด SMS จากต่างประเทศเป็นข้อความโฆษณา ให้ตรวจในกล่องข้อความขยะ
  • ระบบหลังบ้านลูกค้ามีตัวเลือกรับรหัสยืนยันทาง WhatsApp ให้เลือกใช้แทนได้

ลองหมดแล้วยังไม่ได้รับ

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้ช่วยดำเนินการ (ดู Q45) ตอนติดต่อให้แจ้งอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียนไปด้วย จะช่วยให้ค้นหาได้เร็วขึ้น

7. ฝาก-ถอนเงิน

Q25:ฝากเงินยังไง

การฝากเงินทำในระบบหลังบ้านลูกค้าหรือแอปพลิเคชันของ Moneta Markets ไม่ได้ทำในโปรแกรม MT4/MT5 เข้าสู่ระบบแล้วเลือกแท็บ ฝากเงิน ในเมนู ธุรกรรม จากนั้นระบุบัญชีเทรดที่จะฝากเข้า กรอกจำนวนเงิน และเลือกช่องทางชำระเงิน


ขั้นตอนฝากเงินในระบบหลังบ้านลูกค้า

  • เข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้า
  • ที่เมนูด้านซ้าย เลือก ธุรกรรม แล้วเลือกแท็บ ฝากเงิน
  • เลือกบัญชีเทรดที่ต้องการฝากเข้า
  • กรอกจำนวนเงินที่จะฝาก
  • เลือกช่องทางชำระเงิน
  • กดปุ่มดำเนินการต่อ แล้วทำตามขั้นตอนของช่องทางนั้นจนเสร็จ

ขั้นตอนฝากเงินในแอปพลิเคชัน

  • เข้าสู่ระบบแอปพลิเคชัน Moneta Markets
  • กดที่ไอคอนกระเป๋าเงิน หรือเลือกฝากเงินในเมนูบัญชีของคุณ
  • เลือกบัญชีเทรดและจำนวนเงิน
  • เลือกช่องทางชำระเงิน
  • กดปุ่มชำระเงินให้เสร็จสิ้น

รองรับช่องทางฝากเงินแบบไหนบ้าง

Moneta Markets รองรับช่องทางชำระเงินหลายแบบ ทั้งการโอนผ่านธนาคาร การโอนเงินระหว่างประเทศ บัตรเครดิตและบัตรเดบิต กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ และคริปโทเคอร์เรนซี ช่องทางที่ใช้ได้ต่างกันไปตามภูมิภาคที่คุณอยู่ ตัวเลือกจริงให้ยึดตามที่แสดงในหน้าฝากเงินของระบบหลังบ้านลูกค้า

ระยะเวลาเงินเข้าบัญชีและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นของแต่ละช่องทาง ดูที่ Q26


ฝากเงินใน MT4/MT5 ได้เลยไหม

ฝากเงินในโปรแกรมเทรดโดยตรงไม่ได้ เงินของคุณเก็บอยู่ที่ฝั่งโบรกเกอร์ การฝากเงินจึงต้องทำในระบบหลังบ้านลูกค้าหรือแอปพลิเคชัน MT5 บางเวอร์ชันมีปุ่ม Deposit อยู่ใน Toolbox กดแล้วจะเด้งไปที่หน้าเว็บของระบบหลังบ้านลูกค้าอัตโนมัติ สุดท้ายก็ยังเป็นการทำรายการในระบบหลังบ้านลูกค้าอยู่ดี


ก่อนฝากเงินตรวจสอบก่อน

  • ชื่อผู้ชำระเงินต้องตรงกับชื่อเจ้าของบัญชี - ไม่รับการชำระเงินแทนโดยบุคคลที่สาม
  • เลือกบัญชีเทรดให้ถูก - ถ้าคุณมีบัญชีเทรดหลายบัญชี ต้องระบุบัญชีตอนฝากเงิน ระบบไม่ได้กระจายเงินให้อัตโนมัติ
  • ตรวจสกุลเงินของบัญชี - ถ้าชำระด้วยสกุลเงินที่ไม่ใช่สกุลเงินของบัญชี อาจเกิดการแปลงค่าเงิน อัตราแปลงจริงให้ยึดตามช่องทางชำระเงินนั้น

ข้อกำหนดฉบับเต็มดูที่หน้า นโยบายการฝากและถอนเงิน

Q26:ฝากเงินกี่วันเข้าบัญชี มีค่าธรรมเนียมไหม

ระยะเวลาเงินเข้าบัญชีต่างกันไปตามช่องทางชำระเงิน ช่องทางชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์มักเร็วกว่า ส่วนการโอนผ่านธนาคารและการโอนเงินระหว่างประเทศใช้เวลาดำเนินการนานกว่า ระยะเวลาเงินเข้าบัญชีและค่าใช้จ่ายจริงของแต่ละช่องทาง ให้ยึดตามคำอธิบายที่แสดงขึ้นมาในหน้าฝากเงินของระบบหลังบ้านลูกค้าตอนที่คุณเลือกช่องทางนั้น


ใครเป็นคนเก็บค่าธรรมเนียม

ระหว่างการฝากเงินอาจมีค่าใช้จ่าย 2 กลุ่ม ซึ่งมาจากคนละที่:

ที่มาของค่าใช้จ่ายรายละเอียด
สถาบันการเงินของคุณตอนโอนเงินระหว่างประเทศ ธนาคารของคุณอาจเก็บค่าธรรมเนียมการโอนออก
ธนาคารตัวกลางและธนาคารผู้รับการโอนเงินระหว่างประเทศอาจมีค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลางและค่าธรรมเนียมธนาคารผู้รับ
ช่องทางชำระเงินช่องทางชำระเงินของผู้ให้บริการรายอื่นบางรายอาจเก็บค่าธรรมเนียมของช่องทางเอง

ค่าใช้จ่ายจริงของการโอนเงินระหว่างประเทศขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารคุณและธนาคารตัวกลาง ซึ่ง Moneta Markets ไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ ถ้าคุณให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ก่อนโอนสามารถสอบถามธนาคารที่ใช้อยู่เรื่องอัตราค่าธรรมเนียมการโอนออก ค่าโทรเลข และค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลางได้ก่อน

ส่วนที่ว่าแต่ละช่องทางมีค่าธรรมเนียมฝั่งแพลตฟอร์มเพิ่มหรือไม่ ให้ยึดตามที่ระบุในหน้าฝากเงินของระบบหลังบ้านลูกค้าและหน้า นโยบายการฝากและถอนเงิน


ข้อจำกัดจำนวนเงินฝาก

จำนวนเงินขั้นต่ำและสูงสุดต่อรายการต่างกันไปตามช่องทางชำระเงิน ระบบหลังบ้านลูกค้าจะแสดงวงเงินของช่องทางนั้นหลังจากคุณเลือกช่องทางแล้ว จำนวนเงินฝากขั้นต่ำครั้งแรกขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี โดยบัญชี Standard STP และ ECN อยู่ที่ 50 ดอลลาร์หรือเทียบเท่า (ดู Q18 และ Q19)


ฝากเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซีต้องระวังอะไร

ตอนฝากด้วยคริปโทเคอร์เรนซี ต้องตรวจให้แน่ใจว่าเครือข่ายที่ใช้ตรงกับที่แพลตฟอร์มกำหนด เงินที่โอนผิดเครือข่ายอาจตามคืนไม่ได้ สกุลเงินที่รองรับ เครือข่าย และจำนวนขั้นต่ำ ให้ยึดตามที่แสดงในหน้าฝากเงินของระบบหลังบ้านลูกค้า ก่อนโอนให้ตรวจทีละรายการ


ปัจจัยที่มักทำให้เงินเข้าช้า

  • เวลาทำการของธนาคาร:การโอนในวันหยุดและการโอนข้ามเขตเวลาจะเลื่อนไปดำเนินการในวันทำการถัดไป
  • ใช้ช่องทางนั้นเป็นครั้งแรก:ช่องทางชำระเงินบางช่องทางมีการตรวจสอบความเสี่ยงเพิ่มสำหรับรายการแรก
  • จำนวนเงินค่อนข้างสูง:รายการจำนวนมากอาจเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบด้านการกำกับดูแลเพิ่มเติม
  • ข้อมูลที่กรอก:ชื่อผู้ชำระเงินไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีจะทำให้ฝากเงินไม่สำเร็จ (ดู Q25)

เกินเวลาที่คาดไว้แล้วเงินยังไม่เข้า

ดูสถานะของรายการฝากเงินนั้นในระบบหลังบ้านลูกค้าก่อน ถ้าขึ้นว่ากำลังดำเนินการ แปลว่ายังอยู่ในขั้นตอนตามปกติ แต่ถ้าเงินถูกหักไปแล้วและไม่มีรายการในระบบหลังบ้านลูกค้า ให้เตรียมหลักฐานการชำระเงินแล้วติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (ดู Q27)

Q27:เงินถูกหักไปแล้วแต่ยังไม่เข้าบัญชี ต้องทำยังไง

เตรียมหลักฐานการชำระเงินให้พร้อมแล้วติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้ช่วยตรวจสอบ หลักฐานต้องมีข้อมูล 3 อย่างคือ จำนวนเงินที่ถูกหัก ชื่อผู้ชำระเงิน และรายละเอียดการชำระเงิน (รายการหักเงินจากธนาคารหรือช่องทางชำระเงิน) การให้ข้อมูลครบตั้งแต่แรกทำให้ฝ่ายบริการลูกค้าเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบได้ทันที ไม่ต้องส่งเอกสารกลับไปกลับมา


ก่อนติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า ทำ 2 อย่างนี้ก่อน

1. ดูรายการฝากเงินในระบบหลังบ้านลูกค้า - เข้าสู่ระบบแล้วไปที่เมนู ธุรกรรม แล้วดูสถานะของรายการนั้นที่ประวัติการทำธุรกรรม ถ้าขึ้นว่ากำลังดำเนินการ แปลว่าเงินเข้าสู่ขั้นตอนแล้ว และปกติจะเสร็จภายในระยะเวลาปกติของช่องทางนั้น

2. ตรวจว่าเข้าข่ายสาเหตุที่ทำให้ไม่สำเร็จซึ่งพบบ่อยหรือไม่:

กรณีรายละเอียด
ชื่อผู้ชำระเงินกับชื่อเจ้าของบัญชีไม่ตรงกันไม่รับการชำระเงินแทนโดยบุคคลที่สาม เงินจะถูกตีกลับ
โอนคริปโทเคอร์เรนซีผิดเครือข่ายเงินอาจตามคืนไม่ได้ ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าทันที
ฝั่งธนาคารยังดำเนินการอยู่วันหยุด การโอนข้ามเขตเวลา หรือรายการจำนวนมากจะทำให้ช้าลง
ระบบตรวจสอบความเสี่ยงของช่องทางชำระเงินระงับไว้พบบ่อยตอนใช้ช่องทางนั้นเป็นครั้งแรก

หลักฐานที่ต้องเตรียม

รายการรายละเอียด
จำนวนเงินที่ถูกหักจำนวนเงินและสกุลเงินที่ถูกหักจากบัญชีคุณจริง
ชื่อผู้ชำระเงินใช้เทียบกับชื่อในบัญชี Moneta Markets ของคุณ
รายละเอียดการชำระเงินรายการหักเงินของธนาคาร ภาพหน้าจอรายการเดินบัญชี หรือหมายเลขรายการของช่องทางชำระเงิน
เวลาที่ทำรายการวันและเวลาที่เงินถูกหัก
หมายเลขบัญชีเทรดเงินก้อนนี้ตั้งใจจะเข้าบัญชีเทรดไหน

การโอนเงินระหว่างประเทศให้แนบใบนำส่งการโอนเงินมาด้วย ส่วนคริปโทเคอร์เรนซีให้แจ้งค่าแฮชของรายการ (TxID) และเครือข่ายที่ใช้


เงินจะถูกตีกลับไหม

เมื่อการฝากเงินไม่สำเร็จ โดยทั่วไปเงินจะถูกตีกลับตามช่องทางที่ชำระมา ระยะเวลาการตีกลับขึ้นอยู่กับช่องทางชำระเงินและธนาคารของคุณ สถานการณ์จริงให้ยึดตามผลการตรวจสอบของฝ่ายบริการลูกค้า


ช่องทางติดต่อ

ติดต่อได้ทั้งแชทออนไลน์ อีเมล และโทรศัพท์ (ดู Q45) ถ้าคุณสอบถามเรื่องเงินก้อนเดียวกันผ่านหลายช่องทางไปแล้ว โปรดแจ้งให้ฝ่ายบริการลูกค้าทราบด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการเปิดเรื่องซ้ำซึ่งกลับจะทำให้ใช้เวลานานขึ้น

Q28:ถอนเงินยังไง

การถอนเงินทำในระบบหลังบ้านลูกค้าหรือแอปพลิเคชันของ Moneta Markets ไม่ได้ทำในโปรแกรม MT4/MT5 ก่อนยื่นคำขอต้องยืนยันเอกสารยืนยันตัวตน (POI) และเอกสารยืนยันที่อยู่ (POA) ให้เสร็จก่อน และตรวจว่าบัญชีมีเงินที่ถอนได้เพียงพอ


3 อย่างที่ต้องตรวจก่อนยื่นคำขอ

รายการที่ต้องตรวจรายละเอียด
ยืนยันตัวตนเสร็จแล้วทั้ง POI และ POA ผ่านการตรวจสอบ (ดู Q22)
เงินที่ถอนได้เพียงพอขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ของสถานะที่ยังไม่ปิดและหลักประกันที่ใช้ไปจะกันเงินส่วนหนึ่งไว้ จำนวนที่ถอนได้จึงไม่ใช่ยอดเงินคงเหลือทั้งหมด
บัญชีผู้รับเป็นชื่อเดียวกันบัญชีที่ถอนเข้าต้องเป็นชื่อเจ้าของบัญชีเอง ไม่รับบัญชีของบุคคลที่สาม

ขั้นตอนถอนเงินในระบบหลังบ้านลูกค้า

  • เข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้า
  • เลือก ธุรกรรม แล้วเลือกแท็บ ถอนเงิน
  • เลือกบัญชีเทรดที่ต้องการถอนออก
  • กรอกจำนวนเงินที่จะถอน
  • เลือกช่องทางถอนเงิน
  • กดปุ่มยืนยันเพื่อส่งคำขอ

ขั้นตอนถอนเงินในแอปพลิเคชัน

  • เข้าสู่ระบบแอปพลิเคชัน
  • เข้าไปที่เมนูธุรกรรมของบัญชีคุณ
  • เลือกถอนเงิน
  • เลือกบัญชีเทรดและจำนวนเงิน
  • เลือกช่องทางถอนเงิน
  • ยืนยันเพื่อส่งคำขอ

ส่งคำขอแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ

หลังส่งคำขอจะเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบ เมื่อผ่านแล้วฝ่ายการเงินจะดำเนินการจ่ายเงิน จากนั้นเงินจะถูกโอนออกผ่านช่องทางชำระเงินหรือระบบธนาคาร ระยะเวลาจริงของแต่ละขั้นดูที่ Q29 คุณดูสถานะปัจจุบันของคำขอนั้นได้ที่รายการถอนเงินในระบบหลังบ้านลูกค้า และระหว่างที่คำขอยังอยู่ในสถานะรอดำเนินการ ยกเลิกได้ (ดู Q30)


ถอนเงินเข้าบัญชีคนอื่นได้ไหม

ไม่ได้ บัญชีที่ถอนเข้าต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของบัญชี Moneta Markets ซึ่งเป็นข้อกำหนดตามระเบียบว่าด้วยการป้องกันการฟอกเงิน ไม่รับบัญชีของคู่สมรส คนในครอบครัว หรือบัญชีบริษัท ถ้าข้อมูลบัญชีผู้รับของคุณต้องเปลี่ยนแปลง ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (ดู Q45)


ทำไมจำนวนที่ถอนได้น้อยกว่ายอดเงินคงเหลือ

ยอดเงินคงเหลือกับจำนวนที่ถอนได้เป็นคนละเรื่องกัน:

  • หลักประกันที่ใช้ไป - เงินที่ถูกกันไว้เพื่อรักษาสถานะที่ยังไม่ปิด ถอนออกไม่ได้จนกว่าจะปิดสถานะ
  • ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ - ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจะทำให้ Equity ลดลง
  • เครดิตโบนัส - ถ้าคุณเคยรับโบนัสมา เงื่อนไขการถอนของส่วนนั้นต่างจากเงินทั่วไป

ข้อจำกัดและเงื่อนไขการถอนเงินฉบับเต็มดูที่ Q31

Q29:ถอนเงินกี่วันถึงเข้าบัญชี

เวลาในการถอนเงินแบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงตรวจสอบและดำเนินการฝั่ง Moneta Markets กับช่วงโอนเงินของช่องทางชำระเงินหรือธนาคาร จำนวนวันจริงเมื่อรวมทั้งสองช่วงต่างกันไปตามช่องทางถอนเงิน ดูได้ที่รายการถอนเงินในระบบหลังบ้านลูกค้าว่าคำขอของคุณอยู่ขั้นไหน


การถอนเงินผ่าน 3 ขั้นตอนอะไรบ้าง

ขั้นใครดำเนินการรายละเอียด
1. ตรวจสอบMoneta Marketsตรวจสถานะการยืนยันบัญชี เงินที่ถอนได้ และข้อมูลบัญชีผู้รับ
2. ดำเนินการMoneta Marketsเมื่อตรวจผ่านแล้ว ฝ่ายการเงินจะดำเนินการจ่ายเงิน
3. โอนเงินธนาคารหรือช่องทางชำระเงินเงินถูกส่งผ่านระบบภายนอกไปยังบัญชีผู้รับของคุณ

เวลาของขั้นที่ 3 ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของ Moneta Markets กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์และคริปโทเคอร์เรนซีมักเร็วกว่า ส่วนการโอนเงินระหว่างประเทศนานที่สุดเพราะต้องผ่านธนาคารตัวกลาง ระยะเวลาโดยประมาณของแต่ละช่องทาง ให้ยึดตามคำอธิบายที่ระบบหลังบ้านลูกค้าแสดงตอนที่คุณเลือกช่องทางนั้น


อะไรที่ทำให้ใช้เวลานานขึ้น

  • ยื่นคำขอในวันหยุด - คำขอที่ส่งช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดจะเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบในวันทำการถัดไป
  • ยืนยันตัวตนยังไม่เสร็จ - ถ้า POI หรือ POA ยังไม่ผ่าน คำขอจะเข้าสู่ขั้นดำเนินการไม่ได้ (ดู Q22)
  • ข้อมูลผู้รับผิด - เลขบัญชี ชื่อบัญชี หรือรหัสธนาคารกรอกผิดจะถูกตีกลับให้ทำใหม่
  • ใช้บัญชีผู้รับใหม่เป็นครั้งแรก - อาจต้องมีการตรวจสอบเพิ่ม
  • จำนวนเงินค่อนข้างสูง - อาจเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบด้านการกำกับดูแลเพิ่มเติม
  • การโอนเงินระหว่างประเทศ - เวลาดำเนินการของธนาคารตัวกลางประเมินไม่ได้ ทั้งเขตเวลาที่ต่างกันและวันหยุดของประเทศปลายทางล้วนมีผล

ยื่นถอนเงินวันหยุดจะดำเนินการไหม

ยื่นคำขอได้ตลอดเวลา แต่การตรวจสอบและการจ่ายเงินทำในวันทำการ คำขอที่ส่งเย็นวันศุกร์หรือช่วงสุดสัปดาห์ปกติจะเริ่มดำเนินการในวันทำการถัดไป สถานการณ์จริงให้ยึดตามสถานะที่แสดงในระบบหลังบ้านลูกค้า


ถอนเงินค้างอยู่ทำยังไง

ดูสถานะของคำขอนั้นในระบบหลังบ้านลูกค้าก่อน:

  • รอดำเนินการ - ยังอยู่ในคิวตรวจสอบ สถานะนี้ยกเลิกเองได้ (ดู Q30)
  • กำลังดำเนินการ - เข้าสู่ขั้นตอนจ่ายเงินแล้ว ปกติยกเลิกไม่ได้
  • เสร็จสิ้น - ฝั่ง Moneta Markets จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เงินกำลังเดินทางอยู่ที่ฝั่งธนาคารหรือช่องทางชำระเงิน

ถ้าสถานะไม่ขยับเป็นเวลานาน หรือขึ้นว่าเสร็จสิ้นแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (ดู Q45) พร้อมแจ้งหมายเลขบัญชีเทรด เวลาที่ยื่นคำขอ และจำนวนเงิน

Q30:ยกเลิกคำขอถอนเงินยังไง

คำขอถอนเงินที่อยู่ในสถานะ "รอดำเนินการ" ยกเลิกเองได้ เข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้า ไปที่รายการถอนเงินในเมนู ธุรกรรม หาคำขอรายการนั้นแล้วยกเลิกตามตัวเลือกที่หน้าจอมีให้ ส่วนคำขอที่เข้าสู่ขั้นดำเนินการแล้วหรือเสร็จสิ้นแล้วยกเลิกไม่ได้


สถานะไหนยกเลิกได้บ้าง

สถานะคำขอยกเลิกได้ไหมรายละเอียด
รอดำเนินการได้ยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบหรือจ่ายเงิน
กำลังดำเนินการปกติไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนจ่ายเงินแล้ว ต้องติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อยืนยันว่ายังทันหรือไม่
เสร็จสิ้นไม่ได้เงินถูกโอนออกไปแล้ว ต้องรอเงินเข้าบัญชีแล้วค่อยยื่นใหม่

ชื่อสถานะจริงและขอบเขตที่ยกเลิกได้ ให้ยึดตามที่แสดงในหน้ารายการถอนเงินของระบบหลังบ้านลูกค้า


ยกเลิกแล้วเงินจะเป็นยังไง

เมื่อยกเลิกสำเร็จ จำนวนเงินของคำขอนั้นจะกลับเข้าไปอยู่ในยอดเงินที่ใช้ได้ของบัญชี นำไปเทรดต่อหรือยื่นถอนใหม่ได้ทันที การยกเลิกไม่กระทบสถานะบัญชี และไม่กระทบสิทธิ์การถอนเงินครั้งต่อไป


กรอกจำนวนเงินหรือข้อมูลผู้รับผิด

วิธีจัดการขึ้นอยู่กับสถานะ:

  • รอดำเนินการ - ยกเลิกคำขอนั้นได้เลย แล้วยื่นใหม่ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง
  • กำลังดำเนินการหรือเสร็จสิ้นแล้ว - ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าทันที (ดู Q45) แจ้งว่าผิดตรงไหน พร้อมหมายเลขบัญชีเทรด เวลาที่ยื่น และจำนวนเงิน กรณีข้อมูลผู้รับผิด เงินอาจถูกธนาคารตีกลับ ระยะเวลาการตีกลับขึ้นอยู่กับการดำเนินการของธนาคาร

ยกเลิกแล้วยื่นใหม่ได้ทันทีไหม

ได้ การยกเลิกไม่มีระยะเวลารอ เมื่อเงินกลับเข้าไปอยู่ในยอดที่ใช้ได้แล้ว ยื่นคำขอใหม่ได้เลย ถ้าคุณยกเลิกเพราะกรอกข้อมูลผิด ก่อนยื่นใหม่ให้ตรวจชื่อบัญชี เลขบัญชี และรหัสธนาคารของบัญชีผู้รับอีกครั้ง

Q31:การถอนเงินมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

การถอนเงินต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อพร้อมกัน คือยืนยันบัญชีเสร็จแล้ว มีเงินที่ถอนได้เพียงพอ และบัญชีผู้รับเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของบัญชี นอกจากนี้ตามหลักการแล้วการถอนเงินจะย้อนกลับตามช่องทางที่ฝากเข้ามา ส่วนวงเงินและค่าธรรมเนียมต่างกันไปตามช่องทางถอนเงิน


3 เงื่อนไขที่ต้องเข้าครบ

เงื่อนไขรายละเอียด
ยืนยันตัวตนเสร็จแล้วทั้ง POI และ POA ผ่านการตรวจสอบ (ดู Q22)
เงินที่ถอนได้เพียงพอหลักประกันที่ใช้ไปและขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จะกันเงินไว้ส่วนหนึ่ง จำนวนที่ถอนได้จึงไม่ใช่ยอดเงินคงเหลือทั้งหมด (ดู Q28)
บัญชีผู้รับเป็นชื่อเดียวกันต้องเป็นบัญชีของเจ้าของบัญชีเอง ไม่รับบัญชีของบุคคลที่สาม คู่สมรส คนในครอบครัว หรือบัญชีบริษัท

หลักการคืนตามช่องทางเดิม

ตามหลักการแล้วการถอนเงินจะย้อนกลับตามช่องทางที่คุณใช้ฝากเข้ามา คนที่ฝากด้วยบัตรเครดิต การถอนโดยทั่วไปจะคืนกลับเข้าบัตรใบเดิมก่อน ส่วนคนที่ฝากด้วยการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยทั่วไปจะคืนกลับเข้าบัญชีธนาคารเดิม ถ้าคืนตามช่องทางเดิมไม่ได้ เช่น บัตรหมดอายุแล้วหรือบัญชีถูกปิดไปแล้ว จะเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นตามที่กำหนดไว้ในนโยบายการฝากและถอนเงิน กรณีนี้ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อชี้แจงก่อน จะได้ไม่ถูกตีกลับคำขอ (ดู Q45)


โบนัสและเครดิตถอนได้ไหม

เงื่อนไขการถอนของโบนัส เครดิต และกำไรจากการเทรดไม่เหมือนกัน เงินกลุ่มนี้มักมีเงื่อนไขของกิจกรรมกำกับอยู่ อาจกำหนดให้ต้องเทรดครบปริมาณที่กำหนดหรือถือครบระยะเวลาก่อนจึงจะถอนได้ หรืออาจให้ใช้เทรดได้อย่างเดียวโดยถอนออกโดยตรงไม่ได้ เงื่อนไขเฉพาะให้ยึดตามข้อกำหนดของกิจกรรมตอนที่คุณเข้าร่วม และตามที่ระบุในหน้า นโยบายการฝากและถอนเงิน ถ้าไม่แน่ใจว่าเงินส่วนไหนในบัญชีเป็นโบนัส ดูรายการเงินในบัญชีในระบบหลังบ้านลูกค้าหรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อตรวจสอบได้


ข้อจำกัดเรื่องจำนวนเงินและจำนวนครั้ง

จำนวนเงินขั้นต่ำและสูงสุดต่อรายการ จำนวนครั้งที่ยื่นได้ต่อวัน และแต่ละช่องทางเก็บค่าธรรมเนียมหรือไม่ ต่างกันไปตามช่องทางถอนเงิน ระบบหลังบ้านลูกค้าจะแสดงเงื่อนไขจริงของช่องทางนั้นตอนที่คุณเลือก ข้อกำหนดฉบับเต็มดูที่หน้า นโยบายการฝากและถอนเงิน


สาเหตุที่คำขอถอนเงินถูกปฏิเสธบ่อย

  • เอกสารยืนยันตัวตนยังไม่ผ่านหรือหมดอายุแล้ว
  • เงินที่ถอนได้ไม่พอ เพราะยังไม่ได้ปิดสถานะ
  • บัญชีผู้รับไม่ใช่ชื่อเดียวกับเจ้าของบัญชี
  • กรอกข้อมูลผู้รับผิด ทั้งชื่อบัญชี เลขบัญชี และรหัสธนาคาร
  • จำนวนเงินที่ยื่นต่ำกว่าวงเงินขั้นต่ำของช่องทางนั้น
  • ในบัญชีมีเงินโบนัสที่ยังไม่ถึงเงื่อนไขการถอน

เมื่อคำขอถูกปฏิเสธ ระบบหลังบ้านลูกค้าปกติจะแสดงสาเหตุไว้ ถ้าไม่ชัดเจนว่าเพราะอะไร ตอนติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้แจ้งหมายเลขบัญชีเทรดและเวลาที่ยื่นคำขอไปด้วย (ดู Q45)


ลดโอกาสถอนเงินติดขัดยังไง

  • ทำ POI และ POA ให้เสร็จตั้งแต่เปิดบัญชีเสร็จ อย่ารอจนถึงตอนจะถอนเงินค่อยทำ
  • ก่อนถอนให้ตรวจเงินที่ถอนได้ก่อน ถ้าจำเป็นให้ปิดบางสถานะออกไปก่อน
  • ข้อมูลบัญชีผู้รับพอสร้างแล้วให้ตรวจทานหนึ่งรอบ จากนั้นใช้ซ้ำได้เลย
  • ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมโบนัส อ่านเงื่อนไขการถอนให้ชัดเจนก่อน

8. การคัดลอกการเทรด

Q32:การคัดลอกการซื้อขาย (Copy Trading) ทำงานยังไง

การคัดลอกการซื้อขายคือการที่คุณเลือกผู้ให้สัญญาณไว้ แล้วระบบจะคัดลอกการเปิดสถานะและปิดสถานะของคนนั้นมาที่บัญชีคุณโดยอัตโนมัติ ทำได้ในแอปพลิเคชันของ Moneta Markets เริ่มต้นที่ 50 ดอลลาร์


2 บทบาทในระบบ

บทบาททำอะไร
ผู้ให้สัญญาณเปิดเผยกลยุทธ์การเทรดของตัวเองให้คนอื่นคัดลอก
ผู้คัดลอกเลือกผู้ให้สัญญาณ แล้วให้ระบบคัดลอกการซื้อขายของคนนั้นอัตโนมัติ

ระบบคัดลอกการซื้อขายยังไง

หลังคุณสมัครติดตามผู้ให้สัญญาณคนใดคนหนึ่ง ระบบคัดลอกจะซิงค์การเข้าและออกตลาดของคนนั้นมาที่บัญชีคุณ ระบบจะคำนวณจำนวนล็อตที่เหมาะกับขนาดบัญชีของคุณให้อัตโนมัติ ตามพารามิเตอร์ความเสี่ยงและสัดส่วนเงินที่คุณตั้งไว้ ไม่ใช่การคัดลอกในจำนวนเท่ากัน พูดอีกแบบคือ ถึงเงินของคุณกับของผู้ให้สัญญาณจะต่างกันมาก ระบบก็ยังปรับขนาดสถานะให้ตามสัดส่วน


ขั้นตอนเริ่มคัดลอกการซื้อขาย

  • เปิดบัญชีจริงและฝากเงินให้เรียบร้อย
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Moneta Markets
  • เข้าไปดูรายชื่อผู้ให้สัญญาณในโซนคัดลอกการซื้อขาย
  • เลือกคนที่ต้องการ แล้วตั้งจำนวนเงินที่จะใช้คัดลอกและพารามิเตอร์ความเสี่ยง
  • ยืนยันแล้วระบบจะเริ่มคัดลอกอัตโนมัติ

เลือกผู้ให้สัญญาณยังไง
แอปพลิเคชันมีข้อมูลผลงานของผู้ให้สัญญาณแต่ละคน ก่อนเลือกแนะนำให้ดูอย่างน้อย 4 อย่าง:

  • ช่วงเวลาของผลงานย้อนหลัง - ระยะเวลาที่มีบันทึกผลงาน ยิ่งยาวยิ่งใช้อ้างอิงได้ดี
  • ขาดทุนสูงสุดจากจุดสูงสุด (Max Drawdown) - ขนาดผลขาดทุนมากที่สุดที่บัญชีนั้นเคยเจอ ตัวเลขนี้เป็นตัวตัดสินว่าคุณจะทนไหวหรือไม่
  • สไตล์การเทรด - ความถี่ในการเทรด ระยะเวลาถือสถานะ และสินค้าหลักที่เทรด
  • ระดับความเสี่ยง - เลเวอเรจที่ใช้และขนาดสถานะต่อรายการ

ผลงานย้อนหลังไม่ได้บ่งชี้ผลงานในอนาคต กลยุทธ์ที่ผลตอบแทนดูดีแต่ขาดทุนระหว่างทางรุนแรง อาจไม่เหมาะกับขนาดเงินและระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้


คัดลอกหลายคนพร้อมกันได้ไหม

ได้ ขอแค่บัญชีมีหลักประกันพอรองรับหลายรายการที่เดินพร้อมกัน ก็คัดลอกผู้ให้สัญญาณหลายคนพร้อมกันได้ การผสมสไตล์การเทรดและสินค้าที่ต่างกันช่วยกระจายความเสี่ยงได้ แต่ทุกคนที่เพิ่มเข้ามา สถานะรวมและหลักประกันที่ถูกใช้ก็เพิ่มตามไปด้วย


ระหว่างคัดลอกอยู่ ยังเทรดเองได้ไหม

ได้ สถานะจากการคัดลอกกับสถานะที่คุณเปิดเองใช้เงินและหลักประกันของบัญชีเดียวกัน ตอนเทรดเองจึงต้องดูด้วยว่า Free Margin ยังพอรองรับสถานะจากการคัดลอกอยู่หรือไม่ (ดู Q11) ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของการคัดลอกดูที่ Q33 การหยุดคัดลอกดูที่ Q34 ข้อกำหนดฉบับเต็มให้ยึดตามหน้าข้อกำหนดการคัดลอกการซื้อขายบนเว็บไซต์

Q33:การคัดลอกการซื้อขายมีค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงอะไรบ้าง

รายการที่เกิดจากการคัดลอกการซื้อขายคิดสเปรดและค่าธรรมเนียมข้ามคืนเหมือนกับการเทรดเอง และมีการจ่ายส่วนแบ่งกำไรให้ผู้ให้สัญญาณตามกลไกแบ่งปันผลกำไรเพิ่มอีกชั้น โดยส่วนแบ่งกำไรคำนวณด้วยวิธี High Water Mark ซึ่งจะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่คุณมีกำไรจริงเท่านั้น


มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายวิธีคิด
สเปรดเหมือนกับการเทรดเอง (ดู Q3)
ค่าธรรมเนียมข้ามคืนเกิดขึ้นเมื่อถือสถานะข้ามคืน (ดู Q6)
ค่าคอมมิชชันขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี บัญชี ECN มีการคิด (ดู Q5)
ส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ผู้ให้สัญญาณตั้งไว้ สูงสุด 50%

ส่วนแบ่งกำไรคำนวณยังไง

การแบ่งปันผลกำไรใช้วิธี High Water Mark ร่วมกับการคำนวณคำสั่งที่ยังไม่ปิด และตัดรอบอัตโนมัติสัปดาห์ละครั้ง ความหมายของ High Water Mark คือส่วนแบ่งกำไรจะคำนวณเฉพาะตอนที่บัญชีของคุณทำจุดสูงสุดใหม่เท่านั้น ถ้าคุณขาดทุนก่อนแล้วค่อยฟื้นกลับมา ส่วนที่ฟื้นกลับมาชดเชยผลขาดทุนจะไม่ถูกคิดส่วนแบ่งซ้ำ ต้องเกินจุดสูงสุดเดิมไปแล้วจึงจะเกิดส่วนแบ่งใหม่ นอกจากนี้ การหยุดคัดลอกหรือการถอนเงินออกจะทำให้เกิดการตัดรอบหนึ่งครั้ง


ตอนขาดทุนต้องจ่ายส่วนแบ่งด้วยไหม

ไม่ต้อง กลไก High Water Mark ออกแบบมาเพื่อให้การแบ่งปันผลกำไรเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่ทำกำไรได้ต่อเนื่องเท่านั้น ในช่วงที่ขาดทุนจะไม่เกิดส่วนแบ่งกำไร และต้องฟื้นกลับไปถึงจุดสูงสุดเดิมก่อน ส่วนที่เกินจากนั้นจึงจะเริ่มคำนวณใหม่


สัดส่วนส่วนแบ่งกำไรเท่าไหร่

ผู้ให้สัญญาณแต่ละคนตั้งเอง สูงสุดได้ถึง 50% และปรับได้ตลอดเวลา ก่อนเริ่มคัดลอกให้ตรวจในแอปพลิเคชันว่าคนนั้นตั้งสัดส่วนไว้เท่าไหร่ในตอนนี้ เพราะมีผลโดยตรงกับผลตอบแทนจริงของคุณ


การคัดลอกการซื้อขายมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

  • ความเสี่ยงจากตลาด - เหตุการณ์ไม่คาดคิดและการประกาศตัวเลขที่ทำให้ผันผวนรุนแรงและเกิดสลิปเพจ ส่งผลกับสถานะจากการคัดลอกเหมือนกัน (ดู Q16)
  • ผู้ให้สัญญาณทำผลงานได้ไม่ดี - การคัดลอกคือการทำตามการตัดสินใจของอีกฝ่ายทั้งหมด เมื่อเขาตัดสินใจพลาดหรือขาดทุนติดต่อกัน บัญชีของคุณรับผลเดียวกัน
  • ขาดทุนระหว่างทางสะท้อนมาตามสัดส่วน - Max Drawdown ของผู้ให้สัญญาณจะสะท้อนมาที่เงินที่คุณใช้คัดลอกตามสัดส่วน
  • ผลจากเลเวอเรจที่ถูกขยาย - กลยุทธ์ที่ใช้เลเวอเรจสูง ความผันผวนจะถูกขยายตามไปด้วย
  • พึ่งพาระบบมากเกินไป - การโยนเงินให้ระบบทำงานอัตโนมัติแล้วไม่กลับมาดูบัญชีอีกเลย เป็นปัญหาที่พบบ่อย

ผลงานย้อนหลังไม่ได้บ่งชี้ผลงานในอนาคต และการคัดลอกการซื้อขายไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงขาดทุนหายไป


ตั้งการควบคุมความเสี่ยงเองได้ไหม

ได้ คุณเปลี่ยนกลยุทธ์หลักของผู้ให้สัญญาณไม่ได้ แต่ตั้งพารามิเตอร์ความเสี่ยงของตัวเองได้ เช่น ปรับตัวคูณปริมาณการเทรดเพื่อย่อขนาดคำสั่งที่คัดลอกมา จำกัดปริมาณการเปิดสถานะสูงสุด หรือตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรให้กับสถานะจากการคัดลอกแยกต่างหาก รายการที่ตั้งได้จริงและชื่อเรียกให้ยึดตามที่แสดงบนหน้าจอแอปพลิเคชัน

Q34:หยุดคัดลอกการซื้อขายยังไง

หยุดได้ตลอดเวลา เข้าไปที่หน้าจัดการการคัดลอกในแอปพลิเคชัน Moneta Markets แล้วเลือกหยุดหรือยกเลิกการติดตามผู้ให้สัญญาณคนนั้น การหยุดคัดลอกจะทำให้เกิดการตัดรอบส่วนแบ่งกำไรหนึ่งครั้ง จากนั้นระบบจะไม่คัดลอกรายการใหม่ของผู้ให้สัญญาณคนนั้นอีก


หยุดคัดลอกแล้วเกิดอะไรขึ้น

รายการผลลัพธ์
รายการใหม่ระบบไม่คัดลอกการเปิดสถานะใหม่ของผู้ให้สัญญาณคนนั้นอีก
การตัดรอบส่วนแบ่งกำไรเกิดการตัดรอบหนึ่งครั้ง ณ ตอนที่หยุด
สถานะจากการคัดลอกที่เปิดไว้แล้วดำเนินการตามวิธีที่คุณเลือก ดูรายละเอียดด้านล่าง
เงินในบัญชียอดคงเหลือกลับเข้าไปอยู่ในเงินที่ใช้ได้ของบัญชี

สถานะที่เปิดไว้แล้วจะเป็นยังไง

ตอนหยุดคัดลอก โดยทั่วไปเลือกได้ว่าจะปิดสถานะจากการคัดลอกที่มีอยู่ไปพร้อมกัน หรือจะเก็บสถานะไว้แล้วเปลี่ยนมาบริหารเอง ถ้าเลือกเก็บไว้ สถานะเหล่านั้นจะกลายเป็นสถานะปกติของคุณ จุดตัดขาดทุน จุดทำกำไร และจังหวะปิดสถานะหลังจากนั้นคุณเป็นคนตัดสินใจเอง ระบบจะไม่ดำเนินการตามการเคลื่อนไหวของผู้ให้สัญญาณอีก ตัวเลือกและเส้นทางการใช้งานจริงให้ยึดตามที่แสดงบนหน้าจอแอปพลิเคชัน ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเลือกไหนให้ผลอย่างไร แนะนำให้ตรวจในแอปพลิเคชันก่อน หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (ดู Q45)


หยุดแล้วเงินใช้ได้เมื่อไหร่

เมื่อสถานะจากการคัดลอกปิดครบและตัดรอบเสร็จแล้ว เงินจะกลับเข้าไปอยู่ในเงินที่ใช้ได้ของบัญชี นำไปเทรดเอง ไปติดตามผู้ให้สัญญาณคนอื่น หรือยื่นถอนเงินก็ได้ (ดู Q28) ถ้าคุณเลือกเก็บสถานะไว้บริหารเอง สถานะเหล่านั้นยังกันหลักประกันอยู่ เงินส่วนนั้นจึงใช้ไม่ได้จนกว่าจะปิดสถานะ


อยากเปลี่ยนผู้ให้สัญญาณ

หยุดคัดลอกคนเดิมแล้วเลือกใหม่ได้เลย และคุณติดตามผู้ให้สัญญาณหลายคนพร้อมกันก็ได้ (ดู Q32) ไม่จำเป็นต้องหยุดคนเดิมก่อน ก่อนเปลี่ยนแนะนำให้ตรวจสอบ:

  • สถานะจากการคัดลอกเดิมจะปิดหรือจะเก็บไว้
  • สัดส่วนส่วนแบ่งกำไรและสไตล์การเทรดของคนใหม่ (ดู Q33)
  • Free Margin ของบัญชีพอรองรับสถานะจากการคัดลอกชุดใหม่หรือไม่

ตั้งให้หยุดคัดลอกอัตโนมัติ

นอกจากหยุดเองแล้ว ยังตั้งเงื่อนไขไว้ในพารามิเตอร์ความเสี่ยงได้ เช่น ใช้ตัวคูณปริมาณการเทรดจำกัดขนาดสถานะ หรือตั้งจุดตัดขาดทุนให้กับสถานะจากการคัดลอก (ดู Q33) เงื่อนไขที่ตั้งได้จริงให้ยึดตามที่แสดงในแอปพลิเคชัน

9. ล็อกอินและ error ที่เจอบ่อย

Q35:เข้าสู่ระบบบัญชีเทรด MT4/MT5 ยังไง

การเข้าสู่ระบบ MT4/MT5 ต้องใช้ข้อมูล 3 อย่าง คือหมายเลขบัญชีเทรด รหัสผ่านบัญชีเทรด และชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ตรงกัน ชุดข้อมูลนี้ไม่ใช่ชุดเดียวกับข้อมูลเข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้า ถ้าใช้ผิดชุดจะขึ้นข้อความ Authorization Failed (ดู Q36)


ข้อมูล 3 อย่างนี้หาได้จากไหน

ข้อมูลแหล่งที่มา
หมายเลขบัญชีเทรดอีเมลแจ้งผลหลังเปิดบัญชีเสร็จ หรือเข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้าเพื่อดู
รหัสผ่านบัญชีเทรดตั้งไว้ตอนเปิดบัญชี ถ้าลืมสามารถรีเซ็ตในระบบหลังบ้านลูกค้าได้ (ดู Q36)
ชื่อเซิร์ฟเวอร์แจ้งมาพร้อมอีเมลเปิดบัญชี และดูได้ที่ข้อมูลบัญชีในระบบหลังบ้านลูกค้า

ชื่อเซิร์ฟเวอร์ต่างกันไปตามประเภทบัญชีและเซิร์ฟเวอร์ที่บัญชีสังกัด โบรกเกอร์รายเดียวอาจมีหลายเซิร์ฟเวอร์ ให้ใช้ตัวที่ตรงกับบัญชีของคุณ อย่าเลือกจากความทรงจำ


เข้าสู่ระบบบนเวอร์ชันเดสก์ท็อป

  • เปิด MT4 หรือ MT5
  • เลือก Login to Trade Account ในเมนู File
  • กรอกหมายเลขบัญชีเทรดและรหัสผ่าน
  • เลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ตรงกันจากรายการแบบเลื่อนลง
  • กด OK เพื่อเข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบบน Android

  • กดไอคอนเมนูที่มุมซ้ายบน
  • เข้าไปที่ Manage Accounts
  • เลือก Login to an existing account
  • ค้นหาและเลือกเซิร์ฟเวอร์ของคุณ
  • กรอกหมายเลขบัญชีเทรดและรหัสผ่าน

เข้าสู่ระบบบน iOS

  • กด Settings ที่มุมขวาล่าง
  • เลือก New Account
  • เลือก Login to an existing account
  • ค้นหาและเลือกเซิร์ฟเวอร์ของคุณ
  • กรอกหมายเลขบัญชีเทรดและรหัสผ่าน

ค้นหาเซิร์ฟเวอร์ไม่เจอทำยังไง

เวอร์ชันมือถือต้องค้นหาชื่อโบรกเกอร์ก่อนจึงจะเจอรายการเซิร์ฟเวอร์ ถ้าค้นไม่เจอ:

  • ตรวจว่าสะกดคำค้นถูกต้อง
  • ตรวจว่าอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อปกติ
  • ตรวจว่าติดตั้งแอปถูกตัว ระหว่าง MetaTrader 4 กับ MetaTrader 5 บัญชีของสองตัวนี้ใช้ข้ามกันไม่ได้
  • ติดตั้งแอปใหม่จากลิงก์ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ให้มา

เข้าสู่ระบบแล้วไม่เห็นราคาสินค้า

ถ้าเข้าสู่ระบบสำเร็จแต่หน้าต่าง Market Watch ว่างเปล่าหรือมีสินค้าน้อยมาก ให้คลิกขวาที่หน้าต่างนั้นแล้วเลือก Show All เพื่อโหลดรายการสินค้าทั้งหมด

Q36:รหัสผ่านระบบหลังบ้านกับรหัสผ่านบัญชีเทรดต่างกันยังไง รีเซ็ตยังไง

เป็นรหัสผ่าน 2 ชุดที่แยกจากกัน - รหัสผ่านระบบหลังบ้านใช้จัดการบัญชีและเงิน ส่วนรหัสผ่านบัญชีเทรดใช้เข้าสู่ระบบ MT4/MT5 เพื่อเทรด ทั้งสองชุดใช้แทนกันไม่ได้ ถ้าใช้ผิดจะขึ้นข้อความ Authorization Failed


ความต่างของรหัสผ่าน 2 ชุด

รายการรหัสผ่านระบบหลังบ้านรหัสผ่านบัญชีเทรด
ใช้ทำอะไรจัดการบัญชี ฝากเงิน ถอนเงิน ดูข้อมูลเข้าสู่ระบบ MT4/MT5 เพื่อเทรด
ชื่อผู้ใช้อีเมลที่ลงทะเบียนหมายเลขบัญชีเทรด
ใช้ที่ไหนหน้าเว็บและแอปพลิเคชันของระบบหลังบ้านลูกค้าโปรแกรม MT4/MT5
วิธีรีเซ็ตกด "ลืมรหัสผ่าน" ที่หน้าเข้าสู่ระบบเข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้าแล้วเปลี่ยนในหน้าตั้งค่าบัญชี

ทำไมเข้าระบบหลังบ้านได้ แต่เข้า MT4 ไม่ได้

เพราะสองอย่างนี้ใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านคนละชุด ระบบหลังบ้านเข้าด้วยอีเมลที่ลงทะเบียน ส่วน MT4/MT5 เข้าด้วยหมายเลขบัญชีเทรด การที่เข้าระบบหลังบ้านได้ไม่ได้แปลว่ารหัสผ่านบัญชีเทรดถูกต้อง และในทางกลับกันก็เช่นกัน ถ้าไม่แน่ใจเรื่องรหัสผ่านบัญชีเทรด รีเซ็ตชุดใหม่ผ่านระบบหลังบ้านลูกค้าได้เลย ไม่ต้องนึกรหัสเก่าให้ออก


รีเซ็ตรหัสผ่านระบบหลังบ้าน

เวอร์ชันเว็บ - ที่หน้าเข้าสู่ระบบกด "ลืมรหัสผ่าน" แล้วกรอกอีเมลที่ลงทะเบียนตามที่ระบบแจ้ง ลิงก์สำหรับตั้งรหัสใหม่จะถูกส่งไปที่อีเมลนั้น

แอปพลิเคชัน - กด "ลืมรหัสผ่าน" กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียน เลือกรับรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ทาง SMS หรือ WhatsApp เมื่อยืนยันแล้วจึงตั้งรหัสผ่านใหม่


รีเซ็ตรหัสผ่านบัญชีเทรด

  • เข้าสู่ระบบหลังบ้านลูกค้า
  • เข้าไปที่รายการบัญชี หาบัญชีเทรดที่ต้องการรีเซ็ต
  • กดไอคอนตั้งค่าของบัญชีนั้น
  • เลือกเปลี่ยนรหัสผ่าน
  • ตั้งรหัสผ่านใหม่แล้วบันทึก

หลังรีเซ็ตต้องเข้าสู่ระบบ MT4/MT5 ใหม่ ถ้าคุณเข้าสู่ระบบบัญชีเดียวกันไว้หลายอุปกรณ์ ต้องอัปเดตทุกเครื่อง

ข้อกำหนดของรหัสผ่าน - อย่างน้อย 8 ตัวอักษร และต้องมีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษ อย่างละอย่างน้อย 1 ตัว


รหัสผ่านแบบดูอย่างเดียวคืออะไร

รหัสผ่านแบบดูอย่างเดียว (Investor Password) เป็นรหัสผ่านอีกชุดของบัญชีเทรด เข้าสู่ระบบแล้วดูบัญชีและสถานะที่ถืออยู่ได้ แต่ส่งคำสั่งไม่ได้ มักใช้ตอนที่ต้องการให้คนอื่นดูประวัติการเทรดของคุณโดยไม่เปิดสิทธิ์การเทรดให้ ถ้าเข้าสู่ระบบแล้วพบว่าปุ่ม New Order เป็นสีเทากดไม่ได้ อาจเป็นเพราะเข้าด้วยรหัสผ่านแบบดูอย่างเดียว (ดู Q39) วิธีขอและวิธีตั้งรหัสผ่านแบบดูอย่างเดียว ดูได้ในหน้าตั้งค่าบัญชีของระบบหลังบ้านลูกค้า หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าให้ช่วย (ดู Q45)


ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

  • อย่าแชร์รหัสผ่านบัญชีเทรดให้คนอื่น
  • เวลาต้องให้คนอื่นดูบัญชี ใช้รหัสผ่านแบบดูอย่างเดียว ไม่ใช่รหัสผ่านสำหรับเทรด
  • เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าจะไม่ขอรหัสผ่านจากคุณ

Q37:ข้อความ Invalid Account เกิดจากอะไร

Invalid Account แปลว่าระบบหาบัญชีชุดนี้ไม่เจอบนเซิร์ฟเวอร์ที่คุณเลือก มี 3 สาเหตุที่พบบ่อย คือกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบผิด เลือกเซิร์ฟเวอร์ผิด และบัญชีทดลองหมดอายุ


1. ตรวจชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน

  • ช่องชื่อผู้ใช้กรอกเฉพาะหมายเลขบัญชีเทรด อย่ากรอกอีเมล
  • ระวังความต่างระหว่างตัวอักษร O กับเลข 0 และตัวอักษร l กับเลข 1
  • ตรวจว่าไม่มีช่องว่างเกินอยู่หน้าหรือหลังข้อความ ตอนคัดลอกมาวางมักติดมาด้วย
  • รหัสผ่านแยกตัวพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก

2. ตรวจว่าเลือกเซิร์ฟเวอร์ถูก

นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โบรกเกอร์รายเดียวมีหลายเซิร์ฟเวอร์ เลือกผิดก็จะขึ้นว่าบัญชีไม่ถูกต้อง ถึงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านจะถูกต้องทุกตัวอักษรก็ตาม บัญชีของคุณอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ไหน ดูได้ในอีเมลแจ้งผลการเปิดบัญชีหรือในข้อมูลบัญชีในระบบหลังบ้านลูกค้า (ดู Q35)


3. ตรวจว่าบัญชีทดลองหมดอายุหรือยัง

บัญชีทดลองมีอายุการใช้งาน เมื่อเลยกำหนดจะเข้าสู่ระบบไม่ได้ ถ้าคุณใช้บัญชีทดลองและทิ้งไว้ไม่ได้ใช้มาสักระยะ นี่คือสาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุด สร้างบัญชีทดลองใหม่อีกบัญชีได้เลย ไม่กระทบบัญชีจริงของคุณ (ดู Q17)

ชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านไม่ผิด แล้วทำไมยังเข้าไม่ได้

Invalid Account กับ Authorization Failed เป็นข้อความคนละแบบ และบอกคนละปัญหา:

ข้อความปกติหมายถึง
Invalid Accountระบบหาบัญชีชุดนี้ไม่เจอบนเซิร์ฟเวอร์นั้น
Authorization Failedหาบัญชีเจอ แต่รหัสผ่านไม่ถูกต้อง (ดู Q38)

ถ้าคุณเห็นข้อความ Invalid Account ให้ตรวจเซิร์ฟเวอร์และชื่อผู้ใช้ก่อน ไม่ใช่ไล่ลองรหัสผ่านซ้ำไปเรื่อย ๆ

ตรวจครบแล้วยังเข้าไม่ได้

ถ้าตรวจครบทั้ง 3 อย่างแล้วยังเข้าสู่ระบบไม่ได้ ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (ดู Q45) พร้อมแจ้งหมายเลขบัญชีเทรด ชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่คุณเลือก และข้อความแสดงข้อผิดพลาดฉบับเต็มที่เห็น ข้อมูล 3 อย่างนี้ทำให้ฝ่ายบริการลูกค้าระบุปัญหาได้ทันที

Q38:ข้อความ Authorization Failed หมายความว่าอะไร

Authorization Failed แปลว่าระบบหาบัญชีชุดนี้เจอแล้ว แต่ยืนยันตัวตนไม่ผ่าน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือรหัสผ่านผิดหรือเลือกเซิร์ฟเวอร์ผิด ต่างจาก Invalid Account ตรงที่การเห็นข้อความนี้แปลว่าตัวบัญชีมีอยู่จริง (ดู Q37)


1. ตรวจว่าใช้รหัสผ่านบัญชีเทรด

นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด MT4/MT5 ต้องการรหัสผ่านบัญชีเทรด ไม่ใช่รหัสผ่านระบบหลังบ้าน สองอย่างนี้เป็นรหัสผ่านคนละชุดที่แยกจากกัน การใช้รหัสผ่านระบบหลังบ้านเข้าโปรแกรมเทรดจะล้มเหลวแน่นอน (ดู Q36)


2. ตรวจว่าเลือกเซิร์ฟเวอร์ถูก

โบรกเกอร์รายเดียวมีหลายเซิร์ฟเวอร์ เมื่อเลือกผิด บางกรณีจะขึ้น Invalid Account บางกรณีขึ้น Authorization Failed เกิดได้ทั้งสองแบบ


3. ตรวจการกรอกรหัสผ่าน

  • รหัสผ่านแยกตัวพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก ตรวจว่าไม่ได้เปิด Caps Lock ค้างไว้
  • ตอนคัดลอกมาวาง ระวังช่องว่างที่ติดมาข้างหน้าหรือข้างหลัง
  • ถ้าเพิ่งรีเซ็ตรหัสผ่านไป ตรวจว่าใช้รหัสใหม่แล้ว

4. รีเซ็ตรหัสผ่านบัญชีเทรด

ถ้าไม่แน่ใจว่ารหัสผ่านถูกหรือไม่ รีเซ็ตชุดใหม่ผ่านระบบหลังบ้านลูกค้าได้เลย ไม่ต้องนึกรหัสเก่าให้ออก ขั้นตอนดูที่ Q36

เข้าสู่ระบบได้แล้วสักพักหลุดอีก

ถ้าเข้าได้แต่ด้านล่างหน้าจอขึ้นว่า No Connection หรือเด้งข้อความ Authorization Failed ซ้ำ ๆ ปกติไม่ใช่ปัญหาที่รหัสผ่าน:

  • อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร - ลองสลับเครือข่ายดู เช่น เปลี่ยนจาก Wi-Fi ไปใช้เน็ตมือถือ
  • เข้าสู่ระบบบัญชีเดียวกันไว้ที่อุปกรณ์อื่น - บางกรณีการเข้าสู่ระบบบัญชีเดียวกันหลายที่จะเตะกันเอง
  • รีเซ็ตรหัสผ่านแล้วยังไม่ได้อัปเดตอุปกรณ์อื่น - อุปกรณ์อื่นยังพยายามเชื่อมต่อด้วยรหัสเก่า ทำให้เกิดความล้มเหลวซ้ำ ๆ

ตรวจครบแล้วยังเข้าไม่ได้

ถ้าตรวจครบทั้ง 4 ข้อแล้วยังไม่สำเร็จ ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (ดู Q45) พร้อมแจ้งหมายเลขบัญชีเทรด ชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่คุณเลือก และข้อความแสดงข้อผิดพลาดฉบับเต็มหรือภาพหน้าจอ

Q39:ทำไมเทรดสินค้าบางตัวบน MetaTrader ไม่ได้

ไล่ตรวจ 4 อย่างตามลำดับ คือสถานะการเข้าสู่ระบบ อยู่ในเวลาซื้อขายหรือไม่ หลักประกันพอไหม และสินค้าตัวนั้นใช้กับประเภทบัญชีของคุณได้หรือเปล่า ส่วนใหญ่จะอยู่ใน 2 ข้อแรก


1. ตรวจสถานะการเข้าสู่ระบบ

  • หน้าจอขึ้น Invalid Account แปลว่าข้อมูลเข้าสู่ระบบผิด (ดู Q37)
  • ปุ่ม New Order เป็นสีเทากดไม่ได้ อาจเป็นเพราะเข้าด้วยรหัสผ่านแบบดูอย่างเดียว ซึ่งดูบัญชีได้แต่ส่งคำสั่งไม่ได้ ให้เปลี่ยนไปเข้าด้วยรหัสผ่านบัญชีเทรดแทน (ดู Q36)
  • มุมขวาล่างขึ้นว่า No Connection ตอนนั้นฟังก์ชันการเทรดทั้งหมดใช้ไม่ได้ ให้ตรวจอินเทอร์เน็ตก่อน

2. ตรวจว่าอยู่ในเวลาซื้อขายหรือไม่

เวลาซื้อขายของแต่ละสินค้าไม่เหมือนกัน ถ้าส่งคำสั่งนอกเวลาซื้อขายจะขึ้นข้อความ Market Closed (ดู Q40) วิธีตรวจสอบ - เลือกเมนู View คลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch เลือก Symbols เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วกด Properties ก็จะเห็นเวลาซื้อขายของสินค้าตัวนั้น ช่วงวันหยุดของตลาด สินค้าบางตัวจะปิดก่อนเวลาหรือหยุดทั้งวัน การปรับเวลาที่เกี่ยวข้องจะประกาศไว้ในหน้า การแจ้งเตือน (ดู Q9)


3. ตรวจว่าหลักประกันพอไหม

ถ้า Free Margin ไม่พอจะเปิดสถานะใหม่ไม่ได้ โดย Free Margin เท่ากับ Equity หักด้วย Margin (ดู Q11) ถ้าคุณมีสถานะถืออยู่แล้วและขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ขยายตัว Free Margin จะลดลง ตอนนั้นถึงบัญชีจะมียอดคงเหลืออยู่ก็อาจเปิดสถานะใหม่ไม่ได้


4. ตรวจว่าสินค้าตัวนั้นใช้กับประเภทบัญชีของคุณได้ไหม

สินค้าบางตัวอาจใช้ได้เฉพาะบางประเภทบัญชี บัญชีของคุณเทรดสินค้าอะไรได้บ้าง ให้ยึดตามรายการสินค้าที่แสดงจริงในหน้าต่าง Market Watch ของแพลตฟอร์ม

หาสินค้าที่ต้องการเทรดในรายการไม่เจอ

หน้าต่าง Market Watch โดยค่าเริ่มต้นอาจแสดงสินค้าแค่บางส่วน ให้คลิกขวาที่หน้าต่างนั้นแล้วเลือก Show All เพื่อโหลดรายการทั้งหมด ถ้าแสดงทั้งหมดแล้วยังไม่เจอ แปลว่าสินค้าตัวนั้นไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่บัญชีของคุณเปิดให้เทรด ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อตรวจสอบได้ (ดู Q45)

ส่งคำสั่งได้แต่ไม่สำเร็จสักที

ถ้ากดส่งคำสั่งได้แต่คำสั่งถูกปฏิเสธ สาเหตุที่พบบ่อยคือ:

  • จำนวนล็อตต่ำกว่าปริมาณการเทรดขั้นต่ำหรือสูงกว่าเพดานของสินค้าตัวนั้น (ดู Q8)
  • ราคาจุดตัดขาดทุนหรือจุดทำกำไรอยู่ใกล้ราคาปัจจุบันเกินไป (ดู Q15)
  • ตั้งราคาของคำสั่งตั้งรอผิดทิศทาง (ดู Q14)
  • อยู่ในช่วงที่เลเวอเรจแบบปรับอัตโนมัติทำงาน หลักประกันที่ต้องใช้จึงสูงขึ้น (ดู Q13)

แพลตฟอร์มปกติจะแสดงข้อความแจ้งข้อผิดพลาดที่ชัดเจน ให้เทียบข้อความนั้นกับรายการข้างต้นได้เลย

Q40:ข้อความ Market Closed หมายความว่าอะไร

Market is closed แปลว่าคุณส่งคำสั่งหรือแก้ไขคำสั่งนอกเวลาซื้อขายของสินค้าตัวนั้น ตอนนั้นจะเปิดสถานะ ปิดสถานะ และแก้จุดตัดขาดทุนกับจุดทำกำไรไม่ได้


ขึ้นตอนไหนบ้าง

กรณีรายละเอียด
สุดสัปดาห์ตลาดฟอเร็กซ์ปิดทำการช่วงสุดสัปดาห์ สินค้าส่วนใหญ่เทรดไม่ได้
ช่วงพักประจำวันของสินค้าตัวนั้นเวลาซื้อขายของแต่ละสินค้าไม่เหมือนกัน และไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมงทุกตัว
วันหยุดของตลาดเมื่อตลาดปลายทางหยุด สินค้าที่เกี่ยวข้องจะปิดก่อนเวลาหรือหยุดทั้งวัน
ช่วงสลับเวลาออมแสงกับเวลาปกติเวลาเปิด-ปิดปรับตาม เวลาท้องถิ่นที่แปลงแล้วจึงเปลี่ยนไปด้วย

วันนี้เป็นวันทำการชัด ๆ ทำไมยังปิด

3 สาเหตุที่พบบ่อย:

  • ดูเวลาของสินค้าตัวอื่น - หุ้น CFD ใช้เวลาตามตลาดหลักทรัพย์ปลายทาง ส่วนดัชนีและสินค้าโภคภัณฑ์มีเวลาของตัวเอง เอาเวลาของฟอเร็กซ์ไปเทียบไม่ได้
  • แปลงเขตเวลาผิด - แพลตฟอร์มแสดงเวลาเซิร์ฟเวอร์ (GMT+2 และ GMT+3 ในช่วงเวลาออมแสง) เวลาไทยต้องบวกเพิ่ม 5 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมงตามลำดับ (ดู Q9)
  • วันนั้นมีวันหยุดของตลาด - ประกาศวันหยุดจะเผยแพร่ในหน้า การแจ้งเตือน

ดูเวลาซื้อขายของสินค้าตัวนั้นตรงไหน

เลือกเมนู View คลิกขวาที่หน้าต่าง Market Watch เลือก Symbols เลือกสินค้าที่ต้องการแล้วกด Properties ก็จะเห็นเวลาซื้อขายของสินค้าตัวนั้น หน้า เวลาซื้อขาย บนเว็บไซต์ก็มีตารางเวลาของสินค้าทั้งหมดเช่นกัน


ช่วงตลาดปิด สถานะที่ถืออยู่จะเป็นยังไง

สถานะจะถูกเก็บไว้จนถึงรอบเปิดตลาดครั้งถัดไป ไม่ถูกปิดอัตโนมัติ แต่ต้องระวัง 2 เรื่อง:

  • ปิดสถานะหรือปรับจุดตัดขาดทุนระหว่างตลาดปิดไม่ได้ - ถ้าเปิดตลาดมาแล้วเกิดช่องว่างราคา จุดตัดขาดทุนอาจจับคู่ที่ราคาหลังช่องว่างนั้น (ดู Q16)
  • ค่าธรรมเนียมข้ามคืนคิดตามปกติ - สถานะที่ถือข้ามเวลาตัดรอบประจำวันจะเกิดค่าธรรมเนียมข้ามคืน (ดู Q6)

ก่อนถือสถานะข้ามสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว แนะนำให้ประเมินก่อนว่าจำเป็นต้องปรับขนาดสถานะหรือไม่


วันหยุดปิดสถานะได้ไหม

ไม่ได้ ระหว่างตลาดปิดทำรายการเทรดใด ๆ ไม่ได้เลย รวมถึงการปิดสถานะด้วย นี่คือความเสี่ยงหลักของการถือสถานะข้ามวันหยุด - เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นตอบสนองแบบเรียลไทม์ไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือรอตลาดเปิด

10. การกำกับดูแลและการคุ้มครองเงินทุน

Q41:Moneta Markets อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใดบ้าง

Moneta Markets เป็นแบรนด์การเทรดที่ใช้ร่วมกันโดยนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการในหลายเขตอำนาจศาล นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องจดทะเบียนตามกฎหมาย และดำเนินธุรกิจภายในขอบเขตของใบอนุญาตและการอนุญาตของแต่ละราย


นิติบุคคลแต่ละรายและข้อมูลการกำกับดูแลหรือการจดทะเบียน

นิติบุคคลหน่วยงานกำกับดูแล / นายทะเบียนหมายเลข
Moneta Markets Capital Ltdได้รับอนุญาตและกำกับดูแลโดยสำนักงานกำกับดูแลพฤติกรรมทางการเงินแห่งสหราชอาณาจักร (FCA)FRN 613381
Moneta Markets (Pty) Ltdได้รับอนุญาตและกำกับดูแลโดยหน่วยงานกำกับพฤติกรรมภาคการเงินแห่งแอฟริกาใต้ (FSCA)FSP 47490
Moneta Markets Trading Limitedกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริการทางการเงินแห่งมอริเชียส (FSC)License No. GB24203391
Moneta Markets Ltdจดทะเบียนกับนายทะเบียนบริษัทธุรกิจระหว่างประเทศแห่งเซนต์ลูเซียRegistration No. 2023-00068
Mmonexia LtdจดทะเบียนในสาธารณรัฐไซปรัสHE436544

ข้อมูลการจดทะเบียนของแต่ละนิติบุคคล

  • Moneta Markets Capital Ltd - จดทะเบียนในอังกฤษและเวลส์ Company No. 08279988 ที่อยู่จดทะเบียน Amblenseton the Long Lodge, 265-269 Kingston Road, Wimbledon, England, SW19 3NW นิติบุคคล Moneta Markets รายอื่นไม่ได้รับอนุญาตหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA และไม่ให้บริการแก่ผู้ที่พำนักในสหราชอาณาจักร
  • Moneta Markets (Pty) Ltd - ผู้ให้บริการทางการเงินในแอฟริกาใต้ ที่อยู่จดทะเบียน 1 Hood Avenue, Rosebank, Johannesburg, Gauteng 2196, South Africa
  • Moneta Markets Trading Limited - Company No. 211285 GBC ที่อยู่จดทะเบียน Suite 201, 2nd Floor, The Catalyst, 40 Silicon Avenue, Ebene Cybercity, Mauritius
  • Moneta Markets Ltd - จดทะเบียนกับนายทะเบียนบริษัทธุรกิจระหว่างประเทศแห่งเซนต์ลูเซีย
  • Mmonexia Ltd - ที่อยู่จดทะเบียน Archbishop Makarios III, 160, Floor 1, 3026, Limassol, Cyprus ทำหน้าที่ให้บริการชำระเงินภายในโครงสร้างองค์กรของ Moneta Markets

ตรวจสอบด้วยตัวเองยังไง
หน่วยงานกำกับดูแลแต่ละแห่งมีระบบตรวจสอบทะเบียนแบบเปิดให้ประชาชนใช้ คุณนำหมายเลขในตารางข้างบนไปตรวจสอบเองได้:

  • FCA สหราชอาณาจักร - ค้นหา FRN 613381 ผ่านระบบทะเบียนสาธารณะของ FCA
  • FSCA แอฟริกาใต้ - ค้นหา FSP 47490 ผ่านระบบทะเบียนสาธารณะของ FSCA
  • FSC มอริเชียส - ค้นหาในรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตของ FSC

บัญชีของฉันอยู่กับนิติบุคคลไหน

บัญชีของคุณสังกัดนิติบุคคลใด ขึ้นอยู่กับภูมิภาคที่คุณอยู่ตอนเปิดบัญชีและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้ นิติบุคคลแต่ละรายอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ ขอบเขตการคุ้มครอง และช่องทางระงับข้อพิพาทที่อาจต่างกัน รายละเอียดดูที่ Q42


ข้อจำกัดด้านภูมิภาค

ข้อมูลและบริการของ Moneta Markets ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ที่พำนักในบางประเทศหรือบางภูมิภาค ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแคนาดา ไซปรัส ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา สเปน และบุคคลใดก็ตามที่การเผยแพร่หรือการใช้ข้อมูลดังกล่าวภายในประเทศหรือเขตอำนาจศาลนั้นจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือกฎระเบียบท้องถิ่น คำประกาศฉบับเต็มดูได้ที่ส่วนท้ายเว็บไซต์และหน้า เอกสารทางกฎหมาย

Q42:บัญชีของฉันอยู่กับนิติบุคคลไหนของ Moneta Markets

บัญชีของคุณสังกัดนิติบุคคลใด ขึ้นอยู่กับภูมิภาคที่คุณอยู่ตอนเปิดบัญชีและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ให้ยึดตามที่ระบุในเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้ โดยหน้าแรกของเอกสารจะระบุชื่อบริษัทที่ทำสัญญากับคุณไว้ชัดเจน


ตรวจว่าบัญชีตัวเองอยู่กับบริษัทไหนยังไง

วิธีรายละเอียด
เอกสาร Client Agreementเอกสารที่ยอมรับตอนเปิดบัญชี หน้าแรกระบุชื่อบริษัทคู่สัญญา
อีเมลยืนยันการเปิดบัญชีอีเมลแจ้งผลการเปิดบัญชีปกติจะระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้
ระบบหลังบ้านลูกค้าเข้าสู่ระบบแล้วดูที่ข้อมูลบัญชีหรือส่วนเอกสารทางกฎหมาย
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าแจ้งหมายเลขบัญชีเทรดแล้วให้ช่วยตรวจสอบได้ (ดู Q45)

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
นิติบุคคลแต่ละรายอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของคนละเขตอำนาจศาล สิ่งต่อไปนี้จึงอาจต่างกันไปตามนิติบุคคล:

  • เพดานเลเวอเรจที่ใช้ได้
  • กลไกคุ้มครองผู้ลงทุนและขอบเขตที่ครอบคลุม
  • ช่องทางระงับข้อพิพาทและการร้องเรียน
  • ขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่เทรดได้
  • ข้อกำหนดของ Client Agreement ที่ใช้บังคับ

พูดอีกแบบคือ เงื่อนไขทั่วไปที่แสดงบนเว็บไซต์ เช่นเลเวอเรจสูงสุด ไม่ได้เหมือนกันทุกนิติบุคคล เงื่อนไขที่ใช้กับคุณจริงให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement และเงื่อนไขบัญชีที่คุณยอมรับไว้


ผู้ที่พำนักในสหราชอาณาจักรโปรดทราบเป็นพิเศษ

Moneta Markets Capital Ltd ได้รับอนุญาตและกำกับดูแลโดยสำนักงานกำกับดูแลพฤติกรรมทางการเงินแห่งสหราชอาณาจักร (FCA) นิติบุคคล Moneta Markets รายอื่นไม่ได้รับอนุญาตหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA และไม่ให้บริการแก่ผู้ที่พำนักในสหราชอาณาจักร บัญชีที่เปิดผ่านนิติบุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA จะไม่ได้รับความคุ้มครองที่ FCA จัดให้ ซึ่งรวมถึงการรับประกันการคุ้มครองยอดเงินติดลบ ข้อจำกัดเรื่องเลเวอเรจของ FCA สิทธิ์ในการระงับข้อพิพาทผ่าน Financial Ombudsman Service (FOS) ความคุ้มครองจาก Financial Services Compensation Scheme (FSCS) และมาตรฐานการคุ้มครองเงินทุนตามกฎว่าด้วยทรัพย์สินลูกค้าของ FCA ระดับการคุ้มครองเงินทุนจะเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง


ข้อจำกัดด้านภูมิภาค

ข้อมูลและบริการของ Moneta Markets ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ที่พำนักในบางประเทศหรือบางภูมิภาค ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแคนาดา ไซปรัส ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสเปน คำประกาศฉบับเต็มดูได้ที่ส่วนท้ายเว็บไซต์และหน้า เอกสารทางกฎหมาย


หาเอกสาร Client Agreement ไม่เจอทำยังไง

ดูได้ที่ส่วนเอกสารทางกฎหมายในระบบหลังบ้านลูกค้า หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อขอ (ดู Q45) แนะนำให้ดาวน์โหลดเก็บไว้หนึ่งฉบับตั้งแต่ตอนเปิดบัญชีเสร็จ เพราะจะได้ใช้ตอนต้องตรวจสอบเงื่อนไขที่ใช้บังคับในภายหลัง

Q43:เงินทุนของฉันได้รับการคุ้มครองยังไง

เงินทุนลูกค้าถูกเก็บไว้ในบัญชีแยกที่แยกจากเงินทุนสำหรับดำเนินงานของบริษัท โดยฝากไว้กับธนาคารระดับโลกที่ได้เรตติ้ง AA นอกจากนี้ Moneta Markets ยังเข้ารับการตรวจสอบบัญชีเป็นประจำ และทำประกันชดเชยความเสียหายไว้


กลไกคุ้มครอง 3 ชั้น

กลไกรายละเอียด
การแยกเงินทุนเงินทุนลูกค้าเก็บแยกจากเงินทุนดำเนินงานของบริษัท ไม่ปนกัน
สถาบันที่ฝากเงินฝากไว้กับธนาคารระดับโลกที่ได้เรตติ้ง AA
ประกันและการตรวจสอบบัญชีทำประกันชดเชยความเสียหาย และเข้ารับการตรวจสอบบัญชีเป็นประจำ

ขอบเขตความคุ้มครองของประกัน วงเงินสูงสุด และเงื่อนไขการใช้บังคับ ให้ยึดตามเนื้อหาในหน้า การคุ้มครองเงินทุน และข้อกำหนดของกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้อง


การแยกเงินทุนหมายความว่ายังไง

การแยกเงินทุนหมายถึงเงินฝากของลูกค้าไม่ถูกนำไปปนกับเงินทุนดำเนินงานของโบรกเกอร์ และนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทไม่ได้ นี่เป็นข้อกำหนดพื้นฐานของธุรกิจโบรกเกอร์ โดยมีเป้าหมายว่าถ้าโบรกเกอร์เกิดปัญหาทางการเงินขึ้น เงินทุนลูกค้าจะไม่ถูกนับรวมเป็นทรัพย์สินทั่วไปของบริษัท สิ่งที่ต้องเข้าใจคือการแยกเงินทุนกับการประกันเงินฝากเป็นคนละกลไกกัน ตัวบัญชีแยกเองไม่ได้เท่ากับการคุ้มครองเต็มจำนวน


กลไกความปลอดภัยของบัญชี

นอกจากในระดับเงินทุนแล้ว การเข้าถึงบัญชีก็มีการป้องกันด้วย:

  • การยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA)
  • ทางเข้าของระบบหลังบ้านลูกค้าและทางเข้าเฉพาะของ IB แยกออกจากกัน
  • รหัสผ่านบัญชีเทรดกับรหัสผ่านระบบหลังบ้านเป็นอิสระจากกัน (ดู Q36)
  • มีรหัสผ่านแบบดูอย่างเดียวให้ใช้ เพื่อให้คนอื่นดูบัญชีได้โดยไม่เปิดสิทธิ์การเทรด (ดู Q36)

ขอบเขตความคุ้มครองต่างกันตามนิติบุคคลที่บัญชีสังกัด

นิติบุคคลแต่ละรายอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของคนละเขตอำนาจศาล กลไกคุ้มครองผู้ลงทุนและขอบเขตที่ใช้บังคับจึงอาจต่างกัน บัญชีของคุณสังกัดนิติบุคคลใด ให้ยึดตามเอกสาร Client Agreement ที่คุณยอมรับไว้ (ดู Q42) ความคุ้มครองที่ใช้กับบัญชีของคุณจริง ให้ยึดตามที่ระบุในเอกสาร Client Agreement หน้า การคุ้มครองเงินทุน และหน้า เอกสารทางกฎหมาย


สิ่งที่คุณทำเองได้

  • เปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้น
  • ไม่แชร์รหัสผ่านบัญชีเทรดกับคนอื่น เวลาต้องให้คนอื่นดูบัญชีให้ใช้รหัสผ่านแบบดูอย่างเดียว
  • เก็บเอกสาร Client Agreement ไว้ให้ดี และทำความเข้าใจเงื่อนไขที่ใช้กับตัวเอง
  • สังเกตที่อยู่อีเมลของทางบริษัท เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าจะไม่ติดต่อมาขอรหัสผ่านจากคุณ

Q44:โปรแกรมโบรกเกอร์แนะนำ (IB) คืออะไร

IB (Introducing Broker หรือโบรกเกอร์แนะนำ) เป็นหนึ่งในโปรแกรมพันธมิตรของ Moneta Markets พันธมิตรจะแนะนำลูกค้ามายัง Moneta Markets และได้รับค่าคอมมิชชันตามกิจกรรมการเทรดของลูกค้าที่แนะนำมา


3 รูปแบบความร่วมมือ
Moneta Markets มีโปรแกรมพันธมิตรให้เลือก 3 แบบ ซึ่งเหมาะกับคนละกลุ่มและคิดค่าตอบแทนคนละวิธี:

โปรแกรมรายละเอียด
IB โบรกเกอร์แนะนำคิดค่าตอบแทนตามปริมาณการเทรดของลูกค้าที่แนะนำมา ลูกค้าเทรดต่อเนื่องก็เกิดค่าคอมมิชชันต่อเนื่อง
CPA พันธมิตรแบบต่อหัวคิดค่าตอบแทนตามจำนวนลูกค้าที่แนะนำสำเร็จ ลูกค้าหนึ่งรายได้สูงสุด 800 ดอลลาร์
Hybrid แบบผสมรวมสองรูปแบบข้างต้นเข้าด้วยกัน

โครงสร้างค่าคอมมิชชันจริง วิธีคำนวณ รอบการตัดจ่าย และเงื่อนไขการสมัครของแต่ละโปรแกรม ให้ยึดตามที่ระบุในหน้าพันธมิตรบนเว็บไซต์และข้อตกลงความร่วมมือที่คุณลงนาม


IB กับ CPA ต่างกันตรงไหน

  • IB มีรายได้จากการเทรดต่อเนื่องของลูกค้าที่แนะนำมา ลูกค้ายิ่งเทรดถี่และยิ่งใช้งานสม่ำเสมอ ค่าคอมมิชชันสะสมก็ยิ่งมาก เหมาะกับพันธมิตรที่ดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ในระยะยาว
  • CPA มีรายได้แบบครั้งเดียวจบ เมื่อลูกค้าทำครบเงื่อนไขที่กำหนดก็ตัดจ่ายเลย เหมาะกับพันธมิตรสายทราฟฟิกที่เน้นจำนวนการแปลงเป็นลูกค้า
  • Hybrid มีทั้งสองแบบ เหมาะกับพันธมิตรที่มีทั้งทราฟฟิกและดูแลความสัมพันธ์ได้

สมัครยังไง

ทางเข้าสำหรับสมัครของแต่ละโปรแกรมอยู่ในโซนพันธมิตรบนเว็บไซต์ เมื่อสมัครผ่านแล้วจะใช้ระบบหลังบ้านสำหรับพันธมิตรโดยเฉพาะได้ เพื่อดูลูกค้าที่แนะนำมา ข้อมูลการเทรด และรายละเอียดค่าคอมมิชชัน ผู้ที่เป็นพันธมิตรอยู่แล้วเข้าระบบหลังบ้านได้ผ่านทางเข้าสำหรับ IB หรือทางเข้าสำหรับพันธมิตรบนเว็บไซต์


มี FAQ เฉพาะของโปรแกรมนี้ไหม

มี โซนพันธมิตรบนเว็บไซต์มีหน้า "Partnership FAQ" ซึ่งครอบคลุมรายละเอียดของแต่ละรูปแบบความร่วมมือ ข้อนี้ให้เพียงภาพรวมเท่านั้น เนื้อหาฉบับละเอียดดูที่หน้าดังกล่าว


แนะนำลูกค้าต้องระวังอะไร

กิจกรรมการแนะนำลูกค้าต้องเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดในข้อตกลงความร่วมมือกับ Moneta Markets CFD เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ตอนแนะนำจึงต้องทำให้แน่ใจว่าผู้ที่จะเป็นลูกค้าเข้าใจความเสี่ยงอย่างเพียงพอ และห้ามกล่าวอ้างว่าจะได้กำไรแน่นอนหรือกล่าวข้อความที่ทำให้เข้าใจผิด

Q45:ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้ายังไง เวลาให้บริการและภาษาที่รองรับ

Moneta Markets มีช่องทางติดต่อหลายแบบ ทั้งแชทออนไลน์บนเว็บไซต์ อีเมล โทรศัพท์ และการสนับสนุนระยะไกลผ่าน TeamViewer เวลาให้บริการและภาษาที่ใช้ได้ของแต่ละช่องทาง ให้ยึดตามที่ระบุในหน้าติดต่อเราบนเว็บไซต์


4 ช่องทางติดต่อ

ช่องทางอยู่ตรงไหนและเหมาะกับกรณีไหน
แชทออนไลน์หน้าต่างสนทนาที่มุมขวาล่างของเว็บไซต์ เหมาะกับการสอบถามแบบทันที
อีเมลเหมาะกับปัญหาที่ต้องแนบเอกสารหรือภาพหน้าจอ
โทรศัพท์หมายเลขโทรศัพท์อยู่ในหน้าติดต่อเราบนเว็บไซต์
TeamViewer VIP Supportช่วยเหลือระยะไกลสำหรับปัญหาการติดตั้งและตั้งค่าแพลตฟอร์ม

ที่อยู่อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และช่วงเวลาให้บริการของแต่ละช่องทาง ดูได้ที่หน้าติดต่อเราบนเว็บไซต์ ซึ่งมีข้อมูลล่าสุด


เตรียมข้อมูลเหล่านี้ก่อนติดต่อ
การให้ข้อมูลครบตั้งแต่แรกทำให้ฝ่ายบริการลูกค้าเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องส่งข้อมูลกลับไปกลับมา:

ประเภทปัญหาให้แจ้ง
เปิดบัญชีและยืนยันตัวตนอีเมลที่ลงทะเบียน เวลาที่ยื่นใบสมัคร
ปัญหาการเข้าสู่ระบบหมายเลขบัญชีเทรด ชื่อเซิร์ฟเวอร์ ข้อความแสดงข้อผิดพลาดฉบับเต็มหรือภาพหน้าจอ
ฝากเงินแล้วเงินไม่เข้าจำนวนเงินที่ถูกหัก ชื่อผู้ชำระเงิน หลักฐานการชำระเงิน เวลาที่ทำรายการ หมายเลขบัญชีเทรด
ปัญหาการถอนเงินหมายเลขบัญชีเทรด เวลาที่ยื่นคำขอ จำนวนเงิน สถานะที่แสดงอยู่ตอนนี้
ข้อสงสัยเรื่องการเทรดหรือราคาที่จับคู่ได้หมายเลขบัญชีเทรด หมายเลขคำสั่ง เวลาที่จับคู่

ช่องทางไหนเร็วที่สุด

  • เรื่องด่วนหรือคำถามง่าย ๆ - แชทออนไลน์ คุยได้ทันที
  • ต้องแนบเอกสาร - อีเมล แนบหลักฐานและภาพหน้าจอได้สะดวก
  • ติดปัญหาการใช้งานแพลตฟอร์ม - TeamViewer ให้ฝ่ายบริการลูกค้าช่วยดำเนินการให้โดยตรง
  • เรื่องซับซ้อนหรือต้องติดตามผล - อีเมล เพราะเหลือบันทึกครบถ้วนไว้ตรวจสอบภายหลัง

บางเรื่องแก้เองได้เลย
กรณีต่อไปนี้ส่วนใหญ่จัดการเองได้ ไม่ต้องรอฝ่ายบริการลูกค้า:

  • ลืมรหัสผ่าน - รีเซ็ตเองได้ในระบบหลังบ้านลูกค้า (ดู Q36)
  • ไม่ได้รับรหัสยืนยัน - ตรวจโฟลเดอร์อีเมลขยะก่อน (ดู Q24)
  • ตรวจความคืบหน้าการเปิดบัญชี - ดูได้แบบเรียลไทม์ในระบบหลังบ้านลูกค้า (ดู Q21)
  • ตรวจความคืบหน้าการถอนเงิน - ดูได้ที่รายการถอนเงินในระบบหลังบ้านลูกค้า (ดู Q29)
  • สเปกสินค้าและเวลาซื้อขาย - ดูได้ในหน้าคุณสมบัติสินค้าบนแพลตฟอร์ม (ดู Q8 และ Q9)

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าจะไม่ติดต่อมาขอรหัสผ่านบัญชีเทรดหรือรหัสผ่านระบบหลังบ้านจากคุณ ถ้าได้รับการติดต่อจากผู้ที่อ้างว่าเป็นฝ่ายบริการลูกค้าแล้วขอรหัสผ่าน หรือชักชวนให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล อย่าให้ข้อมูล และให้ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการบนเว็บไซต์

Q46:ปิดบัญชียังไง

การปิดบัญชีต้องยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรถึงฝ่ายบริการลูกค้าจากอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ ก่อนยื่นต้องทำ 3 อย่างให้เสร็จก่อน คือปิดสถานะที่ถืออยู่ทั้งหมด หยุดการคัดลอกการซื้อขายทั้งหมด และถอนยอดเงินคงเหลือในบัญชีออกให้หมด


4 ขั้นตอนก่อนปิดบัญชี

  • ปิดสถานะที่ยังไม่ปิดทั้งหมด - ถ้าในบัญชียังมีสถานะถืออยู่ จะทำขั้นตอนปิดบัญชีให้เสร็จไม่ได้
  • หยุดการคัดลอกการซื้อขายทั้งหมด - ถ้าคุณกำลังติดตามผู้ให้สัญญาณคนใดอยู่ ให้หยุดคัดลอกก่อนและตรวจว่าสถานะจากการคัดลอกจัดการเรียบร้อยแล้ว (ดู Q34)
  • ถอนยอดคงเหลือออกให้หมด - ยื่นถอนตามขั้นตอนการถอนเงิน (ดู Q28) และให้ระวังวิธีคำนวณจำนวนที่ถอนได้กับวงเงินของแต่ละช่องทาง (ดู Q31)
  • ยื่นคำขอถึงฝ่ายบริการลูกค้าจากอีเมลที่ลงทะเบียน - ส่งคำขอปิดบัญชีจากอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ พร้อมระบุหมายเลขบัญชีเทรด คำขอที่ยื่นจากอีเมลอื่นอาจต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบตัวตนเพิ่ม

รูปแบบคำขอ เอกสาร และระยะเวลาดำเนินการจริง ให้ยึดตามที่ฝ่ายบริการลูกค้าแจ้ง (ดู Q45)


แค่พักไว้ไม่ปิดได้ไหม

ถ้าคุณแค่หยุดเทรดชั่วคราว ปกติไม่จำเป็นต้องปิดบัญชี การเก็บบัญชีไว้ไม่กระทบการกลับมาเข้าสู่ระบบใช้งานในอนาคต และยังเก็บประวัติการเทรดของคุณไว้ด้วย ถ้าสิ่งที่คุณกังวลคือเรื่องความปลอดภัย แนะนำให้เปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้นและเปลี่ยนรหัสผ่านแทน (ดู Q36 และ Q43) มากกว่าการปิดบัญชี


ปิดบัญชีแล้วข้อมูลจะเป็นยังไง

ตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการฟอกเงินและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลระบุตัวตนและประวัติการเทรดที่ยื่นไว้ตอนเปิดบัญชี ต้องเก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด จะไม่ถูกลบทันทีเมื่อปิดบัญชี วิธีการเก็บรักษาและประมวลผลข้อมูล ให้ยึดตามที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายป้องกันการฟอกเงินบนเว็บไซต์


ปิดแล้วเปิดบัญชีใหม่ได้ไหม

ถ้าในอนาคตต้องการกลับมาใช้บริการ ต้องยื่นขอเปิดบัญชีใหม่และผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนอีกครั้ง (ดู Q21 และ Q22)


ถ้ายังมีข้อพิพาทค้างอยู่

ถ้าเหตุผลที่คุณจะปิดบัญชีเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องการเทรด การถอนเงิน หรือค่าธรรมเนียม แนะนำให้ดำเนินการเรื่องข้อพิพาทให้เสร็จก่อนแล้วค่อยปิด เพราะหลังปิดบัญชีแล้ว การตรวจสอบและดำเนินการที่เกี่ยวข้องอาจซับซ้อนขึ้น ช่องทางระงับข้อพิพาทต่างกันไปตามนิติบุคคลที่บัญชีของคุณสังกัด (ดู Q42)

เริ่มเทรดง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน

1
ลงทะเบียน

เปิดบัญชีจริงและเริ่ม เทรดได้ภายใน ไม่กี่นาที

2
เติมเงิน

เติมเงินในบัญชีของคุณ ด้วยวิธีการฝาก ที่หลากหลาย

3
เทรด

เข้าถึงสินทรัพย์กว่า 1,000 รายการในทุกคลาสของสินทรัพย์

open chat
close
สวัสดี! มีอะไรให้ช่วยไหม?
line
line

สแกน QR Code เพื่อเพิ่ม @monetamarkets และติดต่อเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าส่วนตัวของคุณผ่าน LINE ได้ทันที

line
MessengerSite
MessengerSite

สแกน QR Code เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน Messenger

MessengerSite
chat
chat
chat