Moneta Markets

Please note that Moneta Markets operates this website and its services are not directed at residents of your jurisdiction.

The information on this site is not intended for distribution to, or use by, any person in any country or jurisdiction where such distribution or use would be contrary to local law or regulation.

If you have arrived here in error, we kindly advise you to exit the site.

Continue to Site
Moneta Markets

Position Sizing คืออะไร มือใหม่ควรเสี่ยงกี่ % ต่อไม้เพื่อพอร์ตยั่งยืน

เผยแพร่เมื่อ 30/12/2025 โดย

มือใหม่ การจัดการความเสี่ยง

นักเทรดจำนวนมากทุ่มเวลาไปกับการหา “จุดเข้า” ที่แม่นยำ พยายามปรับอินดิเคเตอร์ให้สวยที่สุด หรือฝันถึงการเข้าที่จุดต่ำสุดของกราฟ แต่สุดท้ายพอร์ตกลับไม่โตอย่างที่คิด ปัญหาไม่ใช่เพราะระบบไม่ดีพอ แต่อยู่ที่ลงเงินผิดขนาด ความผิดพลาดเล็ก ๆ แค่ไม่กี่ไม้สามารถลบกำไรทั้งเดือนหรือทั้งปีได้ และสิ่งที่เป็นตัวแบ่งชัดเจนระหว่างคนที่เทรดได้ยาวกับคนที่หายไปจากตลาด ก็คือการจัดการขนาดไม้ หรือที่เรียกว่า Position Sizing

หากปราศจากการวางแผนขนาดสัญญาหรือจำนวนหุ้นที่เหมาะสม ต่อให้คุณมีกลยุทธ์ที่มีอัตราการชนะ (Win Rate) สูงถึง 80% คุณก็ยังสามารถพอร์ตแตกได้เพียงเพราะการเทรดที่ผิดพลาดเพียงไม่กี่ครั้ง การบริหารเงินทุน (Money Management) จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์ไทยอยู่รอดได้ในทุกสภาวะตลาด

Position Sizing คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกว่าจุดเข้าซื้อ

Position Sizing คือ กระบวนการกำหนดจำนวนหน่วย (Units) หรือจำนวนหุ้นที่คุณควรซื้อในแต่ละการเทรด เพื่อให้สอดคล้องกับขนาดเงินทุนและความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ เป้าหมายหลักไม่ใช่การกำไรให้ได้มากที่สุดในครั้งเดียว แต่คือการรักษาเงินต้น (Capital Protection) เพื่อให้เราสามารถยืนระยะอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว

ลองจินตนาการว่าคุณมีระบบเทรดที่ดีมาก แต่คุณใช้วิธีเทรดแบบ All-in หรือลงเงินเต็มพอร์ตในทุกไม้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ตลาดเกิดความผันผวนรุนแรงผิดปกติ หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเพียงครั้งเดียว เงินทุนที่คุณสะสมมาทั้งปีอาจมลายหายไปทันที Position Sizing จึงเป็นเสมือนเข็มขัดนิรภัยที่ช่วยให้พอร์ตของคุณไม่พังทลายลงเมื่อเจอช่วงเวลาที่ตลาดไม่เป็นใจ

ปัญหายอดฮิตของนักเทรดไทย: เมื่อความโลภพาไปจนพอร์ตแตก

วัฒนธรรมการเทรดในประเทศไทยมักถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและอารมณ์ โดยเฉพาะอาการ กลัวตกรถ (FOMO) และการพยายาม ถัวเฉลี่ย (Averaging Down) ในฝั่งที่ขาดทุน ซึ่งมักจะนำไปสู่ปัญหาการ ติดดอย เป็นระยะเวลานาน

นักเทรดมือใหม่หลายคนมักเทรดด้วยความโลภโดยใช้ Leverage ที่สูงเกินตัวใน Forex หรือซื้อหุ้นเต็มวงเงินโดยไม่เผื่อทางหนีทีไล่ เมื่อราคาหุ้นเริ่มหลุดแนวรับ แทนที่จะตัดขาดทุน (Stop Loss) กลับเลือกที่จะถือสู้เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวราคาก็กลับมา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่านักเทรดขาดการทำ Position Sizing ตั้งแต่ต้น เพราะหากเรามีการคำนวณขนาดไม้ที่ถูกต้อง ความกดดันทางอารมณ์จะลดลงอย่างมาก เนื่องจากเราทราบอยู่แล้วว่าในไม้ที่แย่ที่สุด เราจะเสียเงินเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตเท่านั้น

3 องค์ประกอบหลักในการคำนวณ Position Sizing

ก่อนที่คุณจะเริ่มคำนวณว่าควรซื้อกี่หุ้น หรือกี่ Lot คุณจำเป็นต้องทราบค่าตัวแปร 3 อย่างนี้ก่อนเสมอ:

  1. Account Equity: เงินทุนทั้งหมดในพอร์ตที่คุณมีอยู่จริง ณ ปัจจุบัน (เช่น 100,000 บาท)
  2. Risk per Trade: เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่คุณยอมเสียได้หากการเทรดครั้งนั้นผิดทาง โดยมาตรฐานมืออาชีพมักจะใช้ที่ 1-2% ของพอร์ต
  3. Stop Loss Distance: ระยะห่างระหว่างราคาที่เข้าซื้อ (Entry Price) กับจุดที่ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ (Stop Loss Price)

ตารางเปรียบเทียบระดับความเสี่ยงต่อพอร์ต

เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง (Risk per Trade)จำนวนครั้งที่แพ้ติดต่อกันก่อนเงินหายครึ่งพอร์ตระดับความเครียดในการเทรด
1%69 ครั้งต่ำ – เน้นความยั่งยืน
2%35 ครั้งปานกลาง – มาตรฐานมืออาชีพ
5%14 ครั้งสูง – เสี่ยงต่อการพอร์ตระเบิด
10%7 ครั้งอันตรายมาก – ใกล้เคียงการพนัน

วิธีคำนวณ Position Sizing สำหรับหุ้นและ Forex

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราจะใช้สูตรภาษาไทยที่เข้าใจง่าย ดังนี้:

จำนวนที่ต้องซื้อ = (เงินทุนรวม x % ความเสี่ยงที่ยอมรับได้) / ระยะตัดขาดทุนต่อหน่วย

ตัวอย่างการคำนวณสำหรับหุ้นไทย (SET)

สมมติคุณมีเงินทุน 100,000 บาท และกำหนดความเสี่ยงที่ 2% (หมายความว่ายอมเสียเงินได้สูงสุด 2,000 บาทในไม้นี้)

  • ราคาซื้อหุ้น A: 10.00 บาท
  • จุด Stop Loss: 9.50 บาท (ระยะตัดขาดทุนคือ 0.50 บาทต่อหุ้น)
  • คำนวณ: 2,000 / 0.50 = 4,000 หุ้น

สรุป: คุณต้องซื้อหุ้น A จำนวน 4,000 หุ้น (ใช้เงินจริง 40,000 บาท) หากราคาตกลงไปที่ 9.50 บาท คุณจะขาดทุน 2,000 บาท ซึ่งเท่ากับ 2% ของพอร์ตพอดี

ตัวอย่างการคำนวณสำหรับตลาด Forex

ในตลาด Forex เรามักคำนวณเป็นจำนวน Lot โดยต้องคำนึงถึงค่า Pip Value

  • เงินทุน: 10,000 USD เสี่ยง 1% (เท่ากับ 100 USD)
  • ระยะ Stop Loss: 200 Pips
  • คำนวณ: 100 / (200 x Pip Value)
  • หาก 1 Standard Lot มี Pip Value คือ 10 USD: 100 / (200 x 10) = 0.05 Lots

เทคนิคขั้นสูง: การใช้ ATR (Average True Range) ช่วยกำหนดขนาดไม้

บางครั้งการตั้ง Stop Loss แบบตายตัวอาจทำให้คุณโดน “สะบัดหลุด” (Whipsaw) ได้ง่าย นักเทรดมือโปรจึงนิยมใช้ค่า ATR เข้ามาช่วย ซึ่ง ATR คือเครื่องมือวัดความผันผวนของราคาสินค้าในช่วงเวลาหนึ่ง

หากช่วงนั้นตลาดมีความผันผวนสูง (ค่า ATR สูง) ระยะ Stop Loss ของคุณควรจะกว้างขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาเหวี่ยงมาโดนจุดตัดขาดทุน และเมื่อระยะ Stop Loss กว้างขึ้น ตามสูตรคำนวณแล้ว ขนาดไม้ (Position Size) ของคุณจะต้อง เล็กลง โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ยอดเงินที่เสี่ยงยังคงเท่าเดิม วิธีนี้จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากสภาวะตลาดที่ “สะบัด” แรงๆ ได้

การเทรดคือเกมแห่งสถิติไม่ใช่การวัดดวง

การทำ Position Sizing ไม่ใช่เรื่องของการจำกัดกำไร แต่มันคือการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อให้คุณมีโอกาสเทรดในวันถัดไป การเทรดแบบมืออาชีพคือการเน้นความยั่งยืน ไม่ใช่การรวยเร็วเพียงข้ามคืนแต่ต้องมาเสี่ยงกับการหมดตัว การฝึกคำนวณขนาดไม้ก่อนส่งคำสั่งซื้อขายทุกครั้ง จะช่วยเปลี่ยนนิสัยการเทรดของคุณจากการพนัน ให้กลายเป็นธุรกิจที่มีการวางแผนอย่างรัดกุม

ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือวิชาชีพใด ๆ ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ปรากฏไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนจาก Moneta Markets หรือผู้เขียน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจลงทุน

คำถามเกี่ยวกับการวาง Position Sizing

  • เงินทุนน้อย (Small Port) จำเป็นต้องทำ Position Sizing ไหม?

    จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะพอร์ตขนาดเล็กมีโอกาสเสียหายจนกู้คืนได้ยากกว่าพอร์ตใหญ่ หากคุณไม่ฝึกวินัยตั้งแต่เงินน้อย เมื่อพอร์ตโตขึ้นคุณจะรับมือกับตัวเลขความเสี่ยงที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้

  • ถ้าไม่วาง Stop Loss จะคำนวณ Position Sizing ได้อย่างไร?

    ไม่สามารถคำนวณได้อย่างถูกต้อง เพราะคุณจะไม่รู้ว่าความเสี่ยงสูงสุดของไม้นั้นคือเท่าไหร่ การเทรดโดยไม่มี Stop Loss คือการเปิดรับความเสี่ยงที่ไม่จำกัด ซึ่งมักจบลงด้วยการพอร์ตแตก

  • การทำ Position Sizing จะทำให้พอร์ตโตช้าลงจริงหรือเปล่า?

    ในระยะสั้นอาจดูเหมือนช้ากว่าการ All-in แต่ในระยะยาวพอร์ตจะโตอย่างมั่นคงและลดการขาดทุนหนัก (Drawdown) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของพลังดอกเบี้ยทบต้น

  • ในตลาด Forex ควรเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตต่อหนึ่งไม้?

    แนะนำที่ 1% ถึง 2% ของพอร์ต สำหรับมือใหม่ควรเริ่มที่ 1% เพื่อลดความกดดันทางอารมณ์และเน้นการเรียนรู้

  • Position Sizing สำหรับ Day Trade กับ Swing Trade ต่างกันอย่างไร?

    หลักการเดียวกัน แต่ Day Trade มักจะมีระยะ Stop Loss ที่แคบกว่า ทำให้ได้จำนวนหน่วยที่เยอะกว่าในเชิงปริมาณ แต่ยอดเงินรวมที่เสี่ยง (Risk Amount) ต้องเท่าเดิมเสมอ

  • เราควรเปลี่ยน Risk per Trade เมื่อไหร่ (เช่น จาก 1% เป็น 2%)?

    ควรเปลี่ยนเมื่อคุณมีสถิติการเทรดที่ยืนยันว่าระบบของคุณมีประสิทธิภาพ (Win Rate และ RR ดี) และคุณสามารถควบคุมอารมณ์เมื่อเผชิญกับตัวเลขขาดทุนที่สูงขึ้นได้แล้วเท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น

CFD ย่อมาจากอะไร เข้าใจการเทรด CFD ใน 3 นาที สำหรับมือใหม่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า CFD โผล่บ่อยมากในวงการเทรดบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงที่ราคาทองแกว่งแรง น้ำมันดีด หรือหุ้นเทคสหรัฐฯ ขึ้นลงจนหลายคนอยากลองเก็งกำไร แต่เชื่อว่าหลายคนยังสงสัยว่าแท้จริงแล้ว CFD ย่อมาจากอะไร และมันทำงานยังไงกันแน่ เคยสังเกตไหมว่าทำไมบางคนบอกว่าสามารถทำกำไรได้แม้ในวันที่ตลาดหุ้นตก ลองมานั่งคุยกันแบบสบายๆ แต่ครบทุกประเด็นที่มือใหม่ต้องรู้ CFD ย่อมาจากอะไร CFD คือ Contract for Difference หรือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง หัวใจสำคัญของมันคือการทำสัญญาระหว่างเทรดเดอร์กับโบรกเกอร์ โดยกำไรหรือขาดทุนจะคำนวณจากผลต่างของราคา “ตอนเปิด” กับ “ตอนปิด” สัญญาเท่านั้น ไม่มีการถือครองสินทรัพย์จริง พูดง่ายๆ คือมันไม่ใช่การมีหุ้น ทองคำ หรือน้ำมันจริงๆ เช่น ถ้าคุณซื้อ CFD ของหุ้น Apple คุณไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าประชุมผู้ถือหุ้น แต่คุณกำลังเก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคาหุ้น Apple เท่านั้น กลไกการทำงานของ CFD CFD ใช้ราคาจากสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น ดัชนี ฟอเร็กซ์ น้ำมัน ทองคำ […]

คู่มือเริ่มต้น

Passive Income คืออะไร พร้อม 12 ไอเดียสร้างรายได้แบบเงินไหลเข้าอัตโนมัติ

Passive Income คือกุญแจสำคัญสู่การมีอิสรภาพทางการเงิน (Financial Freedom) สำหรับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มนุษย์เงินเดือน ที่ต้องการให้เงินทำงานแทนตัวเอง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจที่ว่า รายได้แบบ Passive นั้น “ไม่ต้องทำอะไรเลย” เป็นความจริงเพียงส่วนเดียวเท่านั้นบทความฉบับสมบูรณ์นี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของ Passive Income คืออะไรอย่างแท้จริง, ความแตกต่างจากรายได้ทั่วไป, ช่องทางการสร้างที่หลากหลาย, พร้อมตารางวิเคราะห์ความเสี่ยง และข้อควรทราบด้านภาษีในบริบทของประเทศไทย เพื่อให้คุณสามารถเริ่มต้นสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงได้อย่างถูกวิธีและเป็นจริง Passive Income คืออะไร Passive Income คือ รายได้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) โดยที่เจ้าของรายได้ ใช้ความพยายามหรือเวลาในการบริหารจัดการเพียงนิดน้อยหรือไม่ต้องใช้เลย หลังจากการลงทุนเริ่มต้น (Initial Investment of Time and/or Capital) ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว หลักการที่คุณต้องเข้าใจก่อนเริ่มมีอยู่ 3 ข้อ ลองนึกถึงการสร้างเขื่อน ตอนที่กำลังก่อสร้าง คุณเหนื่อยมาก แต่เมื่อเสร็จแล้ว สามารถผลิตไฟฟ้าทุกวันโดยที่คุณแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม นี่คือภาพของรายได้แบบ Passive อย่างชัดเจนที่สุด Active […]

คู่มือเริ่มต้น

เทรด Forex มือใหม่: 8 ขั้นตอน เริ่มต้นการซื้อขายในตลาด Forex

สำหรับมือใหม่ การเทรด Forex คือโอกาสสร้างผลตอบแทนแบบไร้เพดาน แต่ว่ามีความเสี่ยงขาดทุนสูงหากขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อเป็นแผนที่นำทางแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่พื้นฐาน Forex จนถึงการบริหารความเสี่ยงตามหลัก 1% Rule เพื่อให้นักเทรดมือใหม่เริ่มต้นซื้อขายได้อย่างปลอดภัยที่สุด และบทความนี้ยังเน้นความสำคัญของการเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยของเงินทุนของผู้เทรดในระยะยาวด้วย Forex 101: คำศัพท์พื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรด ก่อนจะเริ่มต้นการเทรด Forex อย่างจริงจัง นักเทรดหน้าใหม่ควรทำความเข้าใจคำศัพท์พื้นฐานเหล่านี้ ปิ๊ป (Pip)Pip ย่อมาจาก Point in Percentage เป็นหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุดของคู่สกุลเงิน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงจาก 1.2000 เป็น 1.2001 คือ 1 Pip) สเปรด (Spread)Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาขาย) และ Ask (ราคาซื้อ) เป็นค่าใช้จ่ายหลักในการทำธุรกรรม ยิ่งสเปรดแคบยิ่งดีสำหรับนักเทรด ตัวอย่างประกอบ ถ้าเห็นราคาบนหน้าจอเป็นแบบนี้: ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้คือ สเปรด = […]

คู่มือเริ่มต้น

เจาะลึกอาชีพเทรดเดอร์ Forex และวิธีเริ่มต้นเส้นทางสู่การเทรดเลี้ยงชีพได้จริง

การเป็นเทรดเดอร์ Forex คืออาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการทำงานและโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูง แต่เส้นทางนี้มันไม่ง่ายน่ะสิ เคยสงสัยหรือเปล่าว่าเหตุใดจึงมีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ต้องล้มเลิกกลางทาง เหตุผลสำคัญคือ “การเตรียมตัว” และ “ความเข้าใจตลาดจริง” นั่นเอง บทความนี้จะพาคุณเดินผ่านทุกขั้นตอน ที่ช่วยให้คุณเข้าใกล้การเป็นเทรดเดอร์ Forex มืออาชีพมากขึ้น เทรดเดอร์ Forex ทำอะไรบ้าง เวลาได้ยินคำว่าเทรดเดอร์ Forex หลายคนอาจนึกถึงภาพคนจ้องจอกราฟตลอดวัน แต่ความเป็นจริง เทรดเดอร์ คือผู้เข้าร่วมการซื้อขายคู่สกุลเงินในตลาดฟอเร็กซ์ เช่น EUR/USD โดยหวังทำกำไรจากความผันผวนของราคา ฟังดูง่าย แต่บนสนามจริง ทุกการเคลื่อนของราคาเหมือนกระตุกอารมณ์ และเทรดเดอร์ต้องอาศัยการวิเคราะห์ตลาดเพื่อคาดการณ์ทิศทางของราคาในอนาคต ผู้เล่นหลักในตลาด Forex ในตลาดนี้มีด้วยผู้เล่นหลากหลายแบบ แต่ละแบบมีบทบาทต่างกัน: • Retail Trader (เทรดเดอร์รายย่อย) คือผู้ลงทุนรายย่อยตามชื่อเลย ใช้แพลตฟอร์มโบรกเกอร์ออนไลน์ ปริมาณเทรดต่ำ แต่มีจำนวนผู้เล่นมากที่สุด และเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของบทความนี้ • Institutional Trader (เทรดเดอร์สถาบัน) กลุ่มนี้คือผู้เล่นรายใหญ่ เช่น ธนาคาร กองทุน หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่มีทั้งข้อมูลและสภาพคล่องเหนือกว่า […]

คู่มือเริ่มต้น

การออมทองคืออะไร คู่มือเริ่มต้นออมทองสำหรับมือใหม่ เริ่มต้นได้ด้วยเงินหลักร้อย

การลงทุนในทองคำยังคงเป็นทางเลือกยอดนิยม โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจผันผวนและเงินเฟ้อสูง แต่การซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณมักต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ทำให้หลายคนที่มีทุนจำกัดเข้าถึงได้ยาก ดังนั้นการออมทองคือเครื่องมือที่ช่วยมือใหม่ และคนที่มีงบไม่มาก ให้สามารถทยอยสะสมทองคำอย่างเป็นระบบด้วยเงินหลักร้อย พร้อมสร้างวินัยทางการเงิน และเป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อในระยะยาว บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่ช่วยให้คุณเข้าใจการออมทองทุกมิติ ตั้งแต่วิธีการทำงาน ข้อดีข้อเสีย ไปจนถึงวิธีเริ่มต้นอย่างถูกต้อง การออมทองคืออะไร มีวิธีการอย่างไรบ้าง การออมทอง (Gold Saving Plan) คือการทยอยซื้อทองคำทีละหน่อย แบบต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 100 – 1,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำเป็นต้องถือทองจริงทันที แต่สะสมเป็น “น้ำหนักทองคำ” ตามราคาตลาดในช่วงเวลาที่ซื้อ DCA คือหัวใจหลักของการออมทองคำ กลไกหลักของการออมทองคือ DCA (Dollar Cost Averaging) หรือการลงทุนจำนวนเท่าเดิมเป็นประจำทุกวันหรือเดือน ไม่สนว่าราคาทองจะขึ้นหรือลง ด้านล่างคือประโยชน์ของวิธี DCA พูดง่าย ๆ คือคล้ายการ “ผ่อนทองแบบไร้ดอกเบี้ย” แต่ว่าใช้ราคาตลาดจริง และเมื่อสะสมครบตามน้ำหนักขั้นต่ำแล้วจึงเลือกได้ว่าจะ รับทองคำจริง หรือ ขายทำกำไร มาต่อกันที่ข้อดีข้อเสียของการออมทอง แม้การออมทองจะเข้าถึงง่าย แต่มีข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม ข้อดี ข้อเสีย […]

วิธีการวิเคราะห์

GNP คืออะไร ต่างจาก GDP อย่างไร สรุปผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติแบบเข้าใจง่าย

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ GNP (Gross National Product) คือตัวเลขเศรษฐกิจที่มักถูกหยิบมาใช้เวลาเราต้องการดูรายได้รวมของคนในชาติแบบจริงจัง ซึ่งเป็นผลรวมรายได้ของคนไทยจากทั่วทุกมุมโลกหากคุณเคยสงสัยว่า “จริง ๆ แล้วคนไทยสร้างรายได้จากไหนมากกว่ากัน” ตัวเลขนี้จะช่วยตอบได้ชัดเจนวันนี้เราจะมาเจาะลึกตั้งแต่ความหมาย วิธีคำนวณ ส่วนประกอบสำคัญ ความต่างระหว่าง GNP กับ GDP จนถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแบบเข้าใจง่าย เสมือนมีนักวิเคราะห์มาเล่าให้ฟังแบบสบาย ๆ แถมข้อมูลครบครัน GNP คืออะไร ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross National Product: GNP) คือมูลค่ารวมของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่สร้างโดย พลเมือง และ ธุรกิจของประเทศนั้น ๆ ไม่ว่าจะผลิตในชาติหรือต่างชาติ ตราบใดที่เป็น “คนในชาติ” ก็ถูกนับเข้ามารวมในตัวเลขนี้ แนวคิดสำคัญของ GNP มีอยู่ 2-3 ข้อ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจแก่นของมันได้ทันที: เข้าใจสูตรคำนวณ GNP การจะตีความ GNP ให้ทะลุปรุโปร่ง เราต้องรู้ว่ามันคำนวณจากอะไรบ้าง โดยแกนหลักของมันคือการนำ GDP มาปรับผลต่างรายได้สุทธิจากต่างชาติหรือ NFIA สำหรับ […]

open chat
close
สวัสดี! มีอะไรให้ช่วยไหม?
line
line

สแกน QR Code เพื่อเพิ่ม @monetamarkets และติดต่อเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าส่วนตัวของคุณผ่าน LINE ได้ทันที

line
MessengerSite
MessengerSite

สแกน QR Code เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน Messenger

MessengerSite
chat
chat
chat