นี่คือสรุปสำคัญจากแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union – SOTU) ของประธานาธิบดีทรัมป์ โดย Moneta Markets ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ครับ รอบนี้ทรัมป์มาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยมในการประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ และย้ำจุดยืนเรื่องกำแพงภาษี ที่จะกลายเป็นรายได้หลักของประเทศในอนาคตครับ
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- ทรัมป์ใช้เวที SOTU สร้างความเชื่อมั่นเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ
- กำแพงภาษีถูกชูเป็นนโยบายหลักทั้งในมิติการค้า การคลัง และการหาเสียง
- ตลาดต้องระวังความผันผวนจาก “นิติสงคราม” ระหว่างทำเนียบขาวและศาลสูงสุดสหรัฐฯ
- นโยบายเน้นการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานและการผลิต (Self-reliance)
การเล่าเรื่องเศรษฐกิจฟื้นตัว
ในการแถลงครั้งแรกของวาระที่สองนี้ ทรัมป์เน็ตย้ำว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญและกำลังกลับมามีพละกำลังอีกครั้ง โดยใช้บรรยากาศนี้เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง:
- เงินเฟ้อที่สยบลง: รัฐบาลอ้างผลงานการกดเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ในช่วงปลายปี 2025 ให้ลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
- ยุคพลังงานราคาถูก: ชูจุดเด่นเรื่องราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ลดลงจากการเร่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติภายในประเทศ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระประชาชนแล้ว ยังเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย
โครงสร้างการจ้างงานที่เปลี่ยนไป
ทรัมป์เน้นย้ำว่าการเติบโตของการจ้างงานในรอบปีที่ผ่านมามาจาก ภาคเอกชน เป็นหลัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมก่อสร้างและภาคการผลิตจริง (Real Sector) และยังตีความว่าการที่ตัวเลขผู้รับสวัสดิการอาหารลดลง คือข้อพิสูจน์ว่าคนอเมริกันกลับเข้าสู่ระบบแรงงานมากขึ้นจากการลดระเบียบข้อบังคับและมาตรการภาษีของเขา
กำแพงภาษีจากอาวุธการค้าสู่แหล่งรายได้รัฐ
ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดใน SOTU ครั้งนี้คือการที่ทรัมป์ยกระดับ กำแพงภาษี (Tariffs) ให้กลายเป็นเครื่องมืออเนกประสงค์:
- รายได้เสริมของคลัง: เขาเชื่อว่าภาษีนำเข้าไม่เพียงแต่ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ยังเป็นรายได้หลักที่สามารถนำมาทดแทนภาษีเงินได้บางส่วนในระยะยาว
- มาตรการตอบโต้ (Reciprocal Tariff): มีแผนจะเดินหน้ากลไกภาษีที่ “เท่าเทียม” ใครเก็บเราเท่าไหร่ เราเก็บกลับเท่านั้น เพื่อกดดันให้โรงงานกลับมาตั้งในสหรัฐฯ
- การสู้กลับทางกฎหมาย: แม้ศาลสูงสุดจะเริ่มมีการจำกัดอำนาจบริหาร แต่ทรัมป์ประกาศชัดเจนว่าจะใช้ช่องทางกฎหมายอื่นๆ เพื่อให้มาตรการภาษียังคงดำเนินต่อไปได้
แรงเสียดทานและความเสี่ยงที่รออยู่
แม้ภาพที่ทรัมป์นำเสนอจะดูสดใส แต่ในความเป็นจริงยังมีขวากหนามที่ตลาดกังวล:
- ความไม่แน่นอนด้านกฎหมาย: การชนกันระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการเรื่องอำนาจการเก็บภาษีอาจสร้างความผันผวนให้ตลาดทุน
- ความแตกแยกทางสังคม: ผลสำรวจความพึงพอใจต่อเศรษฐกิจยังคงก้ำกึ่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการผลักดันกฎหมายในสภา
- ปัญหาการคลัง: แม้จะมีรายได้จากภาษีนำเข้า แต่ปัญหาเรื่องงบประมาณและเพดานหนี้ยังคงเป็นระเบิดเวลาที่ต้องจับตา
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

