สรุปเนื้อหาสำคัญ
- ทางตันงบประมาณ: ความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวและวุฒิสภายืดเยื้อ ส่งผลให้กระทรวงความมั่นคงฯ (DHS) ต้อง Shutdown บางส่วนนานเกือบ 40 วัน
- ทรัมป์ยืนกราน “ไม่แยกส่วน”: ปฏิเสธข้อเสนอประนีประนอมของรีพับลิกันที่ให้คืนงบหน่วยงานเร่งด่วนก่อน โดยต้องการให้อนุมัติงบทั้งหมดพร้อมกับกฎหมายเลือกตั้งใหม่ในคราวเดียว
- สนามบินปั่นป่วน: พนักงาน TSA ขาดแคลนเนื่องจากไม่ได้รับค่าจ้าง ส่งผลให้คิวตรวจความปลอดภัยในสนามบินยาวหลายชั่วโมง และประสิทธิภาพการเดินทางลดลงอย่างมาก
- รัฐมนตรีใหม่สายแข็ง: มาร์คเวย์น มัลลิน ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี DHS คนใหม่ ท่ามกลางความคาดหวังเรื่องการจัดการพรมแดน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ยังหาทางออกไม่ได้
รายงานข่าวเด่นประจำวันที่ 25 มีนาคม 2569 จาก Moneta Markets ครับ ความขัดแย้งด้านงบประมาณความมั่นคงสหรัฐฯ ฉุดระบบรักษาความปลอดภัยสนามบินปั่นป่วน ท่ามกลางเกมการเมืองที่ยืดเยื้อ
รอยร้าวระหว่างทำเนียบขาวและวุฒิสภาทวีความรุนแรง
ปัญหาการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) กำลังกลายเป็นทางตันทางการเมืองครั้งใหม่ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอประนีประนอมจากวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ส่งผลให้การอนุมัติงบประมาณต้องล่าช้าออกไป และทำให้หน่วยงานบางส่วนในสังกัดกระทรวงฯ ต้องหยุดชะงัก (Shutdown) ยาวนานเกือบ 40 วันแล้ว เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหน่วยงานรัฐบาลกลางเท่านั้น แต่ยังทำให้ความขัดแย้งระหว่างสองพรรคในสภาคองเกรสปรากฏชัดต่อสายตาธารณชนอีกครั้ง
จอห์น ทูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา พยายามหาทางออกสายกลางโดยเสนอให้คืนงบประมาณแก่บางหน่วยงานก่อน แล้วค่อยแยกเจรจาเรื่องงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในภายหลัง อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ไม่ได้รับการตอบรับจากทำเนียบขาว โดยทรัมป์ยืนกรานว่าต้องอนุมัติงบประมาณแบบยกชุด (All-in-one) เท่านั้น ห้ามแยกส่วนพิจารณา ส่งผลให้พื้นที่ในการเจรจาแคบลงและการพูดคุยในสภาคองเกรสซับซ้อนขึ้นทันที
เหตุผลที่ข้อเสนอประนีประนอมถูกปัดตก
แผนเดิมของรีพับลิกันคือการจัดการส่วนที่เร่งด่วนและตกลงกันได้ง่ายก่อน เพื่อลดผลกระทบจากการ Shutdown โดยตั้งใจจะให้หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจคนเข้าเมืองกลับมาทำงานตามปกติ เช่น หน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA) ที่ดูแลการเช็คอินสนามบิน และหน่วยงานจัดการภาวะฉุกเฉิน (FEMA) ที่สำคัญต่อการรับมือภัยพิบัติ ส่วนงบประมาณสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ที่เป็นประเด็นขัดแย้งที่สุดจะถูกแยกไปพิจารณาต่างหากเพื่อเลี่ยงแรงต้านจากเดโมแครต
แต่ทรัมป์ปฏิเสธแนวทางทีละขั้นตอนดังกล่าว และเรียกร้องให้ผูกงบประมาณทั้งหมดเข้ากับร่างกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติผู้เลือกตั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคเดโมแครตคัดค้านอย่างรุนแรง การมัดรวมสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันจึงเท่ากับการเพิ่มความยากในการเจรจาให้สูงขึ้น จนวุฒิสภาประเมินว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผ่านกฎหมายในสภาวะการเมืองปัจจุบัน
ผลกระทบลูกโซ่ต่อระบบการบิน
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดเกิดขึ้นที่สนามบินทั่วสหรัฐฯ พนักงาน TSA จำนวนมากไม่ได้ค่าจ้างมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เริ่มมีการลางานหรือลดชั่วโมงทำงานลง จนทำให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้าไม่เพียงพอ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สนามบินหลักหลายแห่งเกิดแถวคิวยาวเหยียด ผู้โดยสารบางรายต้องรอคิวนานหลายชั่วโมงกว่าจะผ่านขั้นตอนการตรวจความปลอดภัย
แม้รัฐบาลจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการดึงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมาช่วยงานในสนามบิน แต่นั่นก็เป็นเพียงการปะผุชั่วคราว ปัญหาที่แท้จริงคือขวัญกำลังใจของพนักงานและความมั่นคงด้านงบประมาณในระยะยาว หากสภาคองเกรสยังตกลงกันไม่ได้ภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีพนักงานลางานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะยิ่งฉุดประสิทธิภาพของสนามบินให้แย่ลงไปอีก
รัฐมนตรีใหม่ท่ามกลางพายุการเมือง
ท่ามกลางวิกฤตนี้ วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้รับรองให้ มาร์คเวย์น มัลลิน (Markwayne Mullin) วุฒิสมาชิกจากโอคลาโฮมา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิคนใหม่เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ด้วยคะแนนเสียง 54 ต่อ 45 โดยเขาจะเข้ามาแทนที่ คริสตี โนม ที่พ้นจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ มัลลินอดีตนักสู้มืออาชีพ เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรครีพับลิกันที่มีจุดยืนสายแข็ง
หลายฝ่ายมองว่าการแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงนโยบายที่เน้นความเข้มงวดบริเวณพรมแดนของรัฐบาลทรัมป์ อย่างไรก็ตาม หากวิกฤตงบประมาณยังไม่คลี่คลาย รัฐมนตรีใหม่ก็อาจจะมีพื้นที่ในการบริหารจัดการที่จำกัดมาก ช่วงไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญ หากทั้งสองฝ่ายยังยืนกรานในจุดเดิม ความวุ่นวายในสนามบินอาจขยายวงกว้าง และความเสี่ยงทางการเมืองรวมถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจจะพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

