สรุปเนื้อหาสำคัญ
- ความตึงเครียดลดลง: สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงลดความขัดแย้งชั่วคราว 2 สัปดาห์ และเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ความกังวลเรื่องการขนส่งน้ำมันผ่อนคลายลง
- แรงขายทองคำ: เมื่อความเสี่ยงลดลง นักลงทุนจึงโยกเงินจากทองคำ (สินทรัพย์ปลอดภัย) กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
- ความไม่แน่นอนยังคงมี: แม้จะดีขึ้นแต่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่สงบเบ็ดเสร็จ ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงถือทองคำไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยง
- ปัจจัยเงินเฟ้อและดอกเบี้ย: ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดกลับมาคาดการณ์เรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
- มุมมองทางเทคนิค: ทองคำอยู่ในช่วง “พักฐาน” ในระดับสูง (High-level Consolidation) พลังในการปรับตัวขึ้นเริ่มแผ่วลง
- กรอบราคาที่ต้องติดตาม: แนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,552 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,865 ดอลลาร์ โดยมีระดับ 4,800 ดอลลาร์ เป็นจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาในระยะสั้น
อัพเดตบทวิเคราะห์ตลาด วันที่ 10 เมษายน 2569 จาก Moneta Markets ครับ ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเริ่มลดน้อยลง หลังจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคลี่คลายลงชั่วคราว ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการขนส่งพลังงานลดลงตามไปด้วย ปัจจุบันราคาทองคำจึงเข้าสู่ช่วงพักฐานในระดับราคาที่สูง
วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
เมื่อเร็วๆ นี้ บรรยากาศในตลาดทองคำมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงลดระดับความขัดแย้งชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยสหรัฐฯ ระงับปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ขณะที่อิหร่านตกลงที่จะกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ความคืบหน้านี้ช่วยลดความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการขนส่งพลังงานอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการจัดหาพลังงานโลก เมื่อความคาดหวังในการกลับมาเดินเรือเพิ่มสูงขึ้น ตลาดจึงเริ่มประเมินค่าความเสี่ยง (Risk Premium) ที่เคยสูงเกินไปก่อนหน้านี้ใหม่
ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมาโดยตลอด เมื่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด เงินทุนมักจะไหลเข้าอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อความตึงเครียดลดลงและความเชื่อมั่นในการลงทุน (Risk-on) กลับมา เงินทุนบางส่วนจึงถอนตัวออกจากตลาดทองคำ การย่อตัวของราคาในช่วงนี้คือภาพสะท้อนโดยตรงของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตลาดที่หันไปให้ความสนใจกับสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดมีผลงานที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะผ่อนคลายลง แต่สภาพแวดล้อมโดยรวมในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน มีการกระทบกระทั่งกันประปรายเกิดขึ้นเป็นระยะ และการแสดงท่าทีของแต่ละฝ่ายชี้ให้เห็นว่ายังมีความเห็นต่างในขั้นตอนการปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจำนวนมากจึงยังไม่ได้ละทิ้งทองคำไปเสียทีเดียว แต่เลือกที่จะถือครองบางส่วนไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging)
ก่อนหน้านี้ ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งหากเงินเฟ้อพุ่งสูงต่อเนื่อง มักหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยจะต้องคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แรงกดดันต่อราคาน้ำมันลดลงและความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว ตลาดจึงกลับมาหารือเรื่องความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินอีกครั้ง
วิเคราะห์ทางเทคนิค

เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างกราฟรายวัน หลังจากราคาทองคำดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ช่วงพักตัวเพื่อดูดซับแรงขาย (Digest Gains) ราคาแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบระดับสูงและมีการย่อตัวให้เห็นหลายครั้ง แต่แนวโน้มโดยรวมยังไม่ถูกทำลาย เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Averages) ยังคงเรียงตัวในทิศทางขาขึ้น แสดงให้เห็นว่าฐานของฝั่งขาซื้อในระยะกลางยังคงอยู่ การเคลื่อนไหวขณะนี้จึงดูเหมือนการสะสมกำลังในระดับสูงมากกว่า
ระดับราคาที่สำคัญ:
- แนวรับ: บริเวณ 4,552 ดอลลาร์ คือแนวรับสำคัญในระยะสั้น ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของการย่อตัวล่าสุดและใกล้กับเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลาง หากราคาหลุดจากระดับนี้ อารมณ์ตลาดอาจอ่อนแอลงอย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้ราคาย่อตัวลงได้อีก
- แนวต้าน: ต้องจับตาบริเวณ 4,865 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้กับจุดสูงสุดเดิม ซึ่งในอดีตมักจะมีแรงเทขายออกมาอย่างรุนแรงเมื่อราคาเข้าใกล้ระดับนี้
เครื่องชี้วัดทางเทคนิค (Indicators)
โมเมนตัมการขาขึ้นเริ่มลดความร้อนแรงลง โดย RSI ค่อยๆ ปรับตัวลงจากระดับสูงเข้าสู่เขตที่เป็นกลาง (Neutral Zone) แสดงว่าพลังของฝั่งขาซื้อกำลังอ่อนแรงลง ขณะที่ MACD Histogram แม้จะชะลอการปรับตัวลงแต่ยังอยู่ในช่วงฟื้นฟู สภาวะเช่นนี้หมายความว่าตลาดต้องการเวลาในการสร้างฐาน (Consolidation) มากกว่าที่จะกลับเข้าสู่รอบการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที
ในระยะสั้น หากราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 4,800 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง แรงกดดันในระยะสั้นจะยังคงอยู่ และอาจส่งผลให้ราคาแกว่งตัวในลักษณะพักฐานต่อไป แต่หากกลับมายืนเหนือ 4,800 ดอลลาร์ได้ อารมณ์ตลาดจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วและมีโอกาสขยับเข้าใกล้จุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

