สรุปเนื้อหาสำคัญ
- ศึกสองด้าน: เงินปอนด์ถูกบีบระหว่างดอลลาร์ที่แข็งค่าจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กับแรงพยุงจากเศรษฐกิจอังกฤษที่ยังแกร่งและคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น
- ปัจจัยหนุนดอลลาร์: ความตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ทำให้เฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยสูงไว้เป็นเวลานาน (Higher for Longer)
- ปัจจัยหนุนปอนด์: ตัวเลข PMI อังกฤษออกมาดีเกินคาด ทำให้ตลาดยังเชื่อว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ
- มุมมองเทคนิค:
- แนวต้านสำคัญ: 1.3550 – 1.3600 (ผ่านยากในระยะสั้น)
- แนวรับสำคัญ: 1.3400 (หากหลุดมีโอกาสไหลยาวไป 1.3350)
- ทิศทาง: อยู่ในกรอบไซด์เวย์แต่ค่อนไปทางอ่อนค่า (Sideways Down) แรงซื้อเริ่มแผ่วอย่างเห็นได้ชัด
อัพเดตบทวิเคราะห์ตลาด วันที่ 27 เมษายน 2569 จาก Moneta Markets ครับ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในขณะที่เงินปอนด์ยังพอมีฐานรองรับจากตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษและความคาดหวังเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้คู่เงิน GBP/USD ตกอยู่ในสภาวะผันผวนในกรอบเดิม โดยมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากการหักล้างกันของแรงซื้อและแรงขาย
วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
สภาวะตลาดในขณะนี้ค่อนข้างมีความย้อนแย้งในตัว ด้านหนึ่งความกังวลในตลาดโลกกำลังผลักดันให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งความคาดหวังต่อนโยบายการเงินก็ยังเปิดช่องให้เงินปอนด์มีแรงพยุง สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายลงอย่างแท้จริง แม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะดูเหมือนมีท่าทีประนีประนอมในฉากหน้า แต่การเจรจากลับคืบหน้าไปอย่างล่าช้า ประกอบกับมาตรการจำกัดการใช้ท่าเรือ ทำให้บรรยากาศความตึงเครียดกลับมาคุโชนอีกครั้ง โดยเฉพาะที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากเกิดการรบกวนเพียงเล็กน้อย เม็ดเงินมักจะไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ดอลลาร์ยังคงแข็งแกร่งในช่วงนี้
วิกฤตพลังงานยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง เมื่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกจำกัด ความไม่แน่นอนของอุปทานน้ำมันดิบจึงขยายวงกว้าง ทำให้ราคาน้ำมันยากที่จะปรับตัวลดลง เมื่อราคาน้ำมันค้างอยู่ในระดับสูง แรงกดดันด้านเงินเฟ้อก็พุ่งสูงขึ้นตาม ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ มีช่องว่างในการดำเนินนโยบายลดลง ตลาดเริ่มเอนเอียงไปในทางที่ว่า เฟด (Fed) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น และอาจจะคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้ให้นานกว่าเดิม ซึ่งความคาดหวังนี้เองที่เป็นแรงหนุนสำคัญให้ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ฝั่งเงินปอนด์เองก็ใช่ว่าจะไร้ปัจจัยหนุน ตัวเลขดัชนี PMI ล่าสุดของอังกฤษออกมาค่อนข้างดี สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังมีความยืดหยุ่นและยังไม่เข้าสู่ภาวะอ่อนแออย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังปรับคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) โดยเทรดเดอร์เริ่มให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต ทำให้ภาพรวมยังคงเป็นนโยบายแบบเข้มงวด ปัจจัยนี้จึงช่วยพยุงไม่ให้เงินปอนด์ดิ่งลงลึกเกินไป
วิเคราะห์ทางเทคนิค

ในกราฟรายวัน GBP/USD เผชิญกับแรงต้านที่ชัดเจนเมื่อขยับเข้าใกล้ระดับ 1.36 โดยพยายามทะลุขึ้นไปหลายครั้งแต่ไม่สามารถยืนระยะได้ จนนำไปสู่การย่อตัวลง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการปรับฐานหลังจากผ่านจุดสูงสุดชั่วคราวไปแล้ว ปัจจุบันแท่งเทียนได้หลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นลงมา ทำให้แรงส่งขาขึ้น (Bullish Momentum) เริ่มแผ่วลง และจังหวะของตลาดค่อยๆ เปลี่ยนทิศมาทางฝั่งอ่อนค่า
ราคาปัจจุบันวนเวียนอยู่แถว 1.3520 โดยมีจุดศูนย์ถ่วง (Centroid) ของการเคลื่อนที่ต่ำลงเรื่อยๆ แนวรับสำคัญด้านล่างอยู่ที่ระดับ 1.34 ซึ่งเป็นทั้งแนวรับจิตวิทยาและโซนพักฐานเดิม หากหลุดตำแหน่งนี้ไปได้ ราคาอาจไหลลงไปทดสอบแนวรับถัดไปแถว 1.3350 ในทางกลับกัน ด้านบนมีแรงต้านหนาแน่นในช่วง 1.3550 ถึง 1.3600 ซึ่งการดีดตัวระยะสั้นมักจะถูกสกัดไว้ที่โซนนี้
ในส่วนของอินดิเคเตอร์ RSI อยู่ในโซนกลางๆ แม้จะยังไม่เข้าขั้นวิกฤตแต่ก็เริ่มหักหัวลง สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มหมดแรง ด้าน MACD ก็เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ฮิสโตแกรมเริ่มหดสั้นลงหลังจากขยายตัวได้เพียงช่วงสั้นๆ ชี้ให้เห็นว่าโมเมนตัมฝั่งขาขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้แรงเทขายจะยังไม่ระเบิดออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ทิศทางตลาดกำลังโอนเอียงไปทางฝั่งหมี (Bearish) มากขึ้น
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

