ปัจจัยพื้นฐาน
- ราคาน้ำมันดิบชะลอตัว ทุบค่าเงินแคนาดา (Loonie) อ่อนแอ: หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลงชั่วคราว ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ทยอยปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ การร่วงลงของราคาพลังงานส่งผลกระทบโดยตรงต่อแคนนาดาในฐานะประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก เนื่องจากรายได้จากการส่งออกพลังงานมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ความต้องการและแรงดึงดูดของสกุลเงินแคนาดา (CAD) ลดลงตามไปด้วย สภาวะดังกล่าวกลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ทำให้คู่เงิน USDCAD ไม่มีช่องว่างให้ปรับฐานลงลึก แม้ในดัชนีดอลลาร์จะมีการย่อตัวสลับออกมาบ้างก็ตาม
- นโยบายดอกเบี้ยเฟดยังค้ำบัลลังก์ดอลลาร์สหรัฐฯ: ด้านสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าจะมีการย่อตัวลงมาจากระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน แต่ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ครบถ้วน โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาแข็งแกร่งเกินคาดในสัปดาห์ก่อน พร้อมการปรับทบทวนตัวเลขเดือนเก่าขึ้น ได้ทำให้นักลงทุนทั่วโลกตระหนักว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงต่อไป (Hawkish Stance) โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้นยังคงเป็นแรงส่งหลักที่คอยอุ้มดอลลาร์ให้แข็งค่า
- เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยชั่วคราว: หลังจากที่อิหร่านและอิสราเอลต่างส่งสัญญาณลดระดับความร้อนแรงในการเผชิญหน้าทางทหาร ทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลและเคลื่อนย้ายเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Assets) กลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์มีการอ่อนค่าลงมาบ้างจากโซนแนวต้านใหญ่ และเปิดโอกาสให้สกุลเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยงฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ
- ความเสี่ยงในตะวันออกกลางยังไม่จบสนิท: แม้สถานการณ์จะดูเย็นลง แต่ประเด็นความขัดแย้งหลัก ทั้งเรื่องความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือ การลำเลียงพลังงาน และปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงไม่ได้ข้อสรุปที่ถาวร ตลาดจึงมองว่านี่เป็นเพียงการพักรบชั่วคราว หากมีประกายไฟความขัดแย้งปะทุขึ้นมาใหม่ แรงซื้อคืนดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะตีกลับมาทันที ซึ่งจะยิ่งเป็นแรงเร่งให้คู่เงิน USDCAD ทะยานสูงขึ้นไปอีก
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค

โครงสร้างกราฟรายวัน (Daily Timeframe) ของคู่เงิน USDCAD ยังคงรักษาภาพรวม แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยราคาสามารถยืนหยัดอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นและระยะกลางได้อย่างมั่นคง ยิ่งไปกว่านั้น เส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน (20 EMA) และ 50 วัน (50 EMA) กำลังตัดตัวลาดชันขึ้นในลักษณะเปิดกว้าง (Bullish Divergence) สะท้อนว่าแรงซื้อยังคงเป็นผู้ควบคุมทิศทางตลาดหลัก โดยปัจจุบันราคากำลังเข้าใกล้ระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 1.4000 ซึ่งเป็นโซนหนาแน่นของปริมาณการซื้อขายในอดีต
- Bollinger Bands: ราคาเคลื่อนไหวไต่ขอบบนของกรอบ Bollinger Bands อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขนาดของกรอบอินดิเคเตอร์ที่อ้าตัวกว้างขึ้น (Band Walking) ยืนยันสภาวะตลาดที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นแบบทิศทางเดียว (Strong Trending Market) อย่างไรก็ตาม การที่ราคาขึ้นมาประชิดเส้นกรอบบนมากเกินไป บ่งชี้ว่าในระยะสั้นอัตราเร่งของการปรับขึ้นอาจจะเริ่มลดน้อยลงและเสี่ยงต่อการพักฐานสะสมกำลัง
- MACD: สัญญาณทางเทคนิคระบุชัดเจนว่าฝั่งกระทิงยังคงได้เปรียบ ดัชนี MACD วิ่งเหนือแกนศูนย์อย่างมั่นคง เส้นสัญญาณและเส้นเฉลี่ยเคลื่อนไหวทิศทางขาขึ้นพร้อมแท่งฮิสโตแกรมที่ขยายตัวสะท้อนแรงส่ง (Momentum) ที่ยังไม่มีวี่แววจะอ่อนกำลังลง
- RSI: ปัจจุบันดัชนี RSI พุ่งขึ้นมาแตะระดับ 71 ซึ่งเข้าสู่โซนซื้อมากเกินไป (Overbought) เรียบร้อยแล้ว แม้ตามหลักเทคนิคสภาวะซื้อมากเกินไปจะสามารถลากยาวไปได้ในตลาดที่เป็นเทรนด์แรง แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนกลุ่มที่คิดจะไล่ราคาซื้อตาม (Chasing the Market) ว่ามีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรทางเทคนิค (Technical Correction) สลับออกมาได้ทุกเมื่อ
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

