ปัจจัยพื้นฐาน
- เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทรงตัวระดับสูง ดับฝันเฟดลดดอกเบี้ยระยะสั้น: หลังจากการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.2% เมื่อเทียบรายปี (YoY) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ขยับขึ้นมาที่ 2.9% YoY แม้ตัวเลขจะออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่โครงสร้างไส้ในชี้ชัดว่ากลุ่มพลังงานยังคงเป็นตัวเร่งหลัก โดยดัชนีพลังงานพุ่งขึ้น 23.5% และราคาน้ำมันเบนซินดีดตัวรุนแรงถึง 40.5% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังไม่จางหาย ส่งผลให้ความหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ลดน้อยลงไปอีก
- ตลาดเก็งมาตรการตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher-for-Longer) ในการประชุมเดือนมิถุนายน: ในช่วงนี้ความสนใจของนักลงทุนไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยโดยตรง แต่อยู่ที่การส่งสัญญาณเชิงนโยบายผ่านประมาณการเศรษฐกิจและแผนภาพ Dot Plot ในการประชุม FOMC เดือนมิถุนายน หากคณะกรรมการเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากกว่าการปรับลดดอกเบี้ย จะกลายเป็นแรงส่งให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากความได้เปรียบด้านอัตราดอกเบี้ยและแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- ตลาดแรงงานออสเตรเลียส่งสัญญาณแผ่วฉุดค่าเงิน: ในทางกลับกัน ข้อมูลเศรษฐกิจของออสเตรเลียเริ่มแสดงรอยร้าว โดยตัวเลขการจ้างงานประจำเดือนเมษายนลดลง 18,600 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 4.5% แม้สภาวะโดยรวมจะยังไม่ได้เข้าขั้นวิกฤต แต่การเย็นตัวลงของตลาดแรงงานทำให้นักลงทุนต้องปรับลดมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจออสเตรเลีย และทำลายความได้เปรียบเดิมของสกุลเงินออสซี่ (AUD) ลงไปทันที
- ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ท่าทีระมัดระวัง โอกาสขึ้นดอกเบี้ยต่อริบหรี่: แม้ว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 4.35% ไปเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่รายงานการประชุมฉบับล่าสุดระบุว่า คณะกรรมการส่วนใหญ่มองว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันมีความเข้มงวดเพียงพอแล้ว และจำเป็นต้องเฝ้าดูผลกระทบต่อภาคครัวเรือนและธุรกิจอย่างใกล้ชิด ท่าทีที่ระมัดระวังนี้ทำให้เพดานการขึ้นดอกเบี้ยต่อของ RBA สูงขึ้นมาก ซึ่งความเหลื่อมล้ำของทิศทางนโยบายการเงินระหว่างสหรัฐฯ และออสเตรเลีย (Monetary Policy Divergence) กลายเป็นแรงกดดันหลักที่กดค่าเงิน AUD ให้ทรุดต่ำลง
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค

โครงสร้างราคากราฟรายวัน (Daily Timeframe) ของคู่เงิน AUDUSD ส่งสัญญาณแนวโน้มขาลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ราคาก็ทำรูปแบบยอดไฮและฐานโลว์ที่ต่ำลงต่อเนื่อง ล่าสุดราคาหลุดกรอบแนวรับเดิมลงมาซื้อขายบริเวณ 0.6980 ประชิดเส้นกรอบล่างของอินดิเคเตอร์ Bollinger Bands พร้อมแท่งเทียนปิดลบหนาแน่น ยืนยันว่าฝั่งหมี (Short Sellers) ยังคงควบคุมสถานการณ์ในตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ
- Moving Averages: กลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นหักหัวลงและตัดเส้นค่าเฉลี่ยระยะกลาง-ยาวลงมาในลักษณะ Bearish Crossover โดยปัจจุบันราคาเคลื่อนไหวอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยทั้งหมด สะท้อนแรงเทขายจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ กรอบ Bollinger Bands กลับมาอ้าตัวกว้างออกทิศทางลง ขยายแนวโน้มการปรับตัวลดลงตามเทรนด์หลัก (Downward Trending) อย่างชัดเจน
- Momentum Indicators: อินดิเคเตอร์ MACD วิ่งลึกลงใต้แกนศูนย์ (Below Zero Line) อย่างมั่นคง เส้น DIFF และ DEA ถ่างตัวแยกจากกันพร้อมแท่งฮิสโตแกรมฝั่งลบที่ขยายขนาดกว้างขึ้น บ่งชี้ว่าแรงส่งขาลง (Downward Momentum) ยังคงถูกปล่อยออกมาต่อเนื่อง และในปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณการเกิดไดเวอร์เจนซ์ขาขึ้น (No Bullish Divergence) ตลาดจึงยังไม่มีฐานในการรีบาวด์ที่แข็งแกร่ง
- RSI: ดัชนี RSI ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 33 ซึ่งเข้าใกล้โซนขายมากเกินไป (Oversold) บ่งชี้ว่าในระยะสั้นอาจเริ่มมีแรงซื้อคืนทางเทคนิคสลับออกมาได้บ้าง (Technical Rebound) แต่จะเป็นเพียงการเด้งเพื่อลงต่อตราบใดที่ราคายังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาเหนือแนวต้านสำคัญได้
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

