สำหรับมือใหม่ การเทรด Forex คือโอกาสสร้างผลตอบแทนแบบไร้เพดาน แต่ว่ามีความเสี่ยงขาดทุนสูงหากขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อเป็นแผนที่นำทางแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่พื้นฐาน Forex จนถึงการบริหารความเสี่ยงตามหลัก 1% Rule เพื่อให้นักเทรดมือใหม่เริ่มต้นซื้อขายได้อย่างปลอดภัยที่สุด และบทความนี้ยังเน้นความสำคัญของการเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยของเงินทุนของผู้เทรดในระยะยาวด้วย
Forex 101: คำศัพท์พื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรด
ก่อนจะเริ่มต้นการเทรด Forex อย่างจริงจัง นักเทรดหน้าใหม่ควรทำความเข้าใจคำศัพท์พื้นฐานเหล่านี้
ปิ๊ป (Pip)
Pip ย่อมาจาก Point in Percentage เป็นหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุดของคู่สกุลเงิน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4
(ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงจาก 1.2000 เป็น 1.2001 คือ 1 Pip)
สเปรด (Spread)
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาขาย) และ Ask (ราคาซื้อ) เป็นค่าใช้จ่ายหลักในการทำธุรกรรม ยิ่งสเปรดแคบยิ่งดีสำหรับนักเทรด
ตัวอย่างประกอบ
- Ask = ราคาที่คุณซื้อ
- Bid = ราคาที่คุณขาย
ถ้าเห็นราคาบนหน้าจอเป็นแบบนี้:
- Ask = 1.2001
- Bid = 1.2000
ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้คือ สเปรด = 1 Pip
สรุปแบบสั้น ๆ จำง่าย
สเปรด = ค่าเข้าเทรด (เป็นค่าธรรมเนียมที่ Broker เรียกเก็บจากคุณ)
สเปรดแคบ = เสียต้นทุนน้อย = ได้เปรียบกว่า
เลเวอเรจ (Leverage)
เลเวอเรจคือตัวช่วยขยายกำลังซื้อ สามารถใช้เงินน้อยเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ เช่น เลเวอเรจ 1:500 คุณใช้เงิน $100 เทรดได้เหมือนมี $50,000 แต่ยิ่งเลเวอเรจสูง ความเสี่ยงก็ยิ่งสูง ถ้าเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่เกิน ราคาขยับแค่เล็กน้อย กำไรหรือขาดทุนจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง
มาร์จิ้น (Margin)
มาร์จิ้นคือเงินวางประกันที่ทางโบรกเกอร์กำหนดเมื่อคุณใช้เลเวอเรจเปิดออเดอร์ ยิ่งใช้เลเวอเรจและเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่ ก็ยิ่งต้องใช้มาร์จิ้นมากขึ้น หากราคาขยับสวนทางจนเงินประกันเหลือน้อยกว่าที่ทางโบรกเกอร์กำหนด ระบบอาจปิดออเดอร์อัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยง
8 ขั้นตอนการเริ่มต้นเทรด Forex สำหรับมือใหม่
1. ทำความเข้าใจตลาด Forex
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คุณควรทำความเข้าใจว่าตลาด Forex เคลื่อนไหวอย่างไร ปัจจัยทางเศรษฐกิจใดบ้างที่มีอิทธิพลต่อคู่เงินที่คุณเทรด และเรียนรู้การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเบื้องต้น เช่น การอ่านกราฟแท่งเทียน (Candlestick) และอินดิเคเตอร์พื้นฐาน
2. เลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีความน่าเชื่อถือ
เลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลกที่เข้มงวด เช่น FCA, ASIC, หรือ CySEC เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเทรด และพิจารณาปัจจัยที่เหมาะกับการใช้งาน เช่น การฝาก-ถอน ความเสถียรของแพลตฟอร์ม เงื่อนไขการเทรด (สเปรด เลเวอเรจ) ความแม่นยำในการส่งคำสั่ง และการให้บริการลูกค้า
3. เปิดบัญชีทดลอง
หลังจากเลือกโบรกเกอร์ Forex ได้แล้ว ให้เปิดบัญชีทดลองเพื่อทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มการซื้อขาย (เช่น MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5) ฝึกฝนการส่งคำสั่งซื้อขาย การตั้ง Stop Loss/Take Profit และการใช้งานอินดิเคเตอร์ด้วยเงินสมมติ
4. กำหนดกลยุทธ์การเทรด
เลือกกลยุทธ์การเทรดที่สอดคล้องกับเวลาที่คุณสามารถดูแลการเทรดได้จริง เช่น Day Trading หรือ Swing Trading และทำการทดสอบกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอก่อนนำมาใช้เทรดจริง
5. วางแผนการบริหารความเสี่ยง
กำหนดกฎเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน เช่น การจำกัดการขาดทุนต่อการเทรดแต่ละครั้งไม่เกิน 1% ของเงินทุนในบัญชี และฝึกฝนการรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด
6. เตรียมบัญชีเทรดจริงและฝากเงิน
เริ่มต้นด้วยการฝากเงินจำนวนเล็กน้อยที่คุณสามารถขาดทุนและไม่กระทบการเงิน จากนั้นตั้งค่าบัญชี แพลตฟอร์ม และเครื่องมือให้พร้อมก่อนเริ่มเทรดจริง
7. เริ่มเทรดไม้เบาเบาก่อน
เริ่มจากการเปิดออเดอร์ขนาดเล็ก เช่น Micro Lot เพื่อควบคุมความเสี่ยง และฝึกทำตามแผนบริหารความเสี่ยงทุกครั้งที่เทรด
8. บันทึกและทบทวนผลการเทรด
บันทึกการซื้อขายทุกครั้ง (Trading Journal) ไม่ว่าจะเป็นการแพ้หรือชนะ เพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น นำข้อมูลนี้มาปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ
วิธีการเลือกโบรกเกอร์ Forex
การเลือกโบรกเกอร์ Forex เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเทรด Forex เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของเงินทุน
ความสำคัญของใบอนุญาตกำกับดูแล
เนื่องจากบ้านเราไม่มี “โบรกเกอร์ Forex” เจ้าไหนที่กำกับดูแลโดย ก.ล.ต. คุณต้องเลือกโบรกเกอร์ต่างชาติที่มีหน่วยงานสากลกำกับดูแล เช่น
- FCA (UK) / ASIC (AU): มาตรฐานสูง
- CySEC (EU): มาตรฐานสูง
- FSCA (South Africa): ปานกลางถึงสูง
ควรหลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต Offshore จากหมู่เกาะซึ่งไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มงวด
มีฝ่ายให้บริการคนไทย
การมีทีมสนับสนุนลูกค้าที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยจะช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมากเมื่อเกิดปัญหาทางเทคนิคหรือการฝากถอนเงิน
ช่องทางฝาก-ถอนเงิน
ตรวจสอบว่าโบรกเกอร์ Forex ที่คุณกำลังพิจารณามีช่องทางการฝากและถอนเงินที่สะดวกรวดเร็วสำหรับคนไทย? โบรกเกอร์ที่ดีควรมีช่องทาง Local Bank Transfer และ E-wallet เช่น Skrill, Neteller
หลักการบริหารความเสี่ยงแบบ 1% Rule
การบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการเทรด Forex ให้รอดระยะยาว โดยเฉพาะการปฏิบัติตาม 1% Rule
1% Rule คือ?
1% Rule คือหลักการกำหนดว่าในการเทรดแต่ละครั้ง คุณจะยอมให้ขาดทุนไม่เกิน 1% ของเงินทุนรวมในบัญชีเท่านั้น
ตัวอย่างการคำนวณ: สมมติว่าคุณมีเงินทุนในบัญชี $5,000 (ประมาณ 175,000 บาท)
- ความเสี่ยงสูงสุดต่อการเทรด: $5,000 x 1% = $50 (175,000 x 1% = 1,750 บาท)
- ดังนั้น การซื้อขายแต่ละครั้ง คุณต้องตั้งค่า Stop Loss ให้การขาดทุนไม่เกิน $50 (1,750 บาท) นี้
การกำหนด Risk-to-Reward Ratio (R:R)
อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (R:R) เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินศักยภาพของการซื้อขาย ปกติเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจะตั้งเป้าหมาย R:R ขั้นต่ำที่ 1:2 หรือ 1:3
- R:R 1:2 หมายถึง ยอมเสี่ยง $1 (35 บาท) เพื่อแลกกับโอกาสทำกำไร $2 (70 บาท)
- หากใช้ 1% Rule = $50 (1,750 บาท) การตั้งเป้าหมายกำไร (Take Profit) ควรอยู่ที่ $100 (3,500 บาท)
ข้อดี: หากคุณมีอัตราการเทรดชนะเพียง 50% แต่รักษา R:R ที่ 1:2 ได้ ในระยะยาวผลตอบแทนของคุณยังเป็นบวก
วิธีการใช้งานแพลตฟอร์ม MT4/MT5 เบื้องต้น
MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายมาตรฐานที่ทางโบรกเกอร์ Forex ส่วนใหญ่มีให้บริการ คุณต้องเรียนรู้การใช้งานเพื่อทำการส่งคำสั่งซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ
องค์ประกอบหลักของแพลตฟอร์ม
- Market Watch: แสดงรายการคู่เงิน และราคา Bid/Ask แบบ Real-Time
- Chart Window: หน้าต่างแสดงกราฟราคา ใช้ดูทิศทางราคาและวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น เส้นแนวโน้ม หรืออินดิเคเตอร์
- Terminal/Toolbox: แสดงประวัติการซื้อขาย เงินทุนในบัญชี มาร์จิ้น และสถานะของคำสั่งซื้อขายที่เปิดอยู่
ประเภทคำสั่งซื้อขาย
- คำสั่ง Market Execution (ซื้อขายทันที): คำสั่งซื้อขายที่ถูกดำเนินการทันที ณ ราคาตลาดปัจจุบัน
- คำสั่ง Pending Order (คำสั่งรอ): คำสั่งที่ตั้งล่วงหน้าเพื่อรอให้ราคาวิ่งมาถึงระดับที่กำหนด
- Limit Order: ใช้เมื่อคุณต้องการซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน หรือขายในราคาที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน
- Stop Order: ใช้เมื่อคุณต้องการซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาปัจจุบัน (เพื่อเข้าตามแนวโน้ม) หรือขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน (เพื่อเข้าตามแนวโน้มขาลง)
กลยุทธ์เทรดพื้นฐาน
นักเทรด Forex มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ที่เรียบง่าย เพื่อฝึกอ่านกราฟและทำความเข้าใจหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคพื้นฐาน ก่อนขยับไปสู่กลยุทธ์ที่ซับซ้อนขึ้น
1. การเทรดตามแนวโน้ม (Trend Following)
การเทรดตามแนวโน้มเป็นกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุด หัวใจสำคัญคือการระบุทิศทางหลักของตลาด (แนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง) และเปิดออเดอร์ตามทิศทางนั้น เช่น
- แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend): เน้นการเข้าซื้อ (Buy)
- แนวโน้มขาลง (Downtrend): เน้นการเข้าขาย (Sell)
- ใช้เครื่องมือ เช่น Moving Average เพื่อช่วยระบุแนวโน้ม
2. การเทรดด้วยแนวรับ/แนวต้าน (Support and Resistance)
กลยุทธ์นี้เน้นการระบุระดับราคาสำคัญในอดีต ซึ่งราคามักมีปฏิกิริยา เช่น เด้งกลับหรือชะลอตัว เมื่อเคลื่อนที่มาถึงระดับเหล่านี้
- แนวรับ (Support): ระดับราคาที่แรงซื้อมีแนวโน้มมากขึ้น เทรดเดอร์มักพิจารณาเข้าซื้อ (Buy) เมื่อราคาลงมาถึงบริเวณนี้
- แนวต้าน (Resistance): ระดับราคาที่แรงขายมีแนวโน้มมากขึ้น เทรดเดอร์มักพิจารณาเข้าขาย (Sell) เมื่อราคาขึ้นมาถึงบริเวณนี้
นักเทรด Forex มือใหม่ควรทดสอบกลยุทธ์เหล่านี้ ในบัญชี Demo เป็นเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนนำมาใช้กับบัญชีจริง
ตัวอย่างการเปิดบัญชีกับ Moneta Markets
ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่เว็บไซต์ทางการของ Moneta Markets คลิกปุ่ม “ลงทะเบียน” บนหน้าแรก
ขั้นตอนที่ 2: กรอกข้อมูลสมัครสมาชิก ข้อมูลส่วนตัวตามที่กำหนด จากนั้นเลือกแพลตฟอร์มเทรด ประเภทบัญชี สกุลเงินของบัญชี จากนั้นกดยอมรับ
ขั้นตอนที่ 3: หลังจากกรอกข้อมูลแล้ว สามารถยืนยันตัวตน KYC โดยเลือกประเภทเอกสารที่ใช้ยืนยันได้เลย ใช้เวลาไม่กี่นาที
ก้าวแรกอย่างมีวินัย
การเริ่มต้นเทรด Forex สำหรับมือใหม่ “ไม่ยาก” แต่การอยู่รอดและเติบโตระยะยาวต้องอาศัยวินัย ความรู้ และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม หากคุณทำตาม 8 ขั้นตอนที่แนะนำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่มีความน่าเชื่อถือและการจำกัดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้ง เช่น การใช้กฎ 1% Rule จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพอร์ตแตก และเพิ่ม % การเติบโตของเงินทุนอย่างยั่งยืน
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือวิชาชีพใด ๆ ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ปรากฏไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนจาก Moneta Markets หรือผู้เขียน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจลงทุน

