Pip คืออะไร สอนนับระยะกราฟ Forex แบบเข้าใจง่าย

Pip คืออะไร สอนนับระยะกราฟ Forex แบบเข้าใจง่าย

เผยแพร่เมื่อ 07/01/2026 โดย

มือใหม่ คู่มือเริ่มต้น
Pip คืออะไร สอนนับระยะกราฟ Forex แบบเข้าใจง่าย

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นในตลาด Forex คำว่า Pip คือหนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด และเป็นพื้นฐานสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะ Pip คือหน่วยวัดการขยับของกราฟราคา และยังเชื่อมโยงกับการคำนวณกำไร ขาดทุน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการบริหารความเสี่ยงในการเทรด

ลองมองแบบง่ายๆ เหมือนเราวัดความยาวด้วยเซนติเมตร หรือวัดระยะทางด้วยกิโลเมตร ในตลาด Forex ก็มีหน่วยวัดเฉพาะตัว ซึ่งก็คือ Pip นั่นเอง เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมาย วิธีนับ จนถึงการแปลงมูลค่า Pip ออกมาเป็นเงินบาท เพื่อให้คุณวางแผนการเทรด Forex ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

Pip คืออะไร ในตลาด Forex

Pip มาจากคำว่า “Percentage in Point” หรือ “Price Interest Point” เป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการขยับของราคาคู่เงินในตลาด Forex โดยทั่วไปคู่เงินส่วนใหญ่จะมีทศนิยม 4–5 ตำแหน่ง และ Pip จะอยู่ที่ ทศนิยมตำแหน่งที่ 4

ตัวอย่าง: ถ้า EUR/USD ขยับจาก 1.1050 เป็น 1.1051 นั่นคือการเคลื่อนที่ 1 Pip

แม้จะดูเหมือนตัวเลขเพียงจุดเดียว แต่ความเคลื่อนไหวนั้นมีผลกระทบต่อกำไร-ขาดทุนในพอร์ตของคุณอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อใช้ Lot Size ใหญ่ขึ้น

วิธีนับ Pip บนคู่เงิน

หากสังเกตจะเห็นว่าคู่เงินแต่ละคู่ มีทศนิยมไม่เท่ากัน ทำให้การนับ Pip แตกต่างกันเล็กน้อย

1. คู่เงินมาตรฐาน (Standard Pairs)

คู่ที่ ไม่มี JPY เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD มักแสดงทศนิยม 4 หรือ 5 ตำแหน่ง โดย Pip จะอยู่ที่ตำแหน่งที่ 4

ตัวอย่าง: EUR/USD = 1.1234

เลข 4 คือ Pip และเลข 5 คือ Point

เมื่อราคาขยับจาก 1.12340 เป็น 1.12350 = ขึ้น 1 Pip

2. คู่เงินที่มี JPY

คู่เงินที่ลงท้ายด้วย JPY เช่น USD/JPY, EUR/JPY จะมีทศนิยม 2 หรือ 3 ตำแหน่ง โดย Pip อยู่ที่ตำแหน่งที่ 2

ตัวอย่าง: USD/JPY = 112.345

เลข 4 คือ Pip

เมื่อราคาขยับจาก 112.340 -> 112.350 = ขึ้น 1 Pip

นี่แหละคือวิธีการนับระยะการเคลื่อนไหวของกราฟราคาที่มีผลต่อการคำนวณกำไร

Pip กับ Point (Pipette) ต่างกันอย่างไร

บน MT4 หรือ MT5 คุณจะเห็นว่าราคามีทศนิยมเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตำแหน่งต่อจาก Pip ตัวเลขหลักสุดท้ายนี้เรียกว่า Point หรือ Pipette

ความสัมพันธ์ระหว่าง Pip และ Point คือ: 1 Pip เท่ากับ 10 Points

เช่น ถ้าขยับ 25 Points = 2.5 Pips

การมี Point ทำให้เรานับระยะการเคลื่อนไหวราคาละเอียดขึ้น เหมือนกล้องที่ซูมได้ละเอียดกว่า เป็นผลดีต่อนักเทรดในการลดต้นทุนสเปรด (Spread) แต่เวลาเทรดจริง เรานิยมใช้หน่วย Pip เป็นตัวอ้างอิงหลักเสมอ

วิธีนับ Pip สำหรับการเทรดทองคำ (XAUUSD)

ทองคำเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมของนักเทรดไทย ส่วนมากกราฟราคาทองคำจะมีทศนิยม 2 ตำแหน่ง บางโบรกเกอร์อาจใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่ง แต่หลักการคำนวณจะไม่ต่างกันมาก ควรดูตรวจสอบข้อกำหนดของโบรกเกอร์ที่คุณเทรดเพื่อความมั่นใจ

ตัวอย่างการนับสำหรับกราฟทองคำที่มีทศนิยม 2 ตำแหน่ง:

การเคลื่อนไหวของราคาส่วนต่างราคา (USD)จำนวน Pip
ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.10 เป็น 4,180.20$0.101 Pip
ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.00 เป็น 4,181.00$1.0010 Pip
ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.00 เป็น 4,190.00$10.00100 Pips

ตัวอย่างการนับสำหรับกราฟทองคำที่มีทศนิยม 3 ตำแหน่ง:

การเคลื่อนไหวของราคาส่วนต่างราคา (USD)จำนวน Pip
ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.000 เป็น 4,180.001$0.0010.01 Pip
ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.100 เป็น 4,180.200$0.1001 Pip
ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.000 เป็น 4,181.000$1.00010 Pips
ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.000 เป็น 4,190.000$10.000100 Pips

วิธีคำนวณมูลค่า Pip (Pip Value)

เมื่อรู้ว่าราคาขยับกี่ Pip แล้ว คำถามถัดมาที่ทุกคนต้องการรู้คือ 1 Pip มีค่ากี่บาท คำตอบอยู่ที่ Lot Size ที่คุณเปิดออเดอร์

สูตรพื้นฐานคือ: Pip Value = (1 Pip / ราคาปัจจุบัน) x Lot Size

แต่เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน เรามักใช้ค่ามาตรฐานสำเร็จรูปสำหรับคู่เงินที่ลงท้ายด้วย USD เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD ดังนี้:

ตารางมูลค่า Pip (คู่เงินลงท้ายด้วย USD)

ประเภท Lotขนาดสัญญา (Units)Volumeมูลค่าต่อ 1 Pip (USD)
Standard Lot100,0001.00$10
Mini Lot10,0000.10$1
Micro Lot1,0000.01$0.10

ตัวอย่างการคำนวณ Pip แบบเงินบาท

ตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อนักเทรดไทย เราจะใช้หน่วยเงินบาท สมมติว่าอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB อยู่ที่ 35.00 บาท/ดอลลาร์

  • กรณีออก Lot 1.00: 1 Pip มีค่า $10 เงินบาทประมาณ 350 บาท
  • กรณีออก Lot 0.10: 1 Pip มีค่า $1 เงินบาทประมาณ 35 บาท
  • กรณีออก Lot 0.01: 1 Pip มีค่า $0.10 เงินบาทประมาณ 3.50 บาท

ดังนั้นถ้าคุณเทรดคู่ EUR/USD ด้วย Lot 0.10 และทำกำไร 50 Pips 

วิธีคิดกำไรคือ: 50 Pips x $1 (มูลค่าต่อ Pip) = กำไร $50

เงินบาทประมาณ: $50 x 35 = 1,750 บาท

ความสัมพันธ์กันของ Pip, Lot Size และกำไร/ขาดทุน

หัวใจของการเทรดคือความเข้าใจว่า Pip และ Lot Size ทำงานร่วมกันอย่างไร 

ลองดูสถานการณ์ตัวอย่างประกอบ: คุณ Buy GBP/USD ที่ 1.3000 และปิดที่ 1.3050 ต่างกัน 50 Pips

ผลกำไรขึ้นอยู่กับ Lot Size ที่คุณเปิด:

  • ถ้าเปิด 0.01 Lot กำไร = 50 x $0.10 = $5 เงินบาทประมาณ 35 บาท (กำไรน้อย ความเสี่ยงต่ำ)
  • ถ้าเปิด 0.10 Lot กำไร = 50 x $1.00 = $50 เงินบาทประมาณ 1,750 บาท (กำไรปานกลาง)
  • 1.00 Lot กำไร = 50 x $10.00 = $500 เงินบาทประมาณ 17,500 บาท (กำไรสูง แต่เสี่ยงสูงมาก)

ถามตัวเองว่าสามารถรับความเสี่ยงระดับไหน เพราะ Lot Size ที่ใหญ่ขึ้นจะขยายทั้งปริมาณกำไรและขาดทุนพร้อมกันเสมอ

การนำ Pip มาวางแผนความเสี่ยง

นักเทรดมืออาชีพมอง Pip เป็นตัวช่วยคุมความเสี่ยง ไม่ใช่แค่ตัวเลขกำไร นี่คือขั้นตอนที่ถูกต้องในการเทรด

  1. กำหนด Stop Loss จากกราฟ เช่น วาง SL ที่ระยะ 30 Pips หมายความว่าถ้าราคาวิ่งสวนทางกับคุณ 30 Pips ถือว่าคุณยอมแพ้ (Cut Loss)
  2. กำหนดเงินที่ยอมเสียถ้าแพ้ พอร์ต $1,000 ประมาณ 35,000 บาท คุณตั้งว่ายอมเสีย 2% / ไม้ = $20 หรือ 700 บาท
  3. เลือก Lot Size ให้เหมาะสม คุณควรออก Lot Size ที่เมื่อราคาวิ่ง 30 Pips จะมีมูลค่าไม่เกิน $20 / 700 บาท
  • ถ้าออก 0.10 Lot = (1 Pip = $1 / 35 บาท) ราคาวิ่ง 30 Pips = $30 / 1,050 บาท (เกินความเสี่ยง)
  • ถ้าออก 0.06 Lot = (1 Pip = $0.6 / 21 บาท) ราคาวิ่ง 30 Pips = $18 / 630 บาท (อยู่ในแผน)

การคำนวณลักษณะนี้ช่วยให้เทรดอยู่รอดระยะยาว เพราะคุณไม่ Overtrade ทำให้พอร์ตไม่เสียหายหนักเวลาเทรดแพ้ ถ้าพอร์ตยังอยู่ โอกาสทำกำไรกลับมามีเสมอ เพราะตลาดเปิดทุกวัน

การทำความเข้าใจ Pip คือก้าวแรกของการเทรด Forex อย่างมืออาชีพ

Pip คือพื้นฐานที่นักเทรด Forex ทุกคนต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะหากคุณไม่รู้ว่าการขยับของราคาแต่ละจุดมีมูลค่าเท่าไหร่ คุณจะไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงของการเทรดแต่ละครั้งได้เลย เปรียบเสมือนขับรถแบบไม่รู้ว่ากำลังวิ่งที่ความเร็วเท่าไหร่ มันอันตรายมากกว่าที่คิด แนะนำให้หาโบรกเกอร์ Forex ที่มีบัญชีมี Demo อย่างเช่น Exness, Moneta Markets หรือ XM เพื่อฝึกนับ Pip และคำนวณกำไร–ขาดทุนในบัญชี Demo ก่อนเริ่มเทรดจริง เมื่อคุณคุม Pip ได้ คุณก็จะคุม Money Management ได้ และนั่นคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในตลาด Forex ระยะยาวอย่างแท้จริง

ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือวิชาชีพใด ๆ ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ปรากฏไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนจาก Moneta Markets หรือผู้เขียน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจลงทุน

คำถามเกี่ยวกับ Pip

  • Pip กับ Point ต่างกันอย่างไร?

    Pip คือหน่วยมาตรฐานสำหรับตลาดคู่เงิน ส่วน Point คือหน่วยที่ย่อยลงมาอีก 1 Pip = 10 Points ช่วยเพิ่มความละเอียดในการรับระยะการเคลื่อนไหวของราคา

  • 1 Pip มีค่าเท่ากับกี่บาท?

    ขึ้นอยู่กับ Lot Size และอัตราแลกเปลี่ยน ณ ตอนนั้น เช่น Lot 1.00 บน EUR/USD จะประมาณ 350 บาทต่อ Pip

  • คู่เงิน JPY นับ Pip อย่างไร?

    นับที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 เช่น ถ้าราคาขยับจาก 110.50 เป็น 110.51 คือการขยับ 1 Pip

  • เทรดทอง (XAUUSD) 1 Pip คือเท่าไหร่?

    ทองขยับ $0.10 จะเท่ากับ 1 Pip

  • ทำไมบาง Broker ใช้ทศนิยม 5 ตำแหน่ง?

    เพราะเป็นการแสดงราคาแบบละเอียดขึ้น ตำแหน่งสุดท้ายคือ Point

  • เทรด 0.01 Lot ได้กำไร 100 Pips คิดเป็นเงินเท่าไหร่?

    สำหรับคู่เงินมาตรฐาน (XXX/USD) การเทรด 0.01 Lot จะมีมูลค่าจุดละ $0.10 ดังนั้น 100 Pips x $0.10 = กำไร $10 หรือประมาณ 350 บาท

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น

10 อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก 2569: ทำไมคูเวตยังครองแชมป์ และความจริงที่คนไทยมักเข้าใจผิด

เข้าสู่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (2026) ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่ยังคงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางค่าเงิน หลายคนอาจสงสัยว่าสกุลเงินที่ทรงอิทธิพลอย่างดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือยูโร (EUR) คือสกุลเงินที่ “แพงที่สุด” ใช่หรือไม่? คำตอบคือ “ไม่ใช่” ครับ ความจริงแล้วแชมป์โลกยังคงเป็นสกุลเงินจากดินแดนตะวันออกกลางที่ครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน บทความนี้จะพาคุณไปอัปเดตอันดับล่าสุด พร้อมไขปริศนาทางเศรษฐศาสตร์ที่ทำให้คนไทยหลายคนสับสนมาตลอด ตารางอันดับสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงที่สุด (อัปเดตล่าสุด 2026) จากการรวบรวมข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate) ณ เดือนมิถุนายน 2569 พบว่าสกุลเงินในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ยังคงครองอันดับต้นๆ อย่างเหนียวแน่น เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาพลังงานและการตรึงค่าเงินไว้ในระดับที่สูง นี่คือตารางเปรียบเทียบ 10 อันดับสกุลเงินที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) และเงินบาทไทย (THB): อันดับ สกุลเงิน (Currency) รหัส เทียบดอลลาร์ (USD) เทียบเงินบาท (THB) 1 ดีนาร์คูเวต (Kuwaiti Dinar) KWD ~3.23 USD ~118.50 บาท 2 […]

คู่มือเริ่มต้น

XAUUSD คืออะไร? ต่างจากซื้อทองแท่งอย่างไร? เจาะลึกต้นทุนและวิธีทำกำไร

มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดเทรดทองส่วนใหญ่มักจะสะดุดตากับสัญลักษณ์ XAUUSD เพราะในกระดานเทรดเขาไม่ใช้คำว่า Gold ตรงๆ จนหลายคนเริ่มสับสนว่ามันคือตัวเดียวกับทองคำที่เราไปซื้อตามร้านทองหรือเปล่า ความจริงคือ XAUUSD มีกลไกการทำกำไรและต้นทุนแฝงที่ต่างจากการซื้อทองแท่งมาเก็บไว้ค่อนข้างมาก บทความนี้ผมจะสรุปประเด็นสำคัญที่เทรดเดอร์ต้องรู้ ตั้งแต่ที่มาของชื่อ ไปจนถึงวิธีคำนวณกำไรขาดทุนที่ถูกต้องครับ XAUUSD คืออะไร และทำไมถึงเรียกว่า Gold Spot? ถ้าอธิบายให้ง่ายที่สุด XAUUSD คือราคาทองคำโลกที่เทียบค่าน้ำหนักกับเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยมีที่มาจากตัวย่อสองส่วนคือ: การเทรด XAUUSD หรือที่เรียกกันว่า Gold Spot เป็นการเก็งกำไรผ่านสัญญา CFD ซึ่งหมายความว่าเราไม่ได้ถือทองคำจริงๆ ไว้ในมือ แต่เป็นการทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ข้อดีคือมีความคล่องตัวสูง เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทำกำไรได้ทั้งตอนที่ราคาวิ่งขึ้นและวิ่งลง หัวข้อเปรียบเทียบ XAUUSD ทองคำแท่ง การถือครอง สัญญาซื้อขายดิจิทัล สินค้าจริง การทำกำไร ได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ขาขึ้นเพียงอย่างเดียว ความคล่องตัว ซื้อขายได้ทันทีผ่านแอป ต้องเดินทางไปร้านทอง ต้นทุนแฝง ค่า Spread และ Swap ค่ากำเหน็จและส่วนต่างราคาหน้าร้าน ปัจจัยที่ทำให้ราคาทอง XAUUSD ขยับขึ้นลง […]

คู่มือเริ่มต้น

Doji คืออะไร? วิธีดูแท่งเทียน Doji และกลยุทธ์ทำกำไรจากความลังเลของตลาด

ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค รูปแบบแท่งเทียนเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยให้เราอ่านทิศทางลมของตลาดได้ และหากจะพูดถึงรูปแบบที่ทรงพลังที่สุดแต่กลับสร้างความสับสนให้เทรดเดอร์ได้มากที่สุดรูปแบบหนึ่ง คงหนีไม่พ้น โดจิ หรือ Doji ครับ หลายครั้งที่เราเห็นเครื่องหมายกากบาทปรากฏขึ้นบนกราฟ แล้วเรามักจะรีบด่วนสรุปว่านี่คือสัญญาณการกลับตัวของราคา แต่ในความเป็นจริงแล้ว Doji มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแท่งเทียน Doji ทำความรู้จักกับประเภทต่างๆ ที่มีนัยสำคัญแตกต่างกัน รวมถึงกลยุทธ์การเทรดจริงที่จะช่วยให้คุณแยกสัญญาณหลอกออกจากสัญญาณทำกำไร ไม่ว่าคุณจะเทรดทองคำ XAU/USD หรือคู่เงินหลักในตลาด Forex การเข้าใจ Doji อย่างถ่องแท้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจของคุณได้อย่างแน่นอนครับ ทำความเข้าใจก่อนเทรด: แท่งเทียน Doji คืออะไร? หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด Doji คือแท่งเทียนที่แสดงให้เห็นว่าราคาเปิดและราคาปิดของช่วงเวลานั้นอยู่ที่ระดับเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันมากจนแทบจะมองไม่เห็นตัวเทียนครับ สิ่งที่ปรากฏให้เราเห็นจึงมีเพียงเส้นแนวนอนสั้นๆ ที่ตัดกับไส้เทียนบนและล่าง จนดูเหมือนเครื่องหมายบวกหรือกากบาท ในเชิงจิตวิทยาการเทรด Doji คือตัวแทนของสภาวะสมดุลระหว่างแรงซื้อและแรงขาย มันบอกเราว่าในช่วงที่แท่งเทียนนี้กำลังทำงานอยู่ ทั้งฝั่งกระทิงที่พยายามดันราคาขึ้นและฝั่งหมีที่พยายามกดราคาลง ต่างก็สู้กันอย่างรุนแรงแต่สุดท้ายไม่มีใครชนะขาดลอยจนราคาต้องกลับมาจบที่จุดเริ่มต้น เกิดเป็นสภาวะความลังเลของตลาด หรือที่เรียกว่า Indecision นั่นเองครับ อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดที่รุนแรงที่สุดของเทรดเดอร์มือใหม่คือการมองว่า Doji เท่ากับการกลับตัว ความจริงแล้วมันคือสัญญาณเตือนให้เราหยุดและสังเกตพฤติกรรมราคาในแท่งถัดไปมากกว่า เพราะในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง Doji อาจเป็นเพียงการพักตัวชั่วคราวเพื่อสะสมแรงส่งไปต่อในทิศทางเดิม ดังนั้นการอ่านบริบทของตลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญกว่าการจำเพียงรูปร่างครับ […]

กลยุทธ์เทรด

Fair Value Gap (FVG) คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดแบบรายใหญ่ SMC

จังหวะที่ราคาวิ่งแรงๆ จนทิ้งช่องว่างไว้บนกราฟ คือหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่าเงินก้อนใหญ่จากสถาบันการเงินกำลังขยับตลาด สิ่งนี้ในทางเทคนิคเราเรียกว่า Fair Value Gap (FVG) หรือภาวะราคาไม่สมดุล (Market Imbalance) ที่เกิดขึ้นจริงในขณะนั้น แทนที่จะรีบไล่ราคา (Chasing Price) ตามเทรนด์ที่พุ่งไปแล้ว การเข้าใจกลไกของ FVG จะช่วยให้เรามองออกว่าราคามีแนวโน้มจะย่อกลับมาเติมเต็มที่จุดไหน เพื่อหาจังหวะเข้าเทรดที่มีความเสี่ยงต่ำและได้เปรียบกว่าเดิม บทความนี้จะสรุปวิธีสังเกตโครงสร้าง FVG แบบง่ายๆ บนกราฟจริง พร้อมกลยุทธ์การเทรดที่สาย Smart Money Concepts (SMC) นิยมใช้กันครับ ทำความรู้จักกับ Fair Value Gap (FVG) และ Market Imbalance ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Fair Value Gap (FVG) ก็คือช่องว่างที่เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนที่เร็วเกินจนฝั่งตรงข้ามตามไม่ทัน เช่น ในจังหวะที่แรงซื้อถาโถมเข้ามามหาศาล ราคาจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วแทบไม่มีแรงขายมาคั่นกลางเลย ภาวะแบบนี้แหละครับที่เราเรียกว่า Market Imbalance หรือความไม่สมดุลของราคา ในสภาวะปกติ ตลาดมักจะซื้อขายกันอย่างสมดุล (Efficient) คือมีทั้งแรงซื้อและแรงขายสลับกันในทุกระดับราคา แต่เมื่อไหร่ที่เกิด FVG มันคือหลักฐานชั้นดีว่า ณ จุดนั้นมีคำสั่งซื้อขายก้อนใหญ่ (Institutional […]

คู่มือเริ่มต้น

FOMO คืออะไร? รู้เท่าทัน พร้อมเทคนิคแก้ติดดอยอย่างได้ผล

เทรดเดอร์หลายท่านคงเคยมีประสบการณ์ ที่นั่งจ้องกราฟราคาหุ้นหรือคริปโตฯ ที่พุ่งทะยานเป็นแท่งสีเขียวยาวเหยียด ใจหนึ่งก็บอกว่ามันสูงไปแล้ว แต่อีกใจกลับเริ่มเต้นระรัวเมื่อเห็นคนอื่นในกลุ่มโซเชียลโชว์กำไรมหาศาล จนสุดท้ายก็ตัดสินใจกระโดดเข้าซื้อที่จุดสูงสุด เพียงเพราะกลัวจะพลาดโอกาสทำกำไรครั้งนี้ไป ความรู้สึกนี้แหละที่เรียกว่า FOMO (Fear of Missing Out) ซึ่งเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งในการลงทุน มันสามารถเปลี่ยนนักเทรดที่มีแผนการดีเยี่ยม ให้กลายเป็นนักพนันที่ใช้เพียงอารมณ์นำหน้าเหตุผลได้ในเสี้ยววินาที วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า FOMO คืออะไร มีกลไกทางจิตวิทยาอย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือ เราจะจัดการกับมันอย่างไร เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของเรายังคงเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ชั่ววูบอีกต่อไป FOMO ย่อมาจากอะไร? ทำความรู้จักศัตรูหมายเลขหนึ่งของนักเทรด คำว่า FOMO ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Fear of Missing Out ซึ่งหากแปลตรงตัวในบริบทของการลงทุนก็คือความกลัวที่จะตกขบวน หรือการสูญเสียโอกาสในการทำกำไรนั่นเอง อาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อนักเทรดเห็นราคาสินทรัพย์วิ่งขึ้นอย่างรุนแรง จนเกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจว่าตนเองจะไม่ได้ผลตอบแทนเหมือนคนอื่น ในทางจิตวิทยาการลงทุน FOMO ถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกทางสมองที่เรียกว่า Loss Aversion หรือสภาวะที่มนุษย์เราเจ็บปวดจากการสูญเสียโอกาส มากกว่าความสุขที่ได้จากกำไรในจำนวนที่เท่ากันเสียอีก ซึ่งส่งผลให้นักเทรดมักจะตัดสินใจเข้าออเดอร์โดยปราศจากการวิเคราะห์ เพียงเพื่อต้องการระงับความรู้สึกกังวลในใจ ทำไม FOMO ถึงเกิดขึ้นบ่อยในตลาดหุ้นและ Forex? สิ่งสำคัญที่นักเทรดต้องตระหนักคือ นักเทรดมืออาชีพก็มีความรู้สึก FOMO  แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากมือใหม่ […]

คู่มือเริ่มต้น

สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Assets) คืออะไร? เลือกยังไงให้พอร์ตโต

ในโลกของการลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอนอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน หรือภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven Assets จึงเป็นทักษะพื้นฐานที่นักลงทุนทุกคนต้องมีเพื่อรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว สินทรัพย์ปลอดภัย คืออะไร? ทำไมต้องมีติดพอร์ตในวันที่ตลาดผันผวน สินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven Assets คือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ ที่นักลงทุนเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษามูลค่าไว้ได้ หรือแม้กระทั่งมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ตลาดเกิดความปั่นป่วน (Market Turmoil) สินทรัพย์ประเภทนี้มักจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นทั่วไป บทบาทสำคัญของแหล่งพักเงินเหล่านี้คือการเป็นเบรกของพอร์ตการลงทุน ตัวอย่างเช่น ในช่วงต้นปี 2026 ที่เกิดความตึงเครียดในบริเวณ Strait of Hormuz สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการพยุงมูลค่าพอร์ตไม่ให้ลดลงตามตลาดหุ้นที่ร่วงลงอย่างรุนแรง การมี Safe Haven จึงช่วยลดความผันผวนและสร้างความสบายใจให้กับนักลงทุนในยามวิกฤต  นอกจากนี้ วิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่หรือที่เรียกว่า The Great Recession ในปี 2008 ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณในวงกว้าง ซึ่งทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้นมหาศาล และทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามถึงเสถียรภาพของเงินกระดาษในระยะยาว บทเรียนจากอดีตเหล่านี้สอนให้ตลาดรู้ว่า ทุกครั้งที่ระบบการเงินเดิมสั่นคลอนหรือเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ เช่น สงครามเย็นหรือวิกฤตการณ์น้ำมัน ทองคำจะถูกดึงกลับมาเป็นที่พึ่งสุดท้าย […]

open chat
close
สวัสดี! มีอะไรให้ช่วยไหม?
line
line

สแกน QR Code เพื่อเพิ่ม @monetamarkets และติดต่อเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าส่วนตัวของคุณผ่าน LINE ได้ทันที

line
MessengerSite
MessengerSite

สแกน QR Code เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน Messenger

MessengerSite
chat
chat
chat