หากคุณเพิ่งเริ่มต้นในตลาด Forex คำว่า Pip คือหนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด และเป็นพื้นฐานสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะ Pip คือหน่วยวัดการขยับของกราฟราคา และยังเชื่อมโยงกับการคำนวณกำไร ขาดทุน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการบริหารความเสี่ยงในการเทรด
ลองมองแบบง่ายๆ เหมือนเราวัดความยาวด้วยเซนติเมตร หรือวัดระยะทางด้วยกิโลเมตร ในตลาด Forex ก็มีหน่วยวัดเฉพาะตัว ซึ่งก็คือ Pip นั่นเอง เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมาย วิธีนับ จนถึงการแปลงมูลค่า Pip ออกมาเป็นเงินบาท เพื่อให้คุณวางแผนการเทรด Forex ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
Pip คืออะไร ในตลาด Forex
Pip มาจากคำว่า “Percentage in Point” หรือ “Price Interest Point” เป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการขยับของราคาคู่เงินในตลาด Forex โดยทั่วไปคู่เงินส่วนใหญ่จะมีทศนิยม 4–5 ตำแหน่ง และ Pip จะอยู่ที่ ทศนิยมตำแหน่งที่ 4
ตัวอย่าง: ถ้า EUR/USD ขยับจาก 1.1050 เป็น 1.1051 นั่นคือการเคลื่อนที่ 1 Pip
แม้จะดูเหมือนตัวเลขเพียงจุดเดียว แต่ความเคลื่อนไหวนั้นมีผลกระทบต่อกำไร-ขาดทุนในพอร์ตของคุณอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อใช้ Lot Size ใหญ่ขึ้น
วิธีนับ Pip บนคู่เงิน
หากสังเกตจะเห็นว่าคู่เงินแต่ละคู่ มีทศนิยมไม่เท่ากัน ทำให้การนับ Pip แตกต่างกันเล็กน้อย
1. คู่เงินมาตรฐาน (Standard Pairs)
คู่ที่ ไม่มี JPY เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD มักแสดงทศนิยม 4 หรือ 5 ตำแหน่ง โดย Pip จะอยู่ที่ตำแหน่งที่ 4
ตัวอย่าง: EUR/USD = 1.12345
เลข 4 คือ Pip และเลข 5 คือ Point
เมื่อราคาขยับจาก 1.12340 เป็น 1.12350 = ขึ้น 1 Pip
2. คู่เงินที่มี JPY
คู่เงินที่ลงท้ายด้วย JPY เช่น USD/JPY, EUR/JPY จะมีทศนิยม 2 หรือ 3 ตำแหน่ง โดย Pip อยู่ที่ตำแหน่งที่ 2
ตัวอย่าง: USD/JPY = 112.345
เลข 4 คือ Pip
เมื่อราคาขยับจาก 112.340 -> 112.350 = ขึ้น 1 Pip
นี่แหละคือวิธีการนับระยะการเคลื่อนไหวของกราฟราคาที่มีผลต่อการคำนวณกำไร
Pip กับ Point (Pipette) ต่างกันอย่างไร
บน MT4 หรือ MT5 คุณจะเห็นว่าราคามีทศนิยมเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตำแหน่งต่อจาก Pip ตัวเลขหลักสุดท้ายนี้เรียกว่า Point หรือ Pipette
ความสัมพันธ์ระหว่าง Pip และ Point คือ: 1 Pip เท่ากับ 10 Points
เช่น ถ้าขยับ 25 Points = 2.5 Pips
การมี Point ทำให้เรานับระยะการเคลื่อนไหวราคาละเอียดขึ้น เหมือนกล้องที่ซูมได้ละเอียดกว่า เป็นผลดีต่อนักเทรดในการลดต้นทุนสเปรด (Spread) แต่เวลาเทรดจริง เรานิยมใช้หน่วย Pip เป็นตัวอ้างอิงหลักเสมอ
วิธีนับ Pip สำหรับการเทรดทองคำ (XAUUSD)
ทองคำเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมของนักเทรดไทย ส่วนมากกราฟราคาทองคำจะมีทศนิยม 2 ตำแหน่ง บางโบรกเกอร์อาจใช้ทศนิยม 3 ตำแหน่ง แต่หลักการคำนวณจะไม่ต่างกันมาก ควรดูตรวจสอบข้อกำหนดของโบรกเกอร์ที่คุณเทรดเพื่อความมั่นใจ
ตัวอย่างการนับสำหรับกราฟทองคำที่มีทศนิยม 2 ตำแหน่ง:
| การเคลื่อนไหวของราคา | ส่วนต่างราคา (USD) | จำนวน Pip |
| ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.10 เป็น 4,180.20 | $0.10 | 1 Pip |
| ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.00 เป็น 4,181.00 | $1.00 | 10 Pip |
| ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.00 เป็น 4,190.00 | $10.00 | 100 Pips |
ตัวอย่างการนับสำหรับกราฟทองคำที่มีทศนิยม 3 ตำแหน่ง:
| การเคลื่อนไหวของราคา | ส่วนต่างราคา (USD) | จำนวน Pip |
| ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.000 เป็น 4,180.001 | $0.001 | 0.01 Pip |
| ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.100 เป็น 4,180.200 | $0.100 | 1 Pip |
| ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.000 เป็น 4,181.000 | $1.000 | 10 Pips |
| ถ้าราคาทองคำขยับจาก 4,180.000 เป็น 4,190.000 | $10.000 | 100 Pips |
วิธีคำนวณมูลค่า Pip (Pip Value)
เมื่อรู้ว่าราคาขยับกี่ Pip แล้ว คำถามถัดมาที่ทุกคนต้องการรู้คือ 1 Pip มีค่ากี่บาท คำตอบอยู่ที่ Lot Size ที่คุณเปิดออเดอร์
สูตรพื้นฐานคือ: Pip Value = (1 Pip / ราคาปัจจุบัน) x Lot Size
แต่เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน เรามักใช้ค่ามาตรฐานสำเร็จรูปสำหรับคู่เงินที่ลงท้ายด้วย USD เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD ดังนี้:
ตารางมูลค่า Pip (คู่เงินลงท้ายด้วย USD)
| ประเภท Lot | ขนาดสัญญา (Units) | Volume | มูลค่าต่อ 1 Pip (USD) |
| Standard Lot | 100,000 | 1.00 | $10 |
| Mini Lot | 10,000 | 0.10 | $1 |
| Micro Lot | 1,000 | 0.01 | $0.10 |
ตัวอย่างการคำนวณ Pip แบบเงินบาท
ตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อนักเทรดไทย เราจะใช้หน่วยเงินบาท สมมติว่าอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB อยู่ที่ 35.00 บาท/ดอลลาร์
- กรณีออก Lot 1.00: 1 Pip มีค่า $10 เงินบาทประมาณ 350 บาท
- กรณีออก Lot 0.10: 1 Pip มีค่า $1 เงินบาทประมาณ 35 บาท
- กรณีออก Lot 0.01: 1 Pip มีค่า $0.10 เงินบาทประมาณ 3.50 บาท
ดังนั้นถ้าคุณเทรดคู่ EUR/USD ด้วย Lot 0.10 และทำกำไร 50 Pips
วิธีคิดกำไรคือ: 50 Pips x $1 (มูลค่าต่อ Pip) = กำไร $50
เงินบาทประมาณ: $50 x 35 = 1,750 บาท
ความสัมพันธ์กันของ Pip, Lot Size และกำไร/ขาดทุน
หัวใจของการเทรดคือความเข้าใจว่า Pip และ Lot Size ทำงานร่วมกันอย่างไร
ลองดูสถานการณ์ตัวอย่างประกอบ: คุณ Buy GBP/USD ที่ 1.3000 และปิดที่ 1.3050 ต่างกัน 50 Pips
ผลกำไรขึ้นอยู่กับ Lot Size ที่คุณเปิด:
- ถ้าเปิด 0.01 Lot กำไร = 50 x $0.10 = $5 เงินบาทประมาณ 35 บาท (กำไรน้อย ความเสี่ยงต่ำ)
- ถ้าเปิด 0.10 Lot กำไร = 50 x $1.00 = $50 เงินบาทประมาณ 1,750 บาท (กำไรปานกลาง)
- 1.00 Lot กำไร = 50 x $10.00 = $500 เงินบาทประมาณ 17,500 บาท (กำไรสูง แต่เสี่ยงสูงมาก)
ถามตัวเองว่าสามารถรับความเสี่ยงระดับไหน เพราะ Lot Size ที่ใหญ่ขึ้นจะขยายทั้งปริมาณกำไรและขาดทุนพร้อมกันเสมอ
การนำ Pip มาวางแผนความเสี่ยง
นักเทรดมืออาชีพมอง Pip เป็นตัวช่วยคุมความเสี่ยง ไม่ใช่แค่ตัวเลขกำไร นี่คือขั้นตอนที่ถูกต้องในการเทรด
- กำหนด Stop Loss จากกราฟ เช่น วาง SL ที่ระยะ 30 Pips หมายความว่าถ้าราคาวิ่งสวนทางกับคุณ 30 Pips ถือว่าคุณยอมแพ้ (Cut Loss)
- กำหนดเงินที่ยอมเสียถ้าแพ้ พอร์ต $1,000 ประมาณ 35,000 บาท คุณตั้งว่ายอมเสีย 2% / ไม้ = $20 หรือ 700 บาท
- เลือก Lot Size ให้เหมาะสม คุณควรออก Lot Size ที่เมื่อราคาวิ่ง 30 Pips จะมีมูลค่าไม่เกิน $20 / 700 บาท
- ถ้าออก 0.10 Lot = (1 Pip = $1 / 35 บาท) ราคาวิ่ง 30 Pips = $30 / 1,050 บาท (เกินความเสี่ยง)
- ถ้าออก 0.06 Lot = (1 Pip = $0.6 / 21 บาท) ราคาวิ่ง 30 Pips = $18 / 630 บาท (อยู่ในแผน)
การคำนวณลักษณะนี้ช่วยให้เทรดอยู่รอดระยะยาว เพราะคุณไม่ Overtrade ทำให้พอร์ตไม่เสียหายหนักเวลาเทรดแพ้ ถ้าพอร์ตยังอยู่ โอกาสทำกำไรกลับมามีเสมอ เพราะตลาดเปิดทุกวัน
การทำความเข้าใจ Pip คือก้าวแรกของการเทรด Forex อย่างมืออาชีพ
Pip คือพื้นฐานที่นักเทรด Forex ทุกคนต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะหากคุณไม่รู้ว่าการขยับของราคาแต่ละจุดมีมูลค่าเท่าไหร่ คุณจะไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงของการเทรดแต่ละครั้งได้เลย เปรียบเสมือนขับรถแบบไม่รู้ว่ากำลังวิ่งที่ความเร็วเท่าไหร่ มันอันตรายมากกว่าที่คิด แนะนำให้หาโบรกเกอร์ Forex ที่มีบัญชีมี Demo อย่างเช่น Exness, Moneta Markets หรือ XM เพื่อฝึกนับ Pip และคำนวณกำไร–ขาดทุนในบัญชี Demo ก่อนเริ่มเทรดจริง เมื่อคุณคุม Pip ได้ คุณก็จะคุม Money Management ได้ และนั่นคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในตลาด Forex ระยะยาวอย่างแท้จริง
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือวิชาชีพใด ๆ ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ปรากฏไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนจาก Moneta Markets หรือผู้เขียน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจลงทุน

