อัพเดตบทวิเคราะห์สถานการณ์คู่เงิน USD/CAD ประจำวันที่ 20 มีนาคม 2569 จาก Moneta Markets ครับ ปัจจุบันคู่เงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับดอลลาร์แคนาดา (USD/CAD) ขาดทิศทางที่ชัดเจนและเข้าสู่ช่วงพักตัว (Sideways) เนื่องจากเกิดการคานอำนาจกันระหว่างสองปัจจัยหลัก คือ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นช่วยหนุนค่าเงินแคนาดา ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงก็ช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเอาไว้
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- สภาวะตลาด: USD/CAD อยู่ในช่วงสะสมพลังและแกว่งตัวไร้ทิศทาง (Sideways) ในกรอบ 1.3650 – 1.3800
- ปัจจัยหนุนดอลลาร์แคนาดา (CAD): ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ช่วยส่งเสริมภาคการส่งออกพลังงานของแคนาดา
- ปัจจัยหนุนดอลลาร์สหรัฐ (USD): เฟด (Fed) ส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องนานขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่อาจกลับมาพุ่งสูงตามราคาพลังงาน
- ธนาคารกลางแคนาดา (BoC): เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแต่เงินเฟ้อมีแรงกดดันจากราคาพลังงาน ทำให้ตัดสินใจนโยบายการเงินได้ยาก
- แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
- แนวต้าน: 1.3800 (จุดทดสอบสำคัญที่ยังไม่ผ่าน)
- แนวรับ: 1.3650 (แนวรับแข็งแกร่งในระยะสั้น) และ 1.3600 (เป้าหมายถัดไปหากหลุดแนวรับแรก)
- สัญญาณทางเทคนิค: เครื่องชี้วัด (MACD, RSI) บ่งชี้สภาวะเป็นกลาง ตลาดขาดแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนและกำลังรอปัจจัยใหม่ (Wait-and-see)
บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ทิศทางของ USD/CAD ในขณะนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว ด้านหนึ่งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับค่าเงินแคนาดา แต่อีกด้านหนึ่ง อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงมีความน่าดึงดูด ส่งผลให้ค่าเงินคู่นี้เคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวในกรอบ (Range-bound) และนักลงทุนเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น
ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% ตามคาด แต่ถ้อยแถลงล่าสุดเริ่มแสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจระยะหลังอ่อนแรงลงกว่าที่คาดไว้ ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็สร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ทำให้ BoC ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก จะผ่อนคลายนโยบายก็ไม่ได้ จะคุมเข้มต่อก็ยาก
ในส่วนของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แม้จะเลือกคงดอกเบี้ยเช่นกัน แต่เริ่มมีความรอบคอบมากขึ้นในการประเมินว่าเงินเฟ้อจะลดลงจริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในระยะสั้น ส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจจะค้างอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คิด (Higher for longer) ซึ่งจะจำกัดโอกาสที่ค่าเงิน USD/CAD จะปรับตัวลดลง
หากมองที่ปัจจัยพลังงาน สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่แปรปรวนกำลังเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาด แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่าอุปทานน้ำมันจะถูกกระทบหรือไม่ แต่ความกังวลได้สะท้อนไปที่ราคาแล้ว สำหรับแคนาดาซึ่งพึ่งพาการส่งออกพลังงาน ราคาน้ำมันที่แข็งแกร่งย่อมส่งผลดีต่อดุลการค้าและหนุนค่าเงินในประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การฟาดฟันระหว่างดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์แคนาดามีความซับซ้อนและไร้ทิศทางชัดเจนในระยะสั้น
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค

จากกราฟรายวัน (Daily Chart) ของคู่เงิน US Dollar vs Canadian Dollar (USD/CAD) ในภาพ จะเห็นภาพรวมของการเคลื่อนไหวของราคาที่ค่อนข้างชัดเจนว่าได้เปลี่ยนผ่านจากช่วงขาลงในช่วงก่อนหน้า เข้าสู่สภาวะ sideways หรือช่วงพักตัวเพื่อสะสมพลังอย่างชัดเจนในพื้นที่ปัจจุบัน
สภาวะตลาดปัจจุบัน: ราคาชะลอการปรับตัวลงและเข้าสู่ช่วง สะสมพลัง (Consolidation) โดยแกว่งตัวอยู่แถวระดับ 1.3734 ขณะที่เส้น Bollinger Bands บีบแคบลง บ่งบอกว่าแนวโน้มเริ่มลดความรุนแรงลง
- แนวต้านสำคัญ: อยู่ที่บริเวณ 1.38 ซึ่งเป็นระดับที่ราคาทดสอบหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านไปได้
- แนวรับสำคัญ: * แนวรับแรก: 1.3650 เป็นจุดที่มีแรงซื้อกลับและราคาเคยมักจะดีดตัวขึ้นจากจุดนี้
- แนวรับถัดไป: หากหลุดแนวรับแรก ราคาอาจลงไปทดสอบที่ระดับ 1.36
เครื่องชี้วัดทางเทคนิค (Indicators):
- MACD: เคลื่อนที่เข้าใกล้เส้นศูนย์ แต่แรงส่งฝั่งขาขึ้น (Bullish Momentum) ยังไม่ชัดเจน
- RSI: อยู่ที่ระดับ 57 แสดงถึงสภาวะที่เป็นกลางค่อนไปทางบวก ฝั่งซื้อยังได้เปรียบเล็กน้อยแต่ยังไม่มีแรงขับเคลื่อนที่รุนแรง
ภาพรวม: ตลาดอยู่ในช่วง “รอเลือกทาง” และรอปัจจัยใหม่เข้ามาขับเคลื่อนทิศทางที่ชัดเจนกว่านี้
กล่าวโดยสรุป
ราคาแนวโน้มจะแกว่งตัวรอบระดับ 1.3734 หากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ค่าเงินแคนาดาอาจแข็งค่าและกดดันให้คู่เงินนี้ลงไปทดสอบแนวรับด้านล่าง ในทางกลับกันหากดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า ราคาอาจขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1.38 อีกครั้ง โดยรวมคาดว่าตลาดจะยังคงผันผวนในกรอบแคบๆ ต่อไป
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

