ปัจจัยพื้นฐาน
- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เน้นค่อยเป็นค่อยไป คาดขึ้นดอกเบี้ยอีกทีปลายปี: ตลาดยังคงจับตาความเร็วในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมุมมองจาก BofA Securities ประเมินว่า แม้แรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศญี่ปุ่นจะยังไม่หายไปทั้งหมด แต่ BOJ มีแนวโน้มสูงมากที่จะเลือกใช้แนวทาง “ค่อยเป็นค่อยไป” (Gradual Tightening) แทนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้การขึ้นดอกเบี้ยที่รวดเร็วเกินไปส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน
- กางไทม์ไลน์ดอกเบี้ยเยน ปลายปีหน้าแตะ 1.75%: คาดการณ์เส้นทางอัตราดอกเบี้ยระบุว่า BOJ อาจจะเริ่มขยับขึ้นดอกเบี้ยรอบถัดไปในเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นจะทยอยปรับขึ้นอีกสองครั้งในเดือนมีนาคมและกรกฎาคม 2570 ซึ่งหากเป็นไปตามแผนนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่นจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1.75% ในปลายปี 2570 แม้จะเป็นการสิ้นสุดยุคดอกเบี้ยต่ำพิเศษแบบถาวร แต่ความเร็วระดับนี้ถือว่าผ่อนปรนและเชื่องช้ามากเมื่อเทียบกับฝั่งสหรัฐฯ
- เงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) พุ่งกระฉูด 4.2% ทุบสถิติในรอบ 3 ปี: ทางด้านฝั่งสหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคม ประกาศออกมาขยายตัวพุ่งขึ้นจาก 3.8% สู่ระดับ 4.2% เมื่อเทียบรายปี (YoY) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยมีตัวเร่งหลักมาจากราคาพลังงานที่ทะยานขึ้นถึง 23.5% ขณะที่ราคาอาหารทรงตัว
- ไส้ในเงินเฟ้อสหรัฐฯ (Core CPI) ยังนิ่ง เฟดยังไม่เปลี่ยนใจ: อย่างไรก็ตาม ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานกลับออกมาตามนัด โดยขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 2.8% เป็น 2.9% YoY ขณะที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานรายเดือน (Core CPI MoM) ชะลอตัวลงจาก 0.4% มาอยู่ที่ 0.2% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด บ่งชี้ว่าความกดดันด้านราคายังไม่ได้กระจายตัวลึกเข้าสู่ภาคบริการอื่น ๆ ทำให้เฟด (Fed) ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับเปลี่ยนท่าทีนโยบายการเงินในระยะสั้นนี้ ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Yield Differential) ระหว่างดอลลาร์และเยนยังคงกว้างมากและเป็นแรงหนุนให้เงินทุนไหลออกจากเยนเข้าหาดอลลาร์ต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค

โครงสร้างกราฟรายวัน (Daily Timeframe) ของคู่เงิน USDJPY แสดงสถานะกระทิงครองเมืองชัดเจน ราคาเคลื่อนไหวไต่ขอบบนของกรอบ Bollinger Bands อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่บริเวณ 160.30 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดสูงสุดเดิมในอดีตเพียงเอื้อมมือ โครงสร้างราคายังคงทำรูปแบบยกไฮยกโลว์ (Higher Highs, Higher Lows) อย่างเป็นระบบ ไม่มีสัญญาณการเสียทรงของเทรนด์ขาขึ้น
- Moving Averages: กลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (EMA) เรียงตัวกันในลักษณะขาขึ้นอย่างสมบูรณ์ (Bullish Alignment) โดยเส้นระยะสั้นทำมุมชันขึ้นเหนือเส้นระยะกลางและยาว ทุกครั้งที่ราคาเกิดการย่อตัวลงมาจะพบแรงช้อนซื้อกลับหนุนที่แนวเส้นค่าเฉลี่ยเสมอ สภาวะการเทขายอย่างรุนแรงเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาถูกตลาดดูดซับแรงขายไปหมดสิ้นแล้ว และราคาสามารถวิ่งกลับเข้าสู่รางรถไฟขาขึ้นดั้งเดิมได้อย่างมั่นคง
- Momentum Indicators: ดัชนี RSI ฟื้นตัวกลับมาสะสมพลังบริเวณระดับ 63 แม้จะใกล้เข้าเขตซื้อมากเกินไปแต่ยังมีพื้นที่ (Room) ให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อได้โดยไม่เกิดสภาวะตึงตัวสุดขีด ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD วิ่งกลับขึ้นมาตัดเหนือแกนศูนย์เรียบร้อยแล้ว เส้น DIFF และ DEA ทะยานขึ้นพร้อมแท่งฮิสโตแกรมที่ขยายตัวกว้างขึ้น ยืนยันว่าการปรับตัวขึ้นรอบนี้เป็นการวิ่งตามเทรนด์หลักที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่การรีบาวด์ระยะสั้น
- คำเตือนทางเทคนิค: เนื่องจากราคาขยับเข้าใกล้กรอบบนของ Bollinger Bands ประกอบกับ RSI ที่ไต่ระดับสูงขึ้น แม้แนวโน้มหลักจะเป็นขาขึ้นชัดเจน แต่ตามหลักเทคนิคเมื่อเข้าใกล้เขตซื้อมากเกินไป (Overbought) นักลงทุนควรระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นรอบด่านจิตวิทยา 1.4000 หรือบริเวณแนวต้านประวัติศาสตร์
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

