สรุปเนื้อหาสำคัญ
- ปัจจัยหนุนราคา: ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งสูงขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความกังวลเรื่องความปลอดภัยในเส้นทางขนส่งพลังงาน (โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ)
- อุปทานตึงตัว: สต็อกน้ำมันโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ประกอบกับท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ และคำขู่โต้ตอบจากอิหร่าน ทำให้นักลงทุนกังวลว่าอุปทานจะขาดแคลนในระยะยาว
- มุมมองทางเทคนิค: ราคาเปลี่ยนผ่านจากช่วงสะสมพลัง (Sideways) เข้าสู่ขาขึ้น (Uptrend) อย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ และอาจไปถึง 103 – 105 ดอลลาร์
- ข้อควรระวัง: ตลาดเริ่มมีสัญญาณความร้อนแรงเกินไป (Overbought) อาจเกิดแรงเทขายทำกำไรในระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ต้องจับตาคือช่วง 80 – 76 ดอลลาร์
- ทิศทางตลาด: ตราบใดที่ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบขาขึ้นและไม่หลุดแนวรับสำคัญ ฝั่งซื้อยังคงได้เปรียบในระยะกลาง
ราคาน้ำมันดีดตัวทะลุช่วงพักฐาน เข้าสู่ขาขึ้นอย่างเต็มตัว
อัพเดตบทวิเคราะห์ตลาด วันที่ 24 มีนาคม 2569 จาก Moneta Markets ครับ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะลุผ่านกรอบการแกว่งตัวเดิมและเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น
วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ความผันผวนของราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ลึกลงไปกว่านั้นคือความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงของอุปทานที่เริ่มสั่นคลอน ปัจจุบันการฟื้นตัวของสต็อกน้ำมันทั่วโลกยังไม่เพียงพอ ขณะที่จังหวะการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันยังมีความไม่แน่นอน เมื่อฐานรากไม่มั่นคงเช่นนี้ เพียงแค่มีปัจจัยลบเพียงเล็กน้อย ราคาก็พร้อมจะพุ่งทะยานได้ทันที ตลาดในตอนนี้จึงมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงสูงกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา
ท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ดึงความสนใจของตลาดกลับมาที่ความปลอดภัยในการขนส่งพลังงาน หากเส้นทางขนส่งสำคัญไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ตามกำหนด อาจมีการยกระดับมาตรการตอบโต้ขึ้น ซึ่งตลาดตีความว่านี่คือสัญญาณของความขัดแย้งที่อาจบานปลาย โดยเฉพาะเมื่อการขนส่งพลังงานโลกต้องพึ่งพาเส้นทางเพียงไม่กี่จุด ความไม่แน่นอนใดๆ จึงถูกขยายความสำคัญอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มตึงเครียดและมีสัญญาณการขยายวงกว้าง โดยอิหร่านส่งสัญญาณชัดเจนว่าหากถูกคุกคาม อาจมีการตอบโต้ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ เหตุโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ยิ่งทำให้ตลาดกังวลว่าความไม่สงบจะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในพื้นที่เดิม แต่มีโอกาสลุกลามใหญ่โต
แรงกดดันที่ชัดเจนที่สุดตกอยู่ที่ห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากการสัญจรถูกจำกัด จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกของประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักในตะวันออกกลาง และหากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหาย ระยะเวลาในการฟื้นฟูอาจยาวนาน ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงได้ยาก ในสภาวะเช่นนี้ เงินทุนจึงไหลเข้าสู่สินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบเพื่อหนีความเสี่ยง ส่งผลให้ฐานราคาน้ำมันขยับสูงขึ้น
วิเคราะห์ทางเทคนิค

- Breakout ที่รุนแรง: จะเห็นได้ชัดว่าราคาน้ำมันผ่านช่วงสะสมตัว (Sideways) ยาวนานเกือบตลอดปี 2025 และเพิ่งมา “ระเบิด” พุ่งขึ้นแรงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2026 จนทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นมา
- แนวต้านทางจิตวิทยา 100 ดอลลาร์: จากกราฟ ราคาพยายามขึ้นไปทดสอบโซนใกล้ 100 ดอลลาร์ (ไส้เทียนยาวด้านบน) แต่เริ่มมีแรงเทขายกดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 90.118 ดอลลาร์ ในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับที่บทวิเคราะห์เตือนเรื่อง “ตลาดร้อนแรงเกินไป” และการพักตัวสะสมพลัง
- สัญญาณ MACD: เส้น MACD อยู่สูงกว่าระดับ 0 มาก (โซนเป็นบวก) แต่เริ่มมีการหักหัวลงและฮิสโตแกรมเริ่มสั้นลง ยืนยันว่า “แรงส่งขาขึ้นเริ่มแผ่ว” ในระยะสั้น และกำลังเข้าสู่รอบการปรับฐาน
- สัญญาณ RSI: ปัจจุบัน RSI อยู่ที่ 58.06 ซึ่งลดลงจากระดับ Overbought (เหนือ 70) ก่อนหน้านี้แล้ว หมายความว่าความตึงตัวของราคาเริ่มคลายลง แต่ยังรักษาสถานะอยู่ในฝั่ง Bullish (มากกว่า 50)
แนวรับถัดไป: หากราคายังปรับตัวลงต่อ จุดที่ต้องจับตาคือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น (เส้นสีแดงในกราฟ) และโซนแนวรับเดิมที่ประมาณ 78 – 80 ดอลลาร์ ซึ่งหากรับอยู่ จะเป็นโอกาสในการสะสมรอบใหม่
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

