XAG/USD แร่เงินแกว่งตัวระดับสูง 73-76 ดอลลาร์ รอสัญญานเบรกเอาต์ฝั่งมหภาค

เผยแพร่เมื่อ 04/06/2026 โดย

บทวิเคราะห์ตลาด 04 06 2026
XAG/USD แร่เงินแกว่งตัวระดับสูง 73-76 ดอลลาร์ รอสัญญานเบรกเอาต์ฝั่งมหภาค

แรงซื้อจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่พุ่งสูงขึ้นสลับกับการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ยังคงเป็นสองปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ส่งผลให้ราคาแร่เงินในระยะสั้นเคลื่อนไหวแกว่งตัวออกข้างในระดับสูง เพื่อสะสมกำลังและรอคอยปัจจัยชี้นำใหม่ ๆ จากฝั่งมหภาคเพื่อกำหนดทิศทางที่แน่ชัด

บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

สถานการณ์ความตึงเครียดในแถบตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นรอบใหม่ ได้กระตุ้นให้แรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดซ้ำซ้อนระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเป็นสปอตไลท์ของสปอตตลาดทุนโลกอีกครั้ง ทว่าในวิกฤตการณ์รอบนี้ นักลงทุนไม่ได้มองเพียงแค่การหลบภัยเข้าสู่โลหะมีค่า แต่มีความกังวลที่เข้มข้นกว่าเดิมในมิติของห่วงโซ่อุปทานพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่อาจดีดตัวขึ้นซ้ำ

ความเสี่ยงด้านการคมนาคมขนส่งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากประสิทธิภาพในการเดินเรือถูกตัดขอนหรือหยุดชะงัก อุปทานน้ำมันดิบที่ตึงตัวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก และกลายเป็นตัวฉุดรั้งให้กระบวนการกดดันอัตราเงินเฟ้อให้ต่ำลง (Disinflation) ต้องหยุดชะงักหรือดีดตัวกลับขึ้นมา

ในฝั่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI) ประจำเดือนพฤษภาคมดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 54.0 ซึ่งถือเป็นสถิติที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของภาคการผลิต สอดคล้องกับตลาดแรงงานที่ยอดตำแหน่งงานเปิดรับสมัคร (Job Openings) ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการเลิกจ้างงานทรงตัวในระดับต่ำ ยืนยันถึงอุปสงค์แรงงานที่ยังคงมั่นคง ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดเหล่านี้บีบให้ผู้เล่นในตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด เพื่อสกัดกั้นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อให้อยู่หมัด

ภายใต้การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) เคลื่อนไหวในแดนบวกและสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากแร่เงินเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย (Non-Yielding Asset) สภาพแวดล้อมที่ดอกเบี้ยสูงจึงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครอง (Opportunity Cost) อย่างไรก็ดี ในภาพระยะกลางถึงระยะยาว แร่เงินยังคงได้รับแรงหนุนที่แข็งแกร่งจากอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมจริง (Industrial Demand) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน (เช่น แผงโซลาร์เซลล์), โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งความต้องการใช้แร่เงินในภาคการผลิตขั้นสูงนี้ทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับไม่ให้ราคาร่วงลงแรง

บทวิเคราะห์ทางเทคนิค

เมื่อพิจารณาโครงสร้างราคาแร่เงินในกราฟรายวัน (Daily Timeframe) จะพบว่าหลังจากที่ราคาได้ปรับตัวพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบก่อนหน้า ปัจจุบันราคาได้เข้าสู่โหมดการแกว่งตัวออกข้างเพื่อสะสมกำลังในระดับบน (High-Level horizontal Consolidation) เป็นการชั่วคราว แม้ราคาจะย่อตัวลงมาจากจุดสูงสุดเดิมแต่ก็สามารถรักษาระดับและมีแรงช้อนซื้อคอยพยุงทุกครั้งที่ราคาเข้าใกล้โซน 73 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่ายังมีปริมาณคำสั่งซื้อดักรออยู่ อย่างไรก็ดี แรงรีบาวด์กลับขึ้นไปก็เริ่มลดน้อยลงเมื่อเทียบกับท่วงทำนองในอดีต ล่าสุดกรอบอินดิเคเตอร์ Bollinger Bands เริ่มม้วนตัวแคบลง (Contracting) ขณะที่ระนาบราคาเริ่มวิ่งราบเรียบ สะท้อนว่าตลาดขาดแรงขับเคลื่อนในทิศทางเดียว (Single-Directional Momentum)

  • เส้นค่าเฉลี่ย (Moving Averages): เส้น MA ระยะสั้นเริ่มเปลี่ยนทิศทางเป็นแนวราบ วิ่งตัดสลับไปมากับแท่งราคา บ่งชี้ถึงสภาวะการต่อสู้กันอย่างสูสีระหว่างฝั่งกระทิงและฝั่งหมี (Tug-of-War)
  • แนวต้านสำคัญ: โซนระหว่าง 75 – 76 ดอลลาร์ ยังคงทำหน้าที่เป็นกำแพงหนาแน่นที่สกัดกั้นการขึ้นในระยะสั้น การทดสอบในช่วงที่ผ่านมายังไม่สามารถปิดยืนเหนือโซนนี้ได้อย่างมั่นคง หากในอนาคตสามารถเบรกทะลุผ่าน 76 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ ทัศนคติของตลาดจะเปลี่ยนเป็นบวกทันที โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 78 ดอลลาร์ ในทางกลับกันหากราคาหลุดแนวรับ 73 ดอลลาร์ ลงไป โครงสร้างราคามีความเสี่ยงที่จะลงไปทดสอบโซนล่างบริเวณ 70 – 71 ดอลลาร์ ตามลำดับ
  • MACD: แม้จะยังคงประคองตัวอยู่เหนือแกนศูนย์ (Above Zero Line) แต่ขนาดของแท่งฮิสโตแกรมปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับเส้น DIFF และ DEA ที่ขยับเข้าหากัน ยืนยันว่าแรงส่งฝั่งซื้อ (Bullish Momentum) กำลังลดความร้อนแรงลง แม้จะยังไม่มีสัญญาณกลับตัวเป็นขาลงเด่นชัด แต่ฝั่งซื้อไม่ได้ครองความได้เปรียบที่เบ็ดเสร็จอีกต่อไป สอดคล้องกับปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่ลดลงสะท้อนภาวะลดความเสี่ยงและรอดูสถานการณ์ (Wait-and-See)
  • RSI: ทยอยลดระดับลงมาจากโซนซื้อมากเกินไป (Overbought) และปัจจุบันปักหลักอยู่บริเวณค่ากลาง (ระดับ 50) คลายความตึงตัวทางเทคนิคลงเรียบร้อยแล้ว ในระยะสั้นราคาน่าจะแกว่งตัวในกรอบฟันปลาผันผวนระหว่าง 73 – 76 ดอลลาร์ จนกว่าจะมีกระแสข่าวมหภาคชุดใหม่เข้ามาขับเคลื่อนเพื่อเลือกข้าง

ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

ทำไมต้องเลือก Moneta Markets
ในการซื้อขายโลหะมีค่า
และสินค้าโภคภัณฑ์?

Moneta มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
สูงสำหรับนักลงทุนทั่วโลกด้วยโครงสร้างต้นทุนที่แข่งขันได้ และ
ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม
เพื่อช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากโอกาสในตลาด

  • Check Icon

    ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดแบบเรียลไทม์

  • Check Icon

    เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สนใจจังหวะราคา

  • Check Icon

    สภาพคล่องลึกและต้นทุนที่โปร่งใส

  • Check Icon

    รูปแบบการซื้อขายที่เป็นธรรม

  • Check Icon

    การดำเนินการสั่งซื้อที่รวดเร็วมาก?

  • Check Icon

    ติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดแบบเรียลไทม์

  • Check Icon

    เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สนใจจังหวะราคา

  • Check Icon

    สภาพคล่องลึกและต้นทุนที่โปร่งใส

  • Check Icon

    รูปแบบการซื้อขายที่เป็นธรรม

  • Check Icon

    การดำเนินการสั่งซื้อที่รวดเร็วมาก?

open chat
close
สวัสดี! มีอะไรให้ช่วยไหม?
line
line

สแกน QR Code เพื่อเพิ่ม @monetamarkets และติดต่อเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าส่วนตัวของคุณผ่าน LINE ได้ทันที

line
MessengerSite
MessengerSite

สแกน QR Code เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน Messenger

MessengerSite
chat
chat
chat