สรุปเนื้อหาสำคัญ
- สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางผลักดันให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แรงกดดันจากเงินเฟ้อนำเข้าทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง
- เจ้าหน้าที่เฟดเริ่มมีจุดยืนร่วมกันในทางสายเหยี่ยว (Hawkish) โดยเน้นย้ำว่านโยบายตึงตัวในปัจจุบันยังคงเหมาะสมกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเป้าหมายหลักได้เปลี่ยนกลับมาเป็นการรักษาเสถียรภาพความคาดหวังเงินเฟ้อ
- วอลล์สตรีทเริ่มละทิ้งการเดิมพันเรื่องการลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในปีนี้ ขณะที่ตลาดพันธบัตรเริ่มคำนวณราคาดักหน้าโครงสร้างดอกเบี้ยสูงในระยะยาว ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง
- เฟดยังคงไม่ปิดโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต ขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงรักษาแรงต้านทานและความยืดหยุ่นเอาไว้ได้
เฟดกลับมาตรึงความคาดหวังของตลาด
ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อเจ้าหน้าที่เฟดเริ่มกลับมาประสานเสียงไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากหลายเดือนก่อนหน้านี้ตลาดพยายามเก็งกำไรเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างหนัก แต่เมื่อความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นจึงกลายเป็นแรงกดดันจากเงินเฟ้อนำเข้าที่ทำให้ภาพรวมเปลี่ยนไป
แอนนา พอลสัน ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ระบุว่านโยบายการเงินที่ตึงตัวในปัจจุบันยังคงมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อเป็นกันชนรองรับแรงกระแทกจากมาตรการภาษีและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเป้าหมายหลักของเฟดในเวลานี้ได้เปลี่ยนจากการรีบลดดอกเบี้ย มาเป็นการป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อกลับมาหลุดการควบคุมอีกครั้ง
ตลาดโลกยอมรับความจริงยุคดอกเบี้ยสูง
วอลล์สตรีทเริ่มทยอยละทิ้งการเดิมพันเรื่องการลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ หลังจากราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นจนตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ หลายตัวเริ่มขยับสูงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรต้องกลับมาคำวณราคาเพื่อรับมือกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ต้องค้างสูงยาวนานกว่าที่คาด (Higher for Longer)
พอลสันมองว่าการปรับฐานของตลาดในรอบนี้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น การที่นักลงทุนเริ่มพิจารณาทั้งการคงดอกเบี้ยและการปรับขึ้นดอกเบี้ยควบคู่กัน ช่วยให้ตลาดการเงินเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพและระมัดระวังมากขึ้น แทนที่จะเทใจเก็งกำไรไปในทิศทางเดียวเหมือนก่อนหน้านี้ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องก็เป็นสิ่งยืนยันว่าทุนโลกได้ยอมรับโครงสร้างดอกเบี้ยระดับสูงนี้แล้ว
เฟดเปิดไพ่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยหากจำเป็น
แม้ว่าปัจจุบันเฟดจะยังไม่มีท่าทีรีบร้อนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ไม่ได้ปิดโอกาสในการกระชับนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำเรื่องความยืดหยุ่นเพื่อรักษาพื้นที่ในการดำเนินนโยบาย หากราคาพลังงานยังคงพุ่งสูงและเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ภาคค่าจ้าง ภาคบริการ รวมถึงเงินเฟ้อพื้นฐาน เฟดก็พร้อมที่จะพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยทันที ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าการประชุม FOMค ในเดือนมิถุนายนนี้ เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่กรอบ 3.5% ถึง 3.75% ตามเดิม
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีแรงต้านทานความเสี่ยง
แม้สภาพแวดล้อมภายนอกจะมีความผันผวนสูง แต่เฟดประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อรุนแรงจนหลุดการควบคุม เนื่องจากความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวยังคงทรงตัวและเติบโตได้ตามศักยภาพ โดยยังไม่เห็นความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเงินเฟ้อฝังลึกเหมือนในช่วงศตวรรษก่อน อย่างไรก็ตาม การปรับฐานของตลาดพันธบัตรโลกและเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ยังคงสร้างแรงกดดันต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนในตลาดเกิดใหม่และกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

