สรุปเนื้อหาสำคัญ:
- ทรัมป์ขู่เก็บภาษีเกาหลีใต้หลังสภาโซลล่าช้าในการรับรองข้อตกลงการค้า
- เป้าหมายหลักคือภาษีรถยนต์ 25% ซึ่งกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
- เกาหลีใต้เร่งดันงบลงทุน 3.5 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาแรงกดดัน
- ฝ่ายเกาหลีใต้เร่งกระบวนการทางกฎหมายและการทูตเพื่อป้องกันไม่ให้ภาษีถูกบังคับใช้จริง
ความสัมพันธ์ทางการค้าสหรัฐฯ-เกาหลีใต้เผชิญมรสุมใหม่
ท่ามกลางบรรยากาศการค้าโลกที่เปราะบาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยับหมากเกมภาษีอีกครั้ง โดยพุ่งเป้าไปที่เกาหลีใต้ ทรัมป์แสดงความไม่พอใจผ่านโซเชียลมีเดียอย่างรุนแรง กรณีที่รัฐสภาเกาหลีใต้ล่าช้าในการอนุมัติกรอบข้อตกลงทางการค้าที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ โดยเขามองว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของกระบวนการ แต่คือการ “ละทิ้งคำมั่นสัญญา” ต่อสหรัฐฯ ซึ่งส่งสัญญาณชัดเจนว่าเขากำลังเปลี่ยนจุดสนใจจากการเจรจาสู่การกดดันด้วยภาษีศุลกากรทันที
ไม้ตายภาษี 25%: อุตสาหกรรมยานยนต์คือเป้าหมายหลัก
ทรัมป์ไม่ได้เพียงแค่ตำหนิในเชิงหลักการ แต่มีการระบุชื่อสินค้าอย่างชัดเจน โดยขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ ไม้แปรรูป และยาจากเกาหลีใต้ในอัตราที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่อาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 25% (จากระดับปัจจุบันที่ต่ำกว่านั้นมาก)
หากมาตรการนี้เกิดขึ้นจริง จะส่งผลกระทบต่อกำไรของค่ายรถยนต์เกาหลีใต้ในสหรัฐฯ อย่างรุนแรง และสะเทือนไปถึงห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนยานยนต์ที่เชื่อมโยงกันทั้งสองประเทศ ตลาดทุนเริ่มขยับรับข่าวนี้ด้วยความกังวล ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงผันผวน ขณะที่ ราคาทองคำ พุ่งสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทันที
เกาหลีใต้เข้าสู่สภาวะฉุกเฉิน: งัดงบ 3.5 แสนล้านดอลล์เข้าสู้
รัฐบาลเกาหลีใต้ตอบโต้อย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงการคลังเตรียมผลักดันกฎหมายความร่วมมือด้านการลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเคยชะงักอยู่ในสภาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ให้ผ่านความเห็นชอบโดยเร็วที่สุดเพื่อใช้เป็น “ไพ่ตาย” ในการเจรจา
ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเกาหลีใต้เตรียมส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยังวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเจรจาแบบเผชิญหน้า โดยพยายามชี้แจงถึงข้อจำกัดทางกฎหมายภายในประเทศ และหวังจะลดอุณหภูมิความขัดแย้งก่อนที่คำขู่เรื่องภาษีจะกลายเป็นนโยบายจริง
การทูตและกฎหมาย: เร่งเครื่องเจรจาระดับพรรค
ในระดับการเมืองภายในพรรครัฐบาลเกาหลีใต้ เริ่มขยับตารางเวลาให้เร็วขึ้น โดยตั้งเป้าจะพิจารณากฎหมายการค้าระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อแสดงความจริงใจต่อฝ่ายสหรัฐฯ ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งที่อาจบานปลาย
ข้อมูลและการวิเคราะห์ในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเงิน Moneta Markets ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดจากการนำข้อมูลไปใช้งาน ผู้อ่านควรใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน

