ราคาทองย้อนหลัง 10 ปี ตารางราคาทองคำไทย 2559–2569 พร้อมวิเคราะห์แนวโน้ม

ราคาทองย้อนหลัง 10 ปี ตารางราคาทองคำไทย 2559–2569 พร้อมวิเคราะห์แนวโน้ม

เผยแพร่เมื่อ 10/03/2026 โดย

มือใหม่ คู่มือเริ่มต้น
ราคาทองย้อนหลัง 10 ปี ตารางราคาทองคำไทย 2559–2569 พร้อมวิเคราะห์แนวโน้ม

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่คนไทยคุ้นเคยมานาน หลายบ้านซื้อเก็บทั้งเพื่อความสวยงามและเพื่อรักษามูลค่าของเงิน แต่หากมองในมุมการลงทุน ทองคำคือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้ออย่างดี

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดทองคำไทย ไม่เคลื่อนไหวเรียบง่ายเหมือนอดีต มีความผันผวนจากเหตุการณ์ระดับโลก วิกฤตโรคระบาด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือความผันผวนของค่าเงินบาท

ดังนั้นการดูราคาทองย้อนหลังจึงไม่ใช่แค่การย้อนดูตัวเลขเก่า ๆ เท่านั้น แต่เหมือนกับการอ่านแผนที่ของตลาด เพื่อเข้าใจว่าราคาเคลื่อนไหวอย่างไร และควรวางแผนลงทุนแบบไหนในอนาคต

ภาพรวมราคาทองคำไทยย้อนหลัง 10 ปี

หากย้อนกลับไปประมาณปี 2559 ราคาทองคำในประเทศไทยอยู่เพียงราว 18,000 – 20,000 บาทต่อบาททองคำเท่านั้น แต่ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ราคากลับค่อย ๆ ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เข้าสู่ปี 2568 ราคาทองทะลุระดับ 40,000 บาท และในปี 2569 ตลาดยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคาสูงเป็นประวัติการณ์

ราคาทองคำไทยสะท้อนทั้งราคาทองคำในตลาดโลกและค่าเงินบาท โดยมีสมาคมค้าทองคำเป็นผู้แจ้งราคากลางรายวันให้ตลาด

หากสังเกตวัฏจักรราคาในช่วง 10 ปีนี้ จะเห็นว่ามีทั้งช่วงพักฐาน ช่วงผันผวน และช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความตึงเครียดมากมาย

ทุกครั้งที่เผชิญวิกฤต นักลงทุนมักหันมาหาทองคำมากขึ้น เพราะมองว่าทองคำคือสินทรัพย์ปลอดภัยที่ช่วยรักษามูลค่าเงินในช่วงเวลาที่ตลาดอื่นสั่นคลอน

ตารางราคาทองคำแท่งย้อนหลังรายปี (2559 – ปัจจุบัน)

ตารางด้านล่างเป็นการสรุปราคาสูงสุดและต่ำสุดของทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% ในแต่ละปี เพื่อให้เห็นกรอบการเคลื่อนไหวของราคาอย่างชัดเจน

ปี พ.ศ.ราคาสูงสุด (บาท)ราคาต่ำสุด (บาท)การเปลี่ยนแปลงรายปี (โดยประมาณ)
2559 (2016)22,85018,150+12%
2560 (2017)21,20019,050-2%
2561 (2018)20,40018,100-4%
2562 (2019)22,40019,200+14%
2563 (2020)30,40022,500+26%
2564 (2021)29,30024,350-3%
2565 (2022)31,50027,850+8%
2566 (2023)34,40029,200+11%
2567 (2024)42,00033,500+22%
2568 (2025)48,50040,000+15%
2569 (ปัจจุบัน)50,000+44,500กำลังติดตามสถานการณ์

หมายเหตุ: ข้อมูลสรุปจากราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5% ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ จากข้อมูลจะเห็นชัดว่าบางปีราคาทองก็พักตัวหรือปรับลดลง หากมองในมุมระยะยาว ทองคำยังให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าการฝากเงินธนาคารอย่างมาก

แนวโน้มราคาทองคำในรอบ 10 ปี บอกอะไรนักลงทุนบ้าง

ราคาทองคำไทยมาจากหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อน โดยเฉพาะ 3 ปัจจัยหลัก

1. ราคาทองคำโลก (Gold Spot)

ราคาทองคำในตลาดโลกเป็นตัวกำหนดทิศทางหลักของตลาด เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ เช่น สงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ หรือโรคระบาด นักลงทุนทั่วโลกมักขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น แล้วโยกเงินเข้าสู่ทองคำแทน ผลลัพธ์คือราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. ค่าเงินบาทกับราคาทองไทย (USD/THB)

สำหรับนักลงทุนไทย ค่าเงินบาทถือเป็นปัจจัยสำคัญมาก หากเงินบาทอ่อนค่า เช่น จาก 33 บาทต่อดอลลาร์ เป็น 36 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองคำไทยจะปรับขึ้นทันที แม้ว่าราคาทองโลกจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวจึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ราคาทองไทยสร้างสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้ง

3. เงินเฟ้อและความเชื่อมั่นในระบบการเงิน

เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น มูลค่าของเงินสดจะลดลง ในสถานการณ์แบบนี้ นักลงทุนจำนวนมากเลือกถือทองคำเพื่อรักษามูลค่าของทรัพย์สิน เพราะทองคำมีปริมาณจำกัดและไม่สามารถพิมพ์เพิ่มเหมือนเงิน ยิ่งหากระบบธนาคารหรือเศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน ความต้องการทองคำก็มักเพิ่มขึ้นตาม

กลยุทธ์ลงทุนทองคำจากบทเรียนราคาทองย้อนหลัง

คำถามที่นักลงทุนจำนวนมากกังวลคือ “ควรซื้อทองเมื่อไรดี?” หลายคนกลัวว่าถ้าซื้อช้า ราคาจะพุ่งหนี แต่ถ้าซื้อเร็วเกินก็อาจติดดอย นักลงทุนมืออาชีพจึงมักใช้กลยุทธ์ DCA

การออมทองแบบ DCA เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน

หนึ่งในวิธีที่นิยมคือการทยอยซื้อทองอย่างสม่ำเสมอในจำนวนเงินเท่าเดิมทุกเดือน วิธีนี้เรียกว่า DCA (Dollar Cost Averaging) ข้อดีคือช่วยเฉลี่ยต้นทุนโดยอัตโนมัติ

ช่วงที่ราคาสูง คุณจะซื้อทองได้จำนวนน้อยลง
ช่วงที่ราคาลดลง คุณจะซื้อได้มากขึ้น

ในระยะยาววิธีนี้ช่วยลดความกดดันในการจับจังหวะตลาด และยังเหมาะกับคนที่ต้องการสะสมทองแบบไม่ต้องรีบร้อน

วิธีรับมือเมื่อซื้อทองแพงหรือติดดอย

บางครั้งแม้จะวางแผนดี นักลงทุนก็อาจเผลอซื้อในช่วงราคาสูงสุดของปี สิ่งสำคัญคืออย่าตื่นตระหนก และประเมินสถานการณ์อย่างมีสติ

ถือระยะยาว
หากเงินที่ลงทุนเป็นเงินเย็น การถือทองคำระยะยาว 3–5 ปี มักช่วยให้ราคาฟื้นตัวและทำจุดสูงสุดใหม่ได้

ซื้อเฉลี่ยต้นทุนเพิ่ม
หากราคาปรับตัวลงต่อ การซื้อเพิ่มในระดับแนวรับสำคัญสามารถช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ต

หลีกเลี่ยงการขายแบบตื่นตระหนก
การขายในช่วงตลาดตกหนักมักเกิดจากอารมณ์มากกว่าการวิเคราะห์ และบ่อยครั้งก็เป็นจุดต่ำสุดของตลาด

ข้อควรระวังในการใช้ข้อมูลราคาทองย้อนหลังวิเคราะห์การลงทุน

แม้ว่าข้อมูลราคาทองย้อนหลังจะให้มุมมองที่มีประโยชน์ แต่นักลงทุนควรจำไว้ว่าผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังควรใช้เพื่อเข้าใจพฤติกรรมของตลาดในช่วงวิกฤต มากกว่าการคาดการณ์ราคาที่แน่นอน

อีกประเด็นที่ต้องระวังคือความแตกต่างระหว่างทองคำแท่งและทองรูปพรรณ ทองรูปพรรณมีค่ากำเหน็จและค่าดำเนินการ เมื่อขายคืนมักถูกหักค่าใช้จ่ายเหล่านี้กำไรจึงลดลง หากมองในมุมการลงทุน ทองคำแท่ง 96.5% หรือทองคำบริสุทธิ์สูงจึงมักมีต้นทุนต่ำกว่าและส่วนต่างราคาซื้อขายแคบกว่า

นอกจากนี้ควรติดตามนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น นักลงทุนบางส่วนอาจหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยแทนทองคำ

ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือวิชาชีพใด ๆ ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ปรากฏไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนจาก Moneta Markets หรือผู้เขียน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจลงทุน

คำถามเกี่ยวกับราคาทองย้อนหลัง

  • ราคาทองย้อนหลัง 10 ปี บอกแนวโน้มอนาคต?

    ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนว่าทองคำมักปรับตัวสูงขึ้นตามเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ในระยะสั้นราคาสามารถปรับฐานแรงได้ จึงไม่ควรนำเงินทั้งหมดมาลงทุนในครั้งเดียว

  • ทำไมราคาทองไทยบางครั้งไม่ลดลงตามราคาทองโลก?

    สาเหตุสำคัญคือค่าเงินบาท หากราคาทองโลกปรับลดลง แต่เงินบาทอ่อนค่ามาก ราคาทองในไทยอาจไม่ลดลง หรืออาจปรับขึ้นสวนทาง

  • ดูราคาทองรายปีหรือรายวัน แบบไหนสำคัญกว่า?

    ขึ้นอยู่กับรูปแบบการลงทุน นักลงทุนระยะยาวควรดูแนวโน้มรายปีเพื่อเข้าใจภาพรวมของตลาด แต่สำหรับนักเก็งกำไรระยะสั้น การดูกราฟรายวันหรือรายชั่วโมงมีความสำคัญมากกว่า เพราะช่วยหาจุดเข้าซื้อและขายทำกำไรแม่นกว่า

  • ถือทอง 10 ปี ให้ผลตอบแทนดีกว่าฝากเงิน?

    จากข้อมูลช่วงปี 2559 ถึง 2569 ราคาทองคำเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ทองคำมีความผันผวนสูงกว่า ดังนั้นการกระจายการลงทุนจึงยังเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุด

  • หากซื้อทองแล้วติดดอยควรทำอย่างไร?

    หากไม่จำเป็นต้องใช้เงินทันที การถือทองต่อไปมักเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ในอดีตทองคำมักทำจุดสูงสุดใหม่ภายในรอบประมาณ 3-5 ปี หรืออาจซื้อเฉลี่ยต้นทุนเมื่อราคาปรับตัวลง

  • ค่ากำเหน็จมีผลต่อการลงทุนทองอย่างไร?

    ค่ากำเหน็จเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาทองจริง หากซื้อทองรูปพรรณ ราคาทองต้องปรับขึ้นมากกว่าค่ากำเหน็จและส่วนต่างราคารับซื้อคืนก่อนจึงจะเริ่มมีกำไร นักลงทุนที่ต้องการสะสมทองเพื่อเก็งกำไรจึงมักเลือกทองคำแท่งที่มีค่ากำเหน็จน้อยหรือไม่มีเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น

10 อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก 2569: ทำไมคูเวตยังครองแชมป์ และความจริงที่คนไทยมักเข้าใจผิด

เข้าสู่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (2026) ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่ยังคงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางค่าเงิน หลายคนอาจสงสัยว่าสกุลเงินที่ทรงอิทธิพลอย่างดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือยูโร (EUR) คือสกุลเงินที่ “แพงที่สุด” ใช่หรือไม่? คำตอบคือ “ไม่ใช่” ครับ ความจริงแล้วแชมป์โลกยังคงเป็นสกุลเงินจากดินแดนตะวันออกกลางที่ครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน บทความนี้จะพาคุณไปอัปเดตอันดับล่าสุด พร้อมไขปริศนาทางเศรษฐศาสตร์ที่ทำให้คนไทยหลายคนสับสนมาตลอด ตารางอันดับสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงที่สุด (อัปเดตล่าสุด 2026) จากการรวบรวมข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate) ณ เดือนมิถุนายน 2569 พบว่าสกุลเงินในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ยังคงครองอันดับต้นๆ อย่างเหนียวแน่น เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาพลังงานและการตรึงค่าเงินไว้ในระดับที่สูง นี่คือตารางเปรียบเทียบ 10 อันดับสกุลเงินที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) และเงินบาทไทย (THB): อันดับ สกุลเงิน (Currency) รหัส เทียบดอลลาร์ (USD) เทียบเงินบาท (THB) 1 ดีนาร์คูเวต (Kuwaiti Dinar) KWD ~3.23 USD ~118.50 บาท 2 […]

คู่มือเริ่มต้น

XAUUSD คืออะไร? ต่างจากซื้อทองแท่งอย่างไร? เจาะลึกต้นทุนและวิธีทำกำไร

มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดเทรดทองส่วนใหญ่มักจะสะดุดตากับสัญลักษณ์ XAUUSD เพราะในกระดานเทรดเขาไม่ใช้คำว่า Gold ตรงๆ จนหลายคนเริ่มสับสนว่ามันคือตัวเดียวกับทองคำที่เราไปซื้อตามร้านทองหรือเปล่า ความจริงคือ XAUUSD มีกลไกการทำกำไรและต้นทุนแฝงที่ต่างจากการซื้อทองแท่งมาเก็บไว้ค่อนข้างมาก บทความนี้ผมจะสรุปประเด็นสำคัญที่เทรดเดอร์ต้องรู้ ตั้งแต่ที่มาของชื่อ ไปจนถึงวิธีคำนวณกำไรขาดทุนที่ถูกต้องครับ XAUUSD คืออะไร และทำไมถึงเรียกว่า Gold Spot? ถ้าอธิบายให้ง่ายที่สุด XAUUSD คือราคาทองคำโลกที่เทียบค่าน้ำหนักกับเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยมีที่มาจากตัวย่อสองส่วนคือ: การเทรด XAUUSD หรือที่เรียกกันว่า Gold Spot เป็นการเก็งกำไรผ่านสัญญา CFD ซึ่งหมายความว่าเราไม่ได้ถือทองคำจริงๆ ไว้ในมือ แต่เป็นการทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ข้อดีคือมีความคล่องตัวสูง เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทำกำไรได้ทั้งตอนที่ราคาวิ่งขึ้นและวิ่งลง หัวข้อเปรียบเทียบ XAUUSD ทองคำแท่ง การถือครอง สัญญาซื้อขายดิจิทัล สินค้าจริง การทำกำไร ได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ขาขึ้นเพียงอย่างเดียว ความคล่องตัว ซื้อขายได้ทันทีผ่านแอป ต้องเดินทางไปร้านทอง ต้นทุนแฝง ค่า Spread และ Swap ค่ากำเหน็จและส่วนต่างราคาหน้าร้าน ปัจจัยที่ทำให้ราคาทอง XAUUSD ขยับขึ้นลง […]

คู่มือเริ่มต้น

Doji คืออะไร? วิธีดูแท่งเทียน Doji และกลยุทธ์ทำกำไรจากความลังเลของตลาด

ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค รูปแบบแท่งเทียนเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยให้เราอ่านทิศทางลมของตลาดได้ และหากจะพูดถึงรูปแบบที่ทรงพลังที่สุดแต่กลับสร้างความสับสนให้เทรดเดอร์ได้มากที่สุดรูปแบบหนึ่ง คงหนีไม่พ้น โดจิ หรือ Doji ครับ หลายครั้งที่เราเห็นเครื่องหมายกากบาทปรากฏขึ้นบนกราฟ แล้วเรามักจะรีบด่วนสรุปว่านี่คือสัญญาณการกลับตัวของราคา แต่ในความเป็นจริงแล้ว Doji มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแท่งเทียน Doji ทำความรู้จักกับประเภทต่างๆ ที่มีนัยสำคัญแตกต่างกัน รวมถึงกลยุทธ์การเทรดจริงที่จะช่วยให้คุณแยกสัญญาณหลอกออกจากสัญญาณทำกำไร ไม่ว่าคุณจะเทรดทองคำ XAU/USD หรือคู่เงินหลักในตลาด Forex การเข้าใจ Doji อย่างถ่องแท้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจของคุณได้อย่างแน่นอนครับ ทำความเข้าใจก่อนเทรด: แท่งเทียน Doji คืออะไร? หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด Doji คือแท่งเทียนที่แสดงให้เห็นว่าราคาเปิดและราคาปิดของช่วงเวลานั้นอยู่ที่ระดับเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันมากจนแทบจะมองไม่เห็นตัวเทียนครับ สิ่งที่ปรากฏให้เราเห็นจึงมีเพียงเส้นแนวนอนสั้นๆ ที่ตัดกับไส้เทียนบนและล่าง จนดูเหมือนเครื่องหมายบวกหรือกากบาท ในเชิงจิตวิทยาการเทรด Doji คือตัวแทนของสภาวะสมดุลระหว่างแรงซื้อและแรงขาย มันบอกเราว่าในช่วงที่แท่งเทียนนี้กำลังทำงานอยู่ ทั้งฝั่งกระทิงที่พยายามดันราคาขึ้นและฝั่งหมีที่พยายามกดราคาลง ต่างก็สู้กันอย่างรุนแรงแต่สุดท้ายไม่มีใครชนะขาดลอยจนราคาต้องกลับมาจบที่จุดเริ่มต้น เกิดเป็นสภาวะความลังเลของตลาด หรือที่เรียกว่า Indecision นั่นเองครับ อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดที่รุนแรงที่สุดของเทรดเดอร์มือใหม่คือการมองว่า Doji เท่ากับการกลับตัว ความจริงแล้วมันคือสัญญาณเตือนให้เราหยุดและสังเกตพฤติกรรมราคาในแท่งถัดไปมากกว่า เพราะในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง Doji อาจเป็นเพียงการพักตัวชั่วคราวเพื่อสะสมแรงส่งไปต่อในทิศทางเดิม ดังนั้นการอ่านบริบทของตลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญกว่าการจำเพียงรูปร่างครับ […]

กลยุทธ์เทรด

Fair Value Gap (FVG) คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดแบบรายใหญ่ SMC

จังหวะที่ราคาวิ่งแรงๆ จนทิ้งช่องว่างไว้บนกราฟ คือหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่าเงินก้อนใหญ่จากสถาบันการเงินกำลังขยับตลาด สิ่งนี้ในทางเทคนิคเราเรียกว่า Fair Value Gap (FVG) หรือภาวะราคาไม่สมดุล (Market Imbalance) ที่เกิดขึ้นจริงในขณะนั้น แทนที่จะรีบไล่ราคา (Chasing Price) ตามเทรนด์ที่พุ่งไปแล้ว การเข้าใจกลไกของ FVG จะช่วยให้เรามองออกว่าราคามีแนวโน้มจะย่อกลับมาเติมเต็มที่จุดไหน เพื่อหาจังหวะเข้าเทรดที่มีความเสี่ยงต่ำและได้เปรียบกว่าเดิม บทความนี้จะสรุปวิธีสังเกตโครงสร้าง FVG แบบง่ายๆ บนกราฟจริง พร้อมกลยุทธ์การเทรดที่สาย Smart Money Concepts (SMC) นิยมใช้กันครับ ทำความรู้จักกับ Fair Value Gap (FVG) และ Market Imbalance ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Fair Value Gap (FVG) ก็คือช่องว่างที่เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนที่เร็วเกินจนฝั่งตรงข้ามตามไม่ทัน เช่น ในจังหวะที่แรงซื้อถาโถมเข้ามามหาศาล ราคาจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วแทบไม่มีแรงขายมาคั่นกลางเลย ภาวะแบบนี้แหละครับที่เราเรียกว่า Market Imbalance หรือความไม่สมดุลของราคา ในสภาวะปกติ ตลาดมักจะซื้อขายกันอย่างสมดุล (Efficient) คือมีทั้งแรงซื้อและแรงขายสลับกันในทุกระดับราคา แต่เมื่อไหร่ที่เกิด FVG มันคือหลักฐานชั้นดีว่า ณ จุดนั้นมีคำสั่งซื้อขายก้อนใหญ่ (Institutional […]

คู่มือเริ่มต้น

FOMO คืออะไร? รู้เท่าทัน พร้อมเทคนิคแก้ติดดอยอย่างได้ผล

เทรดเดอร์หลายท่านคงเคยมีประสบการณ์ ที่นั่งจ้องกราฟราคาหุ้นหรือคริปโตฯ ที่พุ่งทะยานเป็นแท่งสีเขียวยาวเหยียด ใจหนึ่งก็บอกว่ามันสูงไปแล้ว แต่อีกใจกลับเริ่มเต้นระรัวเมื่อเห็นคนอื่นในกลุ่มโซเชียลโชว์กำไรมหาศาล จนสุดท้ายก็ตัดสินใจกระโดดเข้าซื้อที่จุดสูงสุด เพียงเพราะกลัวจะพลาดโอกาสทำกำไรครั้งนี้ไป ความรู้สึกนี้แหละที่เรียกว่า FOMO (Fear of Missing Out) ซึ่งเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งในการลงทุน มันสามารถเปลี่ยนนักเทรดที่มีแผนการดีเยี่ยม ให้กลายเป็นนักพนันที่ใช้เพียงอารมณ์นำหน้าเหตุผลได้ในเสี้ยววินาที วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า FOMO คืออะไร มีกลไกทางจิตวิทยาอย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือ เราจะจัดการกับมันอย่างไร เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของเรายังคงเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ชั่ววูบอีกต่อไป FOMO ย่อมาจากอะไร? ทำความรู้จักศัตรูหมายเลขหนึ่งของนักเทรด คำว่า FOMO ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Fear of Missing Out ซึ่งหากแปลตรงตัวในบริบทของการลงทุนก็คือความกลัวที่จะตกขบวน หรือการสูญเสียโอกาสในการทำกำไรนั่นเอง อาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อนักเทรดเห็นราคาสินทรัพย์วิ่งขึ้นอย่างรุนแรง จนเกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจว่าตนเองจะไม่ได้ผลตอบแทนเหมือนคนอื่น ในทางจิตวิทยาการลงทุน FOMO ถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกทางสมองที่เรียกว่า Loss Aversion หรือสภาวะที่มนุษย์เราเจ็บปวดจากการสูญเสียโอกาส มากกว่าความสุขที่ได้จากกำไรในจำนวนที่เท่ากันเสียอีก ซึ่งส่งผลให้นักเทรดมักจะตัดสินใจเข้าออเดอร์โดยปราศจากการวิเคราะห์ เพียงเพื่อต้องการระงับความรู้สึกกังวลในใจ ทำไม FOMO ถึงเกิดขึ้นบ่อยในตลาดหุ้นและ Forex? สิ่งสำคัญที่นักเทรดต้องตระหนักคือ นักเทรดมืออาชีพก็มีความรู้สึก FOMO  แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากมือใหม่ […]

คู่มือเริ่มต้น

สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Assets) คืออะไร? เลือกยังไงให้พอร์ตโต

ในโลกของการลงทุนที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอนอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน หรือภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven Assets จึงเป็นทักษะพื้นฐานที่นักลงทุนทุกคนต้องมีเพื่อรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว สินทรัพย์ปลอดภัย คืออะไร? ทำไมต้องมีติดพอร์ตในวันที่ตลาดผันผวน สินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven Assets คือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ ที่นักลงทุนเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษามูลค่าไว้ได้ หรือแม้กระทั่งมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ตลาดเกิดความปั่นป่วน (Market Turmoil) สินทรัพย์ประเภทนี้มักจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นทั่วไป บทบาทสำคัญของแหล่งพักเงินเหล่านี้คือการเป็นเบรกของพอร์ตการลงทุน ตัวอย่างเช่น ในช่วงต้นปี 2026 ที่เกิดความตึงเครียดในบริเวณ Strait of Hormuz สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการพยุงมูลค่าพอร์ตไม่ให้ลดลงตามตลาดหุ้นที่ร่วงลงอย่างรุนแรง การมี Safe Haven จึงช่วยลดความผันผวนและสร้างความสบายใจให้กับนักลงทุนในยามวิกฤต  นอกจากนี้ วิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่หรือที่เรียกว่า The Great Recession ในปี 2008 ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณในวงกว้าง ซึ่งทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้นมหาศาล และทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามถึงเสถียรภาพของเงินกระดาษในระยะยาว บทเรียนจากอดีตเหล่านี้สอนให้ตลาดรู้ว่า ทุกครั้งที่ระบบการเงินเดิมสั่นคลอนหรือเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ เช่น สงครามเย็นหรือวิกฤตการณ์น้ำมัน ทองคำจะถูกดึงกลับมาเป็นที่พึ่งสุดท้าย […]

open chat
close
สวัสดี! มีอะไรให้ช่วยไหม?
line
line

สแกน QR Code เพื่อเพิ่ม @monetamarkets และติดต่อเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าส่วนตัวของคุณผ่าน LINE ได้ทันที

line
MessengerSite
MessengerSite

สแกน QR Code เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน Messenger

MessengerSite
chat
chat
chat