สำหรับเทรดเดอร์ Forex มือใหม่ หลายคนให้ความสำคัญกับค่า Spread หรือค่าคอมมิชชั่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหนึ่งต้นทุนแฝงที่สำคัญและสามารถส่งผลต่อพอร์ตของคุณโดยไม่รู้ตัว นั่นคือ “ค่า Swap” หรือดอกเบี้ยข้ามคืน การเข้าใจว่าค่า swap คิดยังไง จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงต้นทุนเกินจำเป็น และยังสามารถใช้สร้างกำไรเสริมด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม วันนี้เราจะพาคุณเจาะลึกโครงสร้างของค่า Swap วิธีคำนวณอย่างถูกต้อง พร้อมเทคนิคบริหารต้นทุนที่สามารถใช้จริง
ค่า Swap ใน Forex คืออะไร
ก่อนที่จะถึงวิธีการคำนวณ เราต้องเข้าใจก่อนว่า Swap คืออะไร ในตลาด Forex คำว่า Swap สวอป หรือชื่อทางการ Rollover Rate คือดอกเบี้ยที่คุณจะได้รับหรือต้องจ่าย เมื่อคุณถือออเดอร์ (Open Position) ข้ามคืน ตามเวลา Server ของโบรกเกอร์คุณ ซึ่งมักจะตัดรอบในช่วงเช้ามืดตามไทย
กลไก Swap เกิดมาเพราะการเทรด Forex เป็นการซื้อขายคู่เงิน (Currency Pair) โดยเนื้อแท้แล้ว มันคือการ “กู้ยืม” สกุลเงินหนึ่ง เพื่อ “ซื้อ” อีกสกุลเงินหนึ่ง
สมมติคุณเปิดออเดอร์ Buy USD/THB (ซื้อดอลลาร์/ขายบาท):
- ในทางปฏิบัติ คุณกำลัง “กู้ยืมเงินบาท” (จากระบบ) เพื่อ “ซื้อเงินดอลลาร์”
- เมื่อคุณกู้เงินบาท คุณต้อง “จ่ายดอกเบี้ย” กู้ยืม (ตามอัตราดอกเบี้ยไทย)
- เมื่อคุณถือครองดอลลาร์ คุณจะ “ได้ดอกเบี้ย” ฝาก (ตามอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ)
- ค่า Swap คือผลลัพธ์ของการนำ “ดอกเบี้ยรับ” ลบด้วย “ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย”
หัวใจของการคำนวณ ปัจจัยหลักที่กำหนดค่า Swap
คำถามที่ว่าค่า swap คิดยังไง คำตอบหลักอยู่ที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Differential – IRD) ระหว่างสองสกุลเงินในคู่เงินที่คุณเทรด
หลักการพื้นฐาน:
- ถ้าคุณซื้อสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูงกว่า และขายสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า คุณจะได้ค่า Swap (Swap บวก)
- ถ้าคุณซื้อสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำ และขายสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูง คุณต้องจ่ายค่า Swap (Swap ลบ)
ลองดูตัวอย่างจริงจากสถานการณ์เศรษฐกิจ (ตัวเลขสมมติเพื่อการคำนวณ):
- ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ (FED): ประมาณ 5.50% (ดอกเบี้ยสูง)
- ดอกเบี้ยนโยบายไทย (ธปท.): ประมาณ 2.50% (ดอกเบี้ยต่ำกว่า)
สถานการณ์ที่ 1: คุณ Buy USD/THB (ถือดอลลาร์/เทขายบาท)
- รับ: ดอกเบี้ยดอลลาร์ 5.50%
- จ่าย: ดอกเบี้ยบาท 2.50%
- ผลลัพธ์: 5.50% – 2.50% = +3.00% (คุณควรได้ค่า Swap บวก)
สถานการณ์ที่ 2: คุณ Sell USD/THB (ถือบาท/เทขายดอลลาร์)
- รับ: ดอกเบี้ยบาท 2.50%
- จ่าย: ดอกเบี้ยดอลลาร์ 5.50%
- ผลลัพธ์: 2.50% – 5.50% = -3.00% (คุณต้องจ่ายค่า Swap ลบ)
หมายเหตุสำคัญ: ในความเป็นจริงโบรกเกอร์ Forex จะมีการบวกค่าธรรมเนียม (Markup) ทำให้ฝั่งที่ควรจะได้ Swap บวกอาจจะเหลือน้อยลง หรือฝั่งที่ติดลบจะลบหนักขึ้นครับข้อควรระวัง: โบรกเกอร์ Forex มักเพิ่ม Markup ใน Swap ทำให้บางครั้งแม้ส่วนต่าง Swap เป็นบวก คุณอาจได้รับน้อยลง หรือบางโบรกเกอร์อาจทำให้กลายเป็นลบนิดหน่อย หากคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกอัตราดอกเบี้ย Investopedia เขียนอธิบายไว้ค่อนข้างละเอียด
วิธีการคำนวณค่า Swap แบบละเอียด
โบรกเกอร์ส่วนใหญ่แสดง Swap เป็น “Swap Points” บน MT4/MT5 และใช้สูตรคำนวณดังนี้
Swap Value = Swap Points × Point Value × จำนวน Lot
คำอธิบาย
- Swap Points คือค่า Swap ที่ทางโบรกเกอร์กำหนด (ดูจากตาราง Specification ใน MT4/MT5)
- Point Value มูลค่าต่อ 1 จุด ของคู่เงินนั้น
- Number of Lots: จำนวน Lot คือขนาดออเดอร์ที่เปิด
ตัวอย่างการคำนวณจริง
สมมติคุณเปิดออเดอร์ Buy USD/THB จำนวน 1.0 Lot
- ราคาปัจจุบันของ USD/THB คือ 36.50 บาท
- โบรกเกอร์กำหนดค่า Swap Long ไว้ที่ +20 Points
คู่เงินที่มี THB เป็นสกุลเงินตัวหลัง ส่วนใหญ่ Point Value จะอ้างอิงตามสกุลเงินตัวหลังโดยตรง ดังนั้น “1 Point ประมาณ 1 บาท” สำหรับบัญชี Standard แต่เพื่อความถูกต้องที่สุด สามารถคำนวณ Point Value จากสูตร Contract Size × Tick Size
ดังนั้น:
- Swap Points = 20
- Lot = 1
- Point Value = 1 บาท
Swap Value = 20 x 1 x1 = 20 บาท
โบรกเกอร์จะคำนวณเป็น THB โดยอ้างอิงสกุลเงินตัวหลังของคู่เงิน (THB)
กรณีคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD:
- Swap Short = -0.5 Points
- เปิดออเดอร์ 1.0 Lot
- Point Value ของ EUR/USD (บัญชี Standard) = 10 USD ต่อ 1 Point
Swap Value = -0.5 x 10 x 1 = -5 USD
วิธีตรวจค่า Swap ของคู่เงินใน MT4/MT5
- คลิกขวาที่คู่เงิน USDTHB ในหน้า Market Watch
- เลือก Specification
- ดูที่บรรทัด Swap Long และ Swap Short
คู่เงินบาทมักมีค่า Spread และ Swap ที่แรงกว่าคู่เงินหลัก เนื่องจากสภาพคล่องน้อยกว่าครับ
ตารางตัวอย่างเปรียบเทียบ Swap (สมมติ)
| คู่เงิน (Currency Pair) | สถานะ (Position) | อัตราดอกเบี้ยสกุลเงินหลัก | อัตราดอกเบี้ยสกุลเงินรอง | Swap Type (แนวโน้ม) |
| USD/JPY | Buy (Long) | สูง (USD) | ต่ำ (JPY) | บวก (+) |
| USD/JPY | Sell (Short) | สูง (USD) | ต่ำ (JPY) | ลบ (-) |
| EUR/USD | Buy (Long) | ปานกลาง (EUR) | สูง (USD) | ลบ (-) |
หมายเหตุ: ข้อมูลอัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามประกาศของธนาคารกลาง
ทำไมวันพุธจึงมีค่า Swap สามเท่า (Triple Swap)
เทรดเดอร์มือใหม่มักตกใจเมื่อเห็นค่า Swap สูงผิดปกติในคืนวันพุธ สาเหตุมาจากระบบการชำระบัญชี (Settlement Date) ในตลาด Forex ซึ่งใช้ระบบ T+2 (Trade Date + 2 วันทำการ)
- ตลาด Forex ทำการส่งมอบเงินจริงแบบ T+2 (อีก 2 วันทำการ)
- ถ้าคุณถือออเดอร์ข้ามคืน วันพุธ (จบวันพุธ เข้าเช้าพฤหัสฯ) วันส่งมอบเงินจริงๆ จะไปตกที่ วันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งธนาคารปิด
- ระบบจึงรวบยอดดอกเบี้ยของ เสาร์ + อาทิตย์ มาคิดล่วงหน้าในคืนวันพุธครับ
- ใครถือออเดอร์ USD/THB หรือ ทองคำ ข้ามคืนวันพุธ เตรียมใจรับค่า Swap x3 ได้เลย
ผลกระทบของค่า Swap ต่อพอร์ตคนไทย
สำหรับเทรดเดอร์ชาวไทย การเข้าใจผลกระทบของค่า Swap มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะผู้ที่เทรดคู่เงินที่มีความผันผวนของดอกเบี้ยสูง หรือคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินบาท (THB) หากมีการเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างชาติ
สายทำกำไรค่าเงินบาท (USD/THB):
- หากคุณมองว่า “บาทจะอ่อน” (กราฟขึ้น) และเปิด Buy USD/THB คุณมีโอกาสได้กำไร 2 ต่อ คือ กำไรจากกราฟราคา และกำไรจากค่า Swap (เพราะดอกเบี้ยดอลลาร์สูงกว่าบาท) นี่คือลักษณะของ Carry Trade
- แต่ถ้าคุณมองว่า “บาทจะแข็ง” (กราฟลง) และเปิด Sell USD/THB คุณต้องระวังมาก เพราะคุณจะโดนค่า Swap ลบหนักมาก ยิ่งถือยาว ยิ่งเข้าเนื้อ
สายเทรดทองคำ (XAU/USD):
- ทองคำไม่มีดอกเบี้ย แต่เราเทรดเทียบกับดอลลาร์ (ที่มีดอกเบี้ยสูง)
- ดังนั้นการถือ Buy Gold ข้ามคืน มักจะโดนค่า Swap ลบ (เพราะเรากู้ดอลลาร์มาซื้อทอง)
การถือ Sell Gold ข้ามคืน อาจจะได้ Swap บวก (ในบางโบรกเกอร์) เพราะเราขายทองเพื่อถือดอลลาร์กินดอกเบี้ย
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือวิชาชีพใด ๆ ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ปรากฏไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนจาก Moneta Markets หรือผู้เขียน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจลงทุน

