Buy Limit คืออะไร? วิธีตั้งออเดอร์รอซื้อจังหวะย่อ

Buy Limit คืออะไร? วิธีตั้งออเดอร์รอซื้อจังหวะย่อ

เผยแพร่เมื่อ 16/02/2026 โดย

มือใหม่ MT4 และ MT5
Buy Limit คืออะไร? วิธีตั้งออเดอร์รอซื้อจังหวะย่อ

จักรวาลของการเทรด ไม่ว่าจะเป็น Forex หุ้น หรือทองคำอย่าง XAUUSD ภาพที่เห็นบ่อยมากคือกราฟพุ่งแรง แล้วคนแห่กดซื้อทันทีเพราะกลัวตกรถ สุดท้ายกลับกลายเป็นได้ราคาสูงสุดของรอบนั้นแบบไม่รู้ตัว

ก่อนข่าวใหญ่ตลาดมักเหวี่ยงแรง ถ้าเราไล่ราคาตามอารมณ์ โอกาสพอร์ตสะดุดมีสูงมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์มืออาชีพจำนวนไม่น้อยเลือกใช้คำสั่งรอ หรือ Pending Order และหนึ่งในคำสั่งยอดนิยมก็คือ Buy/Sell Limit

วันนี้เราจะพาคุณทำความเข้าใจ Buy Limit แบบลึกแต่เข้าใจง่าย ตั้งแต่หลักการทำงาน ไปจนถึงเทคนิคใช้งานจริงให้พอร์ตโตอย่างมีวินัย

Buy Limit คืออะไร?

Buy Limit คือคำสั่งซื้อแบบรอ (Pending Order) ที่เราตั้งราคาไว้ล่วงหน้า โดยกำหนดราคาซื้อให้ ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน เพื่อรอให้ราคาย่อลงมาถึงจุดที่ต้องการแล้วระบบจึงเปิดออเดอร์ให้อัตโนมัติ

แนวคิดของ Buy Limit เรียบง่ายมาก เราไม่รีบซื้อแพง แต่รอซื้อในโซนที่มองว่า “คุ้มค่า” เช่น แนวรับหรือโซนสะสมราคา แทนที่จะวิ่งไล่ตามแท่งเขียว

ตัวอย่างสถานการณ์

สมมติราคาทองคำอยู่ที่ 2,050 ดอลลาร์ แต่จากการวิเคราะห์ คุณมองว่าโซน 2,040 คือแนวรับสำคัญ ถ้าราคาย่อถึงจุดนั้นมีโอกาสดีดกลับ

แทนที่จะนั่งเฝ้าจอทั้งวัน คุณสามารถตั้ง Buy Limit ที่ 2,040 ได้เลย เมื่อราคาลงมาแตะ ระบบจะเปิดออเดอร์ให้ทันที แม้คุณจะไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์

นี่คือการวางแผนก่อนตลาดวิ่ง ไม่ตัดสินใจตอนตลาดกำลังเหวี่ยง

Buy Limit vs Buy Stop ต่างกันยังไง?

หลายคนสับสนระหว่างสองคำสั่งนี้ ทั้งที่แนวคิดต่างกันชัดเจนมาก

หัวข้อBuy LimitBuy Stop
ตำแหน่งวางออเดอร์ต่ำกว่าราคาปัจจุบันสูงกว่าราคาปัจจุบัน
แนวคิดหลักรอซื้อจังหวะย่อรอซื้อจังหวะเบรก
มุมมองตลาดเชื่อว่าราคาจะเด้งจากแนวรับเชื่อว่าราคาจะไปต่อเมื่อทะลุแนวต้าน
ความเสี่ยงราคาไหลลงต่อเบรกหลอก

พูดง่าย ๆ Buy Limit คือสายใจเย็นรอของถูก ส่วน Buy Stop คือสายตามโมเมนตัม

ทำไมนักเทรดมืออาชีพถึงเลือกใช้ Buy Limit?

เหตุผลไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เกี่ยวกับวินัยและจิตวิทยาล้วน ๆ

1. ลดอาการ FOMO

การตั้ง Buy Limit บังคับให้เราต้องคิดก่อนเทรด เราจะเข้าเฉพาะจุดที่วิเคราะห์ไว้ ไม่ใช่เพราะเห็นกราฟวิ่งแล้วใจร้อน ตลาดไม่ได้หนีไปไหน แต่เงินในพอร์ตอาจหายได้ถ้าขาดแผน

2. ได้ Risk/Reward ที่ดีกว่า

การซื้อใกล้แนวรับทำให้ Stop Loss วางสั้นลง ส่งผลให้ Risk/Reward ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ ต่างจากการซื้อยอดดอยที่ต้องตั้ง Stop กว้าง ต้นทุนที่ดี คือครึ่งหนึ่งของกำไร

3. ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอทั้งวัน

วางแผนตอนเช้า ตั้งออเดอร์ แล้วไปใช้ชีวิตได้เลย ระบบจะทำงานแทนเรา ความเครียดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

4. ลดโอกาส Slippage ในภาวะปกติ

Limit Order มีแนวโน้มได้ราคาตามที่ตั้งไว้ มากกว่าการกด Market ในจังหวะที่ตลาดผันผวน

วิธีตั้ง Buy Limit ใน MT4 และ MT5 แบบละเอียด

ขั้นตอนแทบไม่ต่างกันเลย

  1. กด New Order หรือ F9
  2. เปลี่ยน Type จาก Market Execution เป็น Pending Order
  3. เลือกประเภทเป็น Buy Limit
  4. ใส่ราคาที่ต้องการ (ต้องต่ำกว่าราคาปัจจุบัน)
  5. ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ให้ชัดเจน
  6. เลือก Expiration หากต้องการกำหนดวันหมดอายุ
  7. ตรวจสอบข้อมูลแล้วกด Place

อย่าข้ามขั้นตอน Stop Loss เด็ดขาด เพราะการมีแผนเข้าโดยไม่มีแผนออก เท่ากับเปิดประตูให้ความเสี่ยงเข้าบ้าน

ทำไมราคาดูเหมือนแตะแล้ว แต่ออเดอร์ยังไม่ทำงาน?

จุดนี้หลายคนงงมาก คำตอบอยู่ที่ Spread ในการเปิดออเดอร์ Buy ระบบจะใช้ราคา Ask เป็นตัวจับคู่ แต่กราฟส่วนใหญ่แสดงราคา Bid ดังนั้นแม้เส้นกราฟจะแตะระดับที่ตั้งไว้ แต่ถ้า Ask ยังไม่ถึง ออเดอร์จะยังไม่เปิด

กฎจำง่าย

Buy Limit จะทำงานเมื่อ ราคา Ask ลงมาถึงจุดที่ตั้งไว้เท่านั้น ถ้าเทรดทองคำหรือช่วงข่าวแรง ๆ Spread มักขยาย คุณควรเผื่อระยะเล็กน้อย เช่น แนวรับอยู่ที่ 2,000 และ Spread กว้าง คุณอาจตั้งสูงกว่าแนวรับเล็กน้อยเพื่อเพิ่มโอกาสติดออเดอร์ รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้แหละ ที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน

เทคนิคใช้ Buy Limit ร่วมกับแนวรับให้แม่นขึ้น

อย่าตั้งออเดอร์แบบสุ่ม ลองใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยกรอง

1. แนวรับแนวนอน

เลือกจุดที่ราคาเคยเด้งหลายครั้ง ยิ่งทดสอบหลายรอบ ความน่าเชื่อถือยิ่งสูง

2. Fibonacci Retracement

โซน 50% และ 61.8% มักเป็นจุดพักตัวที่ดี เหมาะกับการวาง Buy Limit

3. Demand Zone

มองหาโซนที่มีการสะสมก่อนเกิดแท่งพุ่งแรง โซนนั้นมักมีแรงซื้อซ่อนอยู่

4. รอสัญญาณปฏิเสธราคา

แท่งเทียนไส้ยาวบริเวณแนวรับ ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าแรงขายเริ่มหมด

การรอจังหวะ ไม่ได้แปลว่าช้า แต่แปลว่าคัดคุณภาพ

Buy Limit คือเครื่องมือของคนมีวินัย

Buy Limit ไม่ได้เป็นแค่คำสั่งซื้อ แต่มันคือเครื่องมือสร้างวินัยและควบคุมอารมณ์ในตลาด ยอมพลาดบางรอบ ดีกว่าเข้าไปทุกครั้งแล้วพอร์ตสึกหรอ ตลาดเปิดทุกวัน แต่ทุนของเราไม่ได้เพิ่มทุกวัน ถ้าไม่รักษามันให้ดี

ถ้าคุณเริ่มฝึกวาง Buy Limit อย่างเป็นระบบ วิเคราะห์แนวรับอย่างมีเหตุผล และบริหารความเสี่ยงสม่ำเสมอ คุณจะพบว่าการเทรดเครียดน้อยลง และผลลัพธ์เสถียรมากขึ้น

ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือวิชาชีพใด ๆ ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ปรากฏไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำหรือการชักชวนจาก Moneta Markets หรือผู้เขียน ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลด้วยตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระก่อนตัดสินใจลงทุน

คำถามเกี่ยวกับ Buy Limit

  • Buy Limit คืออะไร แบบสั้นที่สุด?

    คือการตั้งรอซื้อในราคาที่ต่ำกว่าปัจจุบัน เมื่อราคาย่อลงมาถึง ระบบจะซื้อให้โดยอัตโนมัติ

  • ทำไมตั้ง Buy Limit แล้วราคาแตะ แต่ว่าไม่เปิดออเดอร์?

    เพราะราคา Ask ยังไม่ถึงระดับที่ตั้งไว้ หรือ Spread ขยายตัวช่วงข่าวสำคัญ

  • Buy Limit กับ Market Execution แบบไหนดีกว่า?

    Buy Limit เหมาะกับการรอจังหวะและคุมต้นทุน ส่วน Market เหมาะกับจังหวะที่ต้องเข้าเดี๋ยวนั้น เช่น โมเมนตัมแรงไม่มีการย่อ

  • ถ้าเกิด Gap ตอนเปิดตลาด จะได้ราคาไหน?

    หากราคาเปิดกระโดดข้ามจุดที่ตั้งไว้ ออเดอร์จะถูกจับคู่ที่ราคาแรกของตลาด ซึ่งอาจดีกว่าหรือแย่กว่าเดิม ขึ้นกับสภาพคล่องและนโยบายโบรกเกอร์

  • Spread มีผลกับ Buy Limit ใน XAUUSD?

    มีผลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงข่าวเศรษฐกิจหรือรอยต่อเซสชัน ควรเผื่อระยะเล็กน้อยจากแนวรับจริง

  • สามารถตั้งวันหมดอายุออเดอร์?

    ทำได้ ผ่านเมนู Expiration คุณอาจตั้งให้หมดอายุภายในวันเดียว หากมองว่าหลังจากนั้นแผนเทรดอาจไม่สมเหตุสมผลแล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือเริ่มต้น

หุ้น NVIDIA (NVDA) ซื้อจากไทยได้ 4 ทาง เทียบต้นทุนจริงต่อบาท

หุ้น NVIDIA หนึ่งหุ้นราคา 214.53 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 7,160 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยน 33.39 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 ตัวเลขนี้คือจุดที่คนไทยส่วนใหญ่สะดุด เห็นข่าวหุ้นตัวนี้แทบทุกเดือน แต่พอจะซื้อจริงกลับไม่รู้ว่าต้องเริ่มที่ไหน และไม่รู้ว่าแต่ละช่องทางหักเงินออกจากกระเป๋าไม่เท่ากัน ใครที่เคยซื้อหุ้นต่างประเทศครั้งแรกจะรู้ว่าความเจ็บมักไม่ได้มาจากราคาหุ้นที่ร่วง แต่มาจากตอนกดขายแล้วเห็นยอดเงินเข้าบัญชีน้อยกว่าที่คำนวณไว้ในหัว หน้านี้ไม่เชียร์ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง สิ่งที่จะได้คือตารางเทียบ 4 ช่องทางที่คนไทยเข้าถึงหุ้น NVDA ได้จริงในวันนี้ พร้อมเงินขั้นต่ำ ค่าธรรมเนียม ค่าแปลงสกุลเงิน ต้นทุนการถือข้ามคืน และภาระภาษีของแต่ละทางเป็นตัวเลข ทุกช่องทางมีความเสี่ยงขาดทุนได้ทั้งหมด ถ้าเพิ่งเห็นตัวย่อนี้แล้วยังไม่รู้ว่าคืออะไร อ่านหัวข้อถัดไป ถ้ารู้จักอยู่แล้วและมาเพื่อหาวิธีซื้อ ข้ามไปหัวข้อ “คนไทยซื้อหุ้น NVDA ได้ 4 ทาง” ได้เลย NVDA คือหุ้นอะไร ต่างจากการ์ดจอ NVIDIA ที่เคยได้ยินยังไง NVDA คือชื่อย่อหุ้นของบริษัท NVIDIA Corporation ที่ซื้อขายอยู่ในตลาด NASDAQ […]

คู่มือเริ่มต้น

10 อันดับค่าเงินที่แพงที่สุดในโลก 2569: ทำไมคูเวตยังครองแชมป์ และความจริงที่คนไทยมักเข้าใจผิด

เข้าสู่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 (2026) ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันที่ยังคงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางค่าเงิน หลายคนอาจสงสัยว่าสกุลเงินที่ทรงอิทธิพลอย่างดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือยูโร (EUR) คือสกุลเงินที่ “แพงที่สุด” ใช่หรือไม่? คำตอบคือ “ไม่ใช่” ครับ ความจริงแล้วแชมป์โลกยังคงเป็นสกุลเงินจากดินแดนตะวันออกกลางที่ครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน บทความนี้จะพาคุณไปอัปเดตอันดับล่าสุด พร้อมไขปริศนาทางเศรษฐศาสตร์ที่ทำให้คนไทยหลายคนสับสนมาตลอด ตารางอันดับสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงที่สุด (อัปเดตล่าสุด 2026) จากการรวบรวมข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate) ณ เดือนมิถุนายน 2569 พบว่าสกุลเงินในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ยังคงครองอันดับต้นๆ อย่างเหนียวแน่น เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาพลังงานและการตรึงค่าเงินไว้ในระดับที่สูง นี่คือตารางเปรียบเทียบ 10 อันดับสกุลเงินที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) และเงินบาทไทย (THB): อันดับ สกุลเงิน (Currency) รหัส เทียบดอลลาร์ (USD) เทียบเงินบาท (THB) 1 ดีนาร์คูเวต (Kuwaiti Dinar) KWD ~3.23 USD ~118.50 บาท 2 […]

คู่มือเริ่มต้น

XAUUSD คืออะไร? ต่างจากซื้อทองแท่งอย่างไร? เจาะลึกต้นทุนและวิธีทำกำไร

มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดเทรดทองส่วนใหญ่มักจะสะดุดตากับสัญลักษณ์ XAUUSD เพราะในกระดานเทรดเขาไม่ใช้คำว่า Gold ตรงๆ จนหลายคนเริ่มสับสนว่ามันคือตัวเดียวกับทองคำที่เราไปซื้อตามร้านทองหรือเปล่า ความจริงคือ XAUUSD มีกลไกการทำกำไรและต้นทุนแฝงที่ต่างจากการซื้อทองแท่งมาเก็บไว้ค่อนข้างมาก บทความนี้ผมจะสรุปประเด็นสำคัญที่เทรดเดอร์ต้องรู้ ตั้งแต่ที่มาของชื่อ ไปจนถึงวิธีคำนวณกำไรขาดทุนที่ถูกต้องครับ XAUUSD คืออะไร และทำไมถึงเรียกว่า Gold Spot? ถ้าอธิบายให้ง่ายที่สุด XAUUSD คือราคาทองคำโลกที่เทียบค่าน้ำหนักกับเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยมีที่มาจากตัวย่อสองส่วนคือ: การเทรด XAUUSD หรือที่เรียกกันว่า Gold Spot เป็นการเก็งกำไรผ่านสัญญา CFD ซึ่งหมายความว่าเราไม่ได้ถือทองคำจริงๆ ไว้ในมือ แต่เป็นการทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ข้อดีคือมีความคล่องตัวสูง เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทำกำไรได้ทั้งตอนที่ราคาวิ่งขึ้นและวิ่งลง หัวข้อเปรียบเทียบ XAUUSD ทองคำแท่ง การถือครอง สัญญาซื้อขายดิจิทัล สินค้าจริง การทำกำไร ได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ขาขึ้นเพียงอย่างเดียว ความคล่องตัว ซื้อขายได้ทันทีผ่านแอป ต้องเดินทางไปร้านทอง ต้นทุนแฝง ค่า Spread และ Swap ค่ากำเหน็จและส่วนต่างราคาหน้าร้าน ปัจจัยที่ทำให้ราคาทอง XAUUSD ขยับขึ้นลง […]

คู่มือเริ่มต้น

Doji คืออะไร? วิธีดูแท่งเทียน Doji และกลยุทธ์ทำกำไรจากความลังเลของตลาด

ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค รูปแบบแท่งเทียนเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยให้เราอ่านทิศทางลมของตลาดได้ และหากจะพูดถึงรูปแบบที่ทรงพลังที่สุดแต่กลับสร้างความสับสนให้เทรดเดอร์ได้มากที่สุดรูปแบบหนึ่ง คงหนีไม่พ้น โดจิ หรือ Doji ครับ หลายครั้งที่เราเห็นเครื่องหมายกากบาทปรากฏขึ้นบนกราฟ แล้วเรามักจะรีบด่วนสรุปว่านี่คือสัญญาณการกลับตัวของราคา แต่ในความเป็นจริงแล้ว Doji มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแท่งเทียน Doji ทำความรู้จักกับประเภทต่างๆ ที่มีนัยสำคัญแตกต่างกัน รวมถึงกลยุทธ์การเทรดจริงที่จะช่วยให้คุณแยกสัญญาณหลอกออกจากสัญญาณทำกำไร ไม่ว่าคุณจะเทรดทองคำ XAU/USD หรือคู่เงินหลักในตลาด Forex การเข้าใจ Doji อย่างถ่องแท้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจของคุณได้อย่างแน่นอนครับ ทำความเข้าใจก่อนเทรด: แท่งเทียน Doji คืออะไร? หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด Doji คือแท่งเทียนที่แสดงให้เห็นว่าราคาเปิดและราคาปิดของช่วงเวลานั้นอยู่ที่ระดับเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันมากจนแทบจะมองไม่เห็นตัวเทียนครับ สิ่งที่ปรากฏให้เราเห็นจึงมีเพียงเส้นแนวนอนสั้นๆ ที่ตัดกับไส้เทียนบนและล่าง จนดูเหมือนเครื่องหมายบวกหรือกากบาท ในเชิงจิตวิทยาการเทรด Doji คือตัวแทนของสภาวะสมดุลระหว่างแรงซื้อและแรงขาย มันบอกเราว่าในช่วงที่แท่งเทียนนี้กำลังทำงานอยู่ ทั้งฝั่งกระทิงที่พยายามดันราคาขึ้นและฝั่งหมีที่พยายามกดราคาลง ต่างก็สู้กันอย่างรุนแรงแต่สุดท้ายไม่มีใครชนะขาดลอยจนราคาต้องกลับมาจบที่จุดเริ่มต้น เกิดเป็นสภาวะความลังเลของตลาด หรือที่เรียกว่า Indecision นั่นเองครับ อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดที่รุนแรงที่สุดของเทรดเดอร์มือใหม่คือการมองว่า Doji เท่ากับการกลับตัว ความจริงแล้วมันคือสัญญาณเตือนให้เราหยุดและสังเกตพฤติกรรมราคาในแท่งถัดไปมากกว่า เพราะในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง Doji อาจเป็นเพียงการพักตัวชั่วคราวเพื่อสะสมแรงส่งไปต่อในทิศทางเดิม ดังนั้นการอ่านบริบทของตลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญกว่าการจำเพียงรูปร่างครับ […]

กลยุทธ์เทรด

Fair Value Gap (FVG) คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคเทรดแบบรายใหญ่ SMC

จังหวะที่ราคาวิ่งแรงๆ จนทิ้งช่องว่างไว้บนกราฟ คือหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่าเงินก้อนใหญ่จากสถาบันการเงินกำลังขยับตลาด สิ่งนี้ในทางเทคนิคเราเรียกว่า Fair Value Gap (FVG) หรือภาวะราคาไม่สมดุล (Market Imbalance) ที่เกิดขึ้นจริงในขณะนั้น แทนที่จะรีบไล่ราคา (Chasing Price) ตามเทรนด์ที่พุ่งไปแล้ว การเข้าใจกลไกของ FVG จะช่วยให้เรามองออกว่าราคามีแนวโน้มจะย่อกลับมาเติมเต็มที่จุดไหน เพื่อหาจังหวะเข้าเทรดที่มีความเสี่ยงต่ำและได้เปรียบกว่าเดิม บทความนี้จะสรุปวิธีสังเกตโครงสร้าง FVG แบบง่ายๆ บนกราฟจริง พร้อมกลยุทธ์การเทรดที่สาย Smart Money Concepts (SMC) นิยมใช้กันครับ ทำความรู้จักกับ Fair Value Gap (FVG) และ Market Imbalance ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Fair Value Gap (FVG) ก็คือช่องว่างที่เกิดขึ้นเมื่อราคาเคลื่อนที่เร็วเกินจนฝั่งตรงข้ามตามไม่ทัน เช่น ในจังหวะที่แรงซื้อถาโถมเข้ามามหาศาล ราคาจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วแทบไม่มีแรงขายมาคั่นกลางเลย ภาวะแบบนี้แหละครับที่เราเรียกว่า Market Imbalance หรือความไม่สมดุลของราคา ในสภาวะปกติ ตลาดมักจะซื้อขายกันอย่างสมดุล (Efficient) คือมีทั้งแรงซื้อและแรงขายสลับกันในทุกระดับราคา แต่เมื่อไหร่ที่เกิด FVG มันคือหลักฐานชั้นดีว่า ณ จุดนั้นมีคำสั่งซื้อขายก้อนใหญ่ (Institutional […]

คู่มือเริ่มต้น

FOMO คืออะไร? รู้เท่าทัน พร้อมเทคนิคแก้ติดดอยอย่างได้ผล

เทรดเดอร์หลายท่านคงเคยมีประสบการณ์ ที่นั่งจ้องกราฟราคาหุ้นหรือคริปโตฯ ที่พุ่งทะยานเป็นแท่งสีเขียวยาวเหยียด ใจหนึ่งก็บอกว่ามันสูงไปแล้ว แต่อีกใจกลับเริ่มเต้นระรัวเมื่อเห็นคนอื่นในกลุ่มโซเชียลโชว์กำไรมหาศาล จนสุดท้ายก็ตัดสินใจกระโดดเข้าซื้อที่จุดสูงสุด เพียงเพราะกลัวจะพลาดโอกาสทำกำไรครั้งนี้ไป ความรู้สึกนี้แหละที่เรียกว่า FOMO (Fear of Missing Out) ซึ่งเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งในการลงทุน มันสามารถเปลี่ยนนักเทรดที่มีแผนการดีเยี่ยม ให้กลายเป็นนักพนันที่ใช้เพียงอารมณ์นำหน้าเหตุผลได้ในเสี้ยววินาที วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า FOMO คืออะไร มีกลไกทางจิตวิทยาอย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือ เราจะจัดการกับมันอย่างไร เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของเรายังคงเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ชั่ววูบอีกต่อไป FOMO ย่อมาจากอะไร? ทำความรู้จักศัตรูหมายเลขหนึ่งของนักเทรด คำว่า FOMO ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Fear of Missing Out ซึ่งหากแปลตรงตัวในบริบทของการลงทุนก็คือความกลัวที่จะตกขบวน หรือการสูญเสียโอกาสในการทำกำไรนั่นเอง อาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อนักเทรดเห็นราคาสินทรัพย์วิ่งขึ้นอย่างรุนแรง จนเกิดความรู้สึกกระวนกระวายใจว่าตนเองจะไม่ได้ผลตอบแทนเหมือนคนอื่น ในทางจิตวิทยาการลงทุน FOMO ถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกทางสมองที่เรียกว่า Loss Aversion หรือสภาวะที่มนุษย์เราเจ็บปวดจากการสูญเสียโอกาส มากกว่าความสุขที่ได้จากกำไรในจำนวนที่เท่ากันเสียอีก ซึ่งส่งผลให้นักเทรดมักจะตัดสินใจเข้าออเดอร์โดยปราศจากการวิเคราะห์ เพียงเพื่อต้องการระงับความรู้สึกกังวลในใจ ทำไม FOMO ถึงเกิดขึ้นบ่อยในตลาดหุ้นและ Forex? สิ่งสำคัญที่นักเทรดต้องตระหนักคือ นักเทรดมืออาชีพก็มีความรู้สึก FOMO  แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากมือใหม่ […]

open chat
close
สวัสดี! มีอะไรให้ช่วยไหม?
line
line

สแกน QR Code เพื่อเพิ่ม @monetamarkets และติดต่อเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าส่วนตัวของคุณผ่าน LINE ได้ทันที

line
MessengerSite
MessengerSite

สแกน QR Code เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน Messenger

MessengerSite
chat
chat
chat